สวนทูนอิน 'รงค์ วงษ์สวรรค์

แฝงพวงองุ่น – ป้องปากนินทา’รงค์ วงษ์สวรรค์


   แฝงพวงองุ่น – ป้องปากนินทา’รงค์ วงษ์สวรรค์
                   ข้าพเจ้าใช้เวลายามเย็นวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม อยู่บนถนนราชดำเนิน รถเมล์
สาย 542 จอดให้ลงตรงสี่แยกคอกวัว แขนขวาไม่ว่างเปล่าเพราะมีคนควง-(ว่าที่)มาดามเจียงฮาย
สาวงามผู้มีคางชวลิต( พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เพื่อนเรียนร่วมรุ่นอาว์’รงค์ )
                       เราเดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่านศาลเจ้าพ่อเสือ กลิ่นธูปควันเทียนลอยวนเวียนชวนแสบตา
ผู้คนกราบไหว้ด้วยความเคารพและศรัทธา ร้านอาหารทั้งริมทางเท้าและตึกแถวเปิดเรียงติดกันทั้ง
ข้าวมันไก่ ราดหน้า ก๋วยเตี๋ยว และอาหารตามสั่ง มีพร้อมให้นักชิมได้ลิ้มรส แต่ถ้าเป็นยามเช้าจะมี
ต้มเลือดสมองหมูร้อนๆให้ตื่นจากอาการ Hang Over
                   แดดโรยแสงลงตรงแพร่งภูธร ตามแผนที่ในหัวบอกให้เลี้ยวขวา ตรงไปอีกนิดแล้ว
เลี้ยวขวาอีกครั้ง เจอคนหนุ่มเตะบอลกันอย่างมันส์ตีน เหงื่อโชยกลิ่นแห่งชัยชนะ แต่ข้าพเจ้ายังหา
People Space Art Gallery ไม่พบ!
                        ด้วยความเขลาจึงเดินออกมา เหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่พบใครให้ถาม ลองย้อนกลับ
เข้าไปใหม่ ข้าพเจ้าพบคำตอบอยู่บนศีรษะเกลี้ยงเกลาประดับด้วยแว่นดำ-วรพจน์ พันธุ์พงศ์ เจ้าของ
บทสัมภาษณ์สุดท้ายในชีวิตของพญาอินทรี...ก่อนจะโบยบิน
                       เราเดินเอียงอายเข้าไปช้าๆ เพื่อถ่ายรูปสุนัขไทยพันธุ์แท้ 2 ตัวบนรถซาเล้งสีแดง
กระดาษลังสีน้ำตาลอ่อนวางซ้อนกัน พอมีที่ยืนสำหรับมัน
                       เจ้าของนั่งสูบบุหรี่โรยควันจางอยู่ใกล้กัน วันที่อ่อนล้ากับอาชีพรับซื้อของเก่า ลูกและเมียคงรอมื้อเย็นด้วยความหวังแห้งแล้ง
                       ชายหนุ่มผมยาวประบ่าสวมแว่น ท่าทางใจดี ยิ้มทักทายและต้อนรับ – ภิญโญ ไตร
สุริยธรรมา ข้าพเจ้ารู้จักตัวหนังสือของเขาก่อนตัวจริงตรงหน้า
                       บรรยากาศภายในดูอบอุ่นและเป็นกันเอง ขนมหวานฝีมือโตมร ศุขปรีชา บรรณาธิการ
คนสุดท้ายของ’รงค์ วงษ์สวรรค์ จัดวางใส่ถาดไว้ให้ลิ้มลอง หญิงสาวปักหลักบนเก้าอี้ล้อมวงกันชิม
ข้าพเจ้าเดินชมภาพถ่ายฝีมือเต้ – ธวัชชัย พัฒนาภรณ์ ช่างภาพหนุ่มผู้เก็บภาพลมหายใจและวันเวลา
ช่วงสุดท้ายบนสวนทูนอินไว้บนแผ่นฟิล์ม
                        ต้นไม้ชวนดอกไม้กอดคอกันร้องไห้เมื่อไร้เงา...ขุนนางป่า
                        แมวผ่ายผอมและกินข้าวไม่ลงเมื่อไร้เงา...เจ้าของ
                        ชีวิตคู่เปลี่ยวเหงาเมื่อไร้เงา...คนรัก
                         ข้าพเจ้าเก็บภาพเหล่านั้นไว้ในกล่องความทรงจำ ล็อกกุญแจแล้วหย่อนมันลงท้อง
หนังสือหลายเล่มวางเรียงไว้ให้เลือกซื้อและอ่าน หยี่หวา ไชน่าทาวน์ – เรื่องราวและชีวิตในไชน่าทาวน์
เสียงพูดสุดท้าย – บทสัมภาษณ์ปัจฉิมวัย และ แฝงพวงองุ่น – ป้องปากกันนินทาถึงแวดวง
ดารา Hollywood ทั้งหมดในราคาพิเศษเพียงแลกกับกระดาษสีม่วงหนึ่งใบ!
                           เราขึ้นบันไดเล็กๆเพื่อไปชมงานภาพถ่ายของพญาอินทรี(หนุ่ม) กรุงเทพฯยุคกึ่งพุทธกาล ภาพหลายภาพเป็นอดีตที่ไม่วันหวนกลับ โรงไฟฟ้าวัดเลียบ ที่ตอนนี้เรียบไปแล้ว หรือ
ชีวิตหนุ่มสาวในวันวานที่วันนี้ร่วงโรยและมอดไหม้ แสงและเงาในภาพขาวดำ ให้ความชัดลึกในมิติ
อารมณ์  ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ในอิริยาบทแสนสบายบนยอดดอยขุนตาน เป็นภาพหาชมยากแต่
ไม่เกินความพยายาม จะดีไม่น้อยถ้าสยามรัฐ เจียดเงินนำภาพไปประดับให้สมเกียรติ
                            3 หนุ่ม 3 คม นัดหมายกันไว้เวลาเคารพธงชาติ หนุ่มสาวมากหน้ามานั่งชมและฟัง
ว่าจะนินทากันเรื่องอะไรบ้าง
                            ภิญโญ ณ Open 
                            โตมร ณ GM
                            และ อธิคม ณ Way
                            คำถามและคำตอบของแต่ละคน ช่วยเสริมส่งกันและกัน บ้างแตกต่างกันแต่ยืนอยู่
บนเหตุผล ต่างคนต่างรู้จัก’รงค์ วงษ์สวรรค์ ทั้งโดยบังเอิญและตั้งใจ 
                           “ ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน ไปทะเล เพื่อนไปเล่นน้ำกัน ส่วนผมนอนอ่านหลงกลิ่นกัญชา ใต้ถุนป่าคอนกรีท ” ภิญโญแง้มบานประตูให้เราได้เข้าไปสัมผัสในใจ
                           “ ผมรู้จักจาการอ่านหนังสือของแม่ แม่ชอบอ่านงานของอาว์’รงค์ ” โตมรตอบเรียบ
แต่หนักแน่น
                          “ ผมจำไม่ได้ว่าอ่านเล่มไหนเป็นเล่มแรก น่าจะเป็นเสเพลบอยชาวไร่ ” อธิคม วางมาดเข้มพร้อมเผยใจ
                           กำลังใจ เป็นสิ่งที่นักเขียนรุ่นน้องรับรู้และสัมผัสได้จากคำว่า “ ญาติน้ำหมึก ” 
                            “ สมัยผมทำงานที่กรุงเทพธุรกิจ มีพี่อารี แท่นคำ เป็นบรรณาธิการ เคยได้คุยกับอาว์ เราดีใจมาก พูดได้แค่ครับ ครับ ครับ อาว์บอกว่าอ่านอยู่ๆ ดีๆ ผมก็ครับลูกเดียว ” รอยยิ้มพิมพ์ลง
ใบหน้าอธิคมจนข้าพเจ้าเห็นได้ชัดเจน
                           ส่วน ภิญโญ และ โตมร เคยขึ้นไปเยี่ยมถึงสวนทูนอิน จึงมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังได้อร่อยขึ้น 
                        “ ใครจะไปสวนทูนอินนี่อย่าไปคนเดียวนะครับ ต้องชวนเพื่อนไปเยอะๆ”
                        “ ต้องไปหลายคนหน่อย แล้วสลับกัน ผลัด 1 ผลัด 2 ผลัด 3 ไม่งั้นไม่ไหว “ 
                        “ นั่งคุยกันไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง อาว์ยังไหว แต่เราล้าเหลือเกิน ”
                         และเพื่อไม่ให้ลืมว่านี่คืองานเปิดตัวหนังสือใหม่-แฝงพวงองุ่น จึงแทรกเนื้อหาและประเด็นภายในเล่มไว้ในคำถาม
                         แต่คำถามจากผู้ฟังถึง 3 หนุ่มที่สะกิดหูผมคือ “ คนรุ่นใหม่จะมีวิธีการศึกษา หรือวิจารณ์งานของ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้ยังไง เพราะผมรู้สึกว่ามองเห็นเป็นเทพ เหมือนกับอีกหลายคนที่แตะต้องไม่ได้ ” มันออกจากปากหนุ่มน้อยเสื้อแดงที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ
                       คำตอบของ 3 หนุ่ม ช่วยคลี่คลายความร้อนรนในใจหนุ่มลงได้ แต่ความคิดข้าพเจ้า
อยากจะเสริมว่านักเขียนก็คือนักเขียน ไม่ใช่เทพหรือใครที่แตะต้องไม่ได้ ทุกอย่างมีเหตุและผล การจะ
วิจารณ์งานย่อมสามารถทำได้ และอยากจะถามหนุ่มคนนั้นว่า ใครคือคนที่แตะต้องไม่ได้?
                        เวลา 2 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว 
                        2 ทุ่มตรง  ห้องบนชั้น 2 ว่างเปล่าไร้เงาผู้คน...มีเพียงเงาเวลา
                         ข้าพเจ้าทิ้งสีสันและชีวิตของผู้คนไว้เบื้องหลัง เดินฝ่าความมืดบนถนนที่ไม่เดียวดาย
เพราะมีแขนอุ่นๆไว้ควงเคียงกัน
                         แล้วพบกันใหม่...บนสวรรค์!
                       

 (รายงาน+ภาพ โดยนาย pat)

 

 

Click to enlarge

Click to enlarge

Click to enlarge