72ปีรงค์
วงษ์สวรรค์
รวมน้ำมิตร ญาติน้ำหมึก
ลมเย็นเหนือม่อนดอยโป่งแยง พัดมาเตือนแล้วว่าคนบางคนข้างใต้นั้น ผ่านวันเวลามาแล้วกว่า72ปี
เป็นวันเวลา72ปีที่เปลี่ยนผ่านรวดเร็วยิ่ง เงียบงันยิ่ง ..
แต่เวลากว่า40ปีที่นักเขียนคนนี้ทำงานหนัก บำเรอผู้อ่าน มาสม่ำเสมอไม่หยุดหย่อน
แม้เหมือนจะผ่านเร็วกว่า ทว่าไม่เงียบงัน
สวนทูนอิน โป่งแยง เชียงใหม่ ที่มั่นสุดท้ายของศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณกรรม
ประจำปี2538 คลาคล่ำด้วยผู้คนในวันเฉลิมฉลอง อายุครบ72ปีของเจ้าของสวน
ฝนฟ้าเทมาหนักหน่วงแต่เมื่อคืน วันนี้จึงมีแต่แดดจ้า และแมลงมาชุมนุมกรีดปีกต้อนรับแขกที่ทะยอยมาแต่เช้า
จนพลบค่ำ
เริ่มเช้าด้วยพิธีเปลี่ยนแว่นแก่อนุสาวรีย์ หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์
ปราโมช ผู้ที่รงค์ถือเป็นครู พิธีเรียบง่าย มีเกษม โรจนศักดิ์ ศิษย์รุ่นดั้งเดิมอีกคนเป็นประธาน
อนุสาวรีย์ที่ร่วมสร้างโดยศิษยานุศิษย์และผู้รักใคร่ เป็นรูปปั้นครึ่งตัวในท่าเอกเขนกพิงกราบเรือแสนสบาย
แว่นที่สวมนั้นใช้แว่นจริง เพื่อที่ในทุกปีผู้รักเคารพจะได้มากราบไหว้และถือโอกาสเปลี่ยนแว่นเป็นที่สนุกสนาน
ดำรงความหรรษาและอารมณ์ขันอันผู้จากไปสั่งนักหนาว่า เป็นสมบัติสำคัญในการมีชีวิตอยู่
ยามสายมีพิธีสืบชะตาแก่เจ้าของสวน โดยนคร พงษ์น้อย ผู้อำนวยการไร่แม่ฟ้าหลวง
ที่นำขบวนผู้คนมาจากเชียงราย พะเยา กระทั่งเวทีบรอดเวย์อเมริกา ร่วมแห่แหน
รำฟ้อน โปรยดอกไม้ ผูกข้อมืออวยชัยกัน
หลังอ่านโคลงอวยพรให้เจ้าของวันคล้ายวันเกิด มีอายุยืนยาวกว่ารัฐบาลทักษิณ
และโด่งดังกว่าทีมลิเวอร์พูล แล้ว วิลักษณ์ ศรีป่าซาง กวีล้านนาที่ฉิวเฉียดซีไรท์ไม่กี่ปีก่อน
เชิญ นิตยา มาศะวิสุทธิ์ ที่นอกจากจะเป็็นอาจารย์สอนวรรณคดี กรรมการสมาคมภาษาและหนังสือ
แล้ว ยังเป็นแฟนหนังสือของรงค์อย่างเหนียวแน่น เผยใจแก่ผู้ร่วมงาน
คนเขาสงสัยว่าร่ำเรียนและสอนทางวรรณคดี ทำไมมาชอบงานรงค์ วงษ์สวรรค์
ซึ่งบางคนเขาว่าหยาบคาย สัปดน แต่ดิฉันชื่นชมในความงามของภาษาที่ท่านสรรหามาใช้
เป็นภาษาที่อ่านแล้วเห็นภาพ สัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ต่อเนื้องานทุกชิ้น
ยามบ่าย วงเสวนาวงเล็กที่เดิมจะใช้หัวข้อ นินทา รงค์ วงษ์สวรรค์
กลายเป็นวงยอวาทีอย่างพร้อมอกพร้อมใจทุกฝ่าย
ชาติ กอบจิตติ นักเขียนอาชีพ ที่มีซีดับเบิลไรท์เป็นประกัน แต่ประกันไม่ถึงครึ่ง
ชื่อเสียงในความมั่นคง และมุ่งมั่นในอาชีพนี้ของเจ้าตัว บอกว่า พันธุ์หมาบ้าอันเลื่องลือของเขานั้น
ได้รับอิทธิพลมาจากหนังสือ2เล่ม หนึ่งนั้นคือหลายชีวิตของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์
ปราโมช อีกหนึ่งคือ บางลำพูแสควร์ของรงค์ วงษ์สวรรค์
อัศศิริ ธรรมโชติ อีกหนึ่งซีไรท์เตอร์ ที่เขียนถึงทะเลในอารมณ์ถวิลหาได้ไม่มีใครเหมือน
บอกว่ารงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นนักเขียน1ใน3คนที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทย
หนึ่งนั้นไม่พ้นหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อีกหนึ่งนั้นเป็น ส.ศิวรักษ์
และอีกหนึ่งนั้นคือคนที่พวกเขากำลังพูดถึง
อัศศิริ ว่าตัวละครของรงค์ วงษ์สวรรค์นั้น บอกบุคลิกของตัวเองชัดเจน
และยังมักเกี่ยวกับใบไม้ใบหญ้า มีเฉ่ มะเขือพวง , แจ้ง ใบตอง ,ชอน
ชะพลู, สอน ละมุด, ทิม กระทกรก เป็นอาทิ นี่เฉพาะที่ออกมาจากเสเพลบอยชาวไร่
ที่โด่งดังเมื่อ30กว่าปีก่อนเท่านั้น
ทองแถม นาถจำนง บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามรัฐนั้น เล่าให้ฟังเรื่องหนหลัง
ครั้งหอบเงินเดือนไปนั่งสั่งค๊อคเทล ที่รงค์เคยเขียนถึง มาดูและชิมทีละอย่าง
เขาบรรยายจนอยากกินมาก อยากมานาน แต่ตอนอ่านไม่มีเงิน พอมีเงินก็เดินหอบเงินเข้าไปเลย
สั่งมาจิบจนหมดเงิน อันไหนไม่ชอบ อย่างไอ้เอกก์น๊อค ก็ให้เด็กเสิร์ฟจิบ
พิบูลศักดิ์ ละครพล นักเขียน นักแต่งเพลง และกวีหวาน เล่าอดีตที่เคยแจกกล้วยกลางวงเหล้าแด่มิตรรุ่นพี่
หลังเจรจากรึ่มกันหลากหลายเรื่อง แล้วมาถึงเรื่องค่าตอบแทนนักเขียน
ผมบอกว่าคนที่จะเรียกค่าเรื่องได้ดีอย่างที่พูด ก็พี่ปุ๊เท่านั้นแหละ
แล้วก็แจกของลับให้เลย พี่ปุ๊บอกว่า เฮ้ย..พิบูลศักดิ์ นายต้องใจเย็น
อย่าวู่วาม อย่าก้าวร้าว วันนี้พี่คงลืมไปแล้ว แต่ผมจำได้ดี คนเล่าหัวเราะหึหึ
คนถูกพาดพิงหัวเราะหึหึเหมือนกัน
สุรชัย จันทิมาธร ครูใหญ่เพลงเพื่อชีวิต คาราวานส่งเข้าประกวด มาพร้อมมงคล
อุทก เล่นเพลงรงค์ วงษ์สวรรค์ ที่แต่งไว้หลายปีให้ฟัง จากนั้นเล่าให้ฟังครั้งกินนอน
หัดเล่นกีตาร์อยู่บ้านบางซ่อน แล้วหยอดมุขที่เจ้าตัวภูมิใจสุดๆ ผมว่าที่เชียงใหม่มีแต่คนเก่งๆมาอยู่
พี่ปุ๊ก็อยู่นี่ คุณจรัล มโนเพ็ชร ก็คนที่นี่ นายกทักษิณก็คนที่นี่
ผมว่าคุณจรัลแกเก่งนะ แกรู้ล่วงหน้าว่าแม้วจะได้เป็นนายก แกเลยเขียนเพลงสาวเชียงใหม่
ให้สาวแต่งกับแม้วไปอยู่ป๋ายดอย คนฟังฮาเอาใจ เจ้าตัวเลยยอมเงยหน้าขึ้น
หลังจากหลุบมันใต้หมวกแก๊ประหว่างลุ้น
รุ่งเรือง ปรีชากุล นักหนังสือพิมพ์ระดับทหารผ่านศึกเรียกพี่ บอกว่ารงค์
เคยเรียกเขาว่าบรรณาธิการคนสุดท้ายของสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ เขาก็รู้สึกว่ารงค์
น่าจะเป็นบรรณาธิการคนแรกของสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ เพราะเป็นคนคอยช่วยดูงานของนักเขียนรุ่นน้องในสมัยก่อนๆอยู่เสมอ
ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา ผู้ตั้งสมญาพญาอินทรี มาคารวะด้วย แต่แวบหายกลัวโดนดึงเข้าวงเสวนา
ส่วนสุมิตรา จันทร์เงา นักเขียนสาวจากค่ายมติชน หนีแล้วแต่หนีไม่พ้น
เลยมาบอกถึงครั้งหลังที่ติดสอยห้อยตามพี่ใหญ่ในวงการหนังสือพิมพ์ จนมีโอกาสพบปะรงค์
และครอบครัว และผูกพันกันมาแต่นั้น ทั้งบอกถึงความฝันที่จะมีสถานที่เก็บงานและสิ่งเกี่ยวข้องกับรงค์
วงษ์สวรรค์ในลักษณะ living museum เร็วนี้
สิงห์สนามหลวง สุชาติ สวัสดิ์ศรี อีกนักเขียนผู้ยืนยงและมั่นคงของวงการ
มาพร้อมกับภาพสายเส้นที่เขียนเอง แม้ไม่ได้ร่วมวงยอวาทีกับเขา แต่ใช้ปากกาเขียนถึงรงค์อย่างรวดเร็ว
ไม่ต้องเนิ่นนานตรึกตรอง
ผมลืมรงค์ไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้ผ่านเกิด เรื่องสั้นเรื่องแรกของผม
ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
เขาทำให้ผมรู้สึกว่า อาณาจักรของคนเขียนหนังสือ ล้วนเป็นเสมือนญาติวงศ์เดียวกัน
คือเป็นญาติน้ำหมึก เป็นพี่ เป็นน้อง,เป็นเพื่อนมิตร เป็นผู้ร่วมชะตาเดียวกัน
ชะตาของผู้เกิดมาโดดเดี่ยว ต้องต่อสู้เพื่อรับใช้ผู้อ่าน ด้วยผลงานแห่งความรัก
รงค์ วงษ์สวรรค์เป็นเพื่อนมิตร ของนักอ่าน นักเขียน เขาคือผู้สร้างสรรค์วรรณานุภาพ
*****************
นับแต่หนังสือเล่มแรกๆอย่างหนาวผู้หญิง(2503) ผ่านเล่มที่ดังกระหึ่มอย่างใต้ถุนป่าคอนกรีต(เริ่มขบวนแรก
2511) หรือเสเพลบอยชาวไร่(2512)
ระเรื่อยมาจนวันนี้ รงค์ วงษ์สวรรค์
มีหนังสือมากว่า 30เล่ม งานนับพันนับหมื่นชิ้น ทั้งในฐานะนักเขียน
นักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ จำนวนงานของเขาจะไปจบสิ้นที่ไหน แม้เจ้าตัวก็ไม่อาจรู้
แต่วันนี้ในวัย72 เขายังคงนั่งเขียนงานเต็มเวลา มากกว่าวันละ8ชั่วโมง
ในห้องทำงานที่มีหนังสือและเอกสารเบียดแน่น นอกเหนือจากนั้นหากไม่พักผ่อน
รักษาตัว เผชิญหน้ากับโรคไตที่กลายเป็นเพื่อนสนิทแล้ว ก็ต้อนรับญาติน้ำหมึกใกล้ไกล
ไม่แตกต่างจากวันเวลาที่เขาใช้มาตลอดชีวิต มีมาดามวารินชำราบ สุมาลี
วงษ์สวรรค์ ภรรยาที่อยู่ร่วมกันมากว่า30ปี เป็นล้มใต้ปีกที่สำคัญ
.ลูกชายสองคน
เรียนจบ ทำงานขยันขันแข็ง เจ้าตัวภูมิใจ แต่โยนให้เป็น บุญของคุณติ๋มเขา
40กว่าปีในสวนอักษร รงค์ วงษ์สวรรค์ อ่อนล้าแต่ไม่หมดแรง ตัวหนังสือที่มีชีวิตยังคงหลั่งไหลออกมาทักทายผู้อ่าน
งานเขียนรายสัปดาห์ รายเดือน รายวัน ยังมีให้ทำไม่หยุด แต่ยังมีงานเขียนเรื่องยาวอีก2-3เรื่องที่อยากทำ
มีงานสร้างบ้านที่ระลึกแก่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ด้านหลังอนุสาวรีย์
ที่เจ้าตัวเร่งวันเร่งคืนให้เสร็จ หลังจากนั้น รงค์ วงษ์สวรรค์ เชื่อยิ่งว่า
เขาจะเบายิ่งกว่าขนนก
22 พฤษภาคม 2547
|