>> รางวัลคนค้นฅน : นักเขียนรางวัลสารคดี คน ค้น ฅน
 
รางวัลคนค้นฅน : นักเขียนรางวัลสารคดี คน ค้น ฅน
‘รงค์ วงษ์สวรรค์
OLD JOURNALIST NEVER DIE
ขุนเขา-พญาอินทรี และกีตาร์ปืน
กิตติ กาญจนสถิตย์ และ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
การพบกันครั้งแรกในรอบ 30 ปี
เปลี่ยนแว่นม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ประจำปี 2547
สืบชะตา วาระ 72 ปี 'รงค์ วงษ์สวรรค์
อะเดย์ ฉบับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
เป็นความดีใจของเราที่เรื่องราวของพญาอินทรีย์
ได้รับการถ่ายทอดสู่หนุ่มสาวร่วมสมัยอีกครั้ง
'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง
พญาอินทรีย์บินเหนือดอยสูง

และ ประวัติของพญาอินทรีย์ โดย สมรม สทิงพระ
ลูกผู้ชายชื่อ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ คนของแม่น้ำ แผ่นดินและป่าไพร
อาหารพื้นบ้าน 6 ตำรับ
จากอาหารนักเขียน
ลิขสิทธิ์ - สิทธิ์ที่นักเขียนถูกปล้น
บทสัมภาษณ์
Sex Life "ถ้าต้องประกอบการสังวาส จะตั้งใจทำให้งดงาม"
'รงค์ วงษ์สวรรค์ บน Milestone เรท X
เหตุและผลของ 2 ปีที่หายไป

บทสัมภาษณ์โดยองอาจ ฤทธิ์ปรีชา
'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง ครบรอบ 64 ปี
พิธีเปลี่ยนแว่น หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
ณ สวนทูนอิน ต.โป่งแยง อ.แม่ริม เชียงใหม่
และวาระครบ 71 ปี ของ'รงค์ วงษ์สวรรค์ 20 พฤษภาคม 2546
2 ปีที่หายไปของ
'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในงานมติชนบุ๊คเดย์
30 ส.ค. - 7 ก.ย. 2545
'รงค์ วงษ์สวรรค์ 69 (2544)
'รงค์ วงษ์สวรรค์ 60 ปี
   
   
   
   
   
   
   
 
 
 
 

 



รางวัลคนค้นฅน :
นักเขียนรางวัลสารคดี คน ค้น ฅน

บายไลน์... พรชัย จันทโสก : รายงาน jantasok@yahoo.com


จุดประกาย วรรณกรรม
ปีที่ 16 ฉบับที่
วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2548
ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/20050303/news.php?news=column_16734878.html

ขับเคี่ยวกันมาข้ามปีกว่าจะได้ผู้ชนะเลิศ "รางวัลสารคดีคน ค้น ฅน" ครั้งที่ 1 ประจำปี 2547 ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

แม้กติกาตอนแรกนั้น บอกว่า จะมีรางวัลยอดเยี่ยมถึง 10 รางวัล และรางวัลละ 100,000 บาท แต่เมื่อคณะกรรมการพิจารณาตัดสินจากผลงานที่ผ่านเข้ามาในรอบสุดท้าย 20 เรื่องแล้ว ปรากฏว่า มีผลงานเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่โดดเด่น และได้รับรางวัลสารคดีคน ค้น ฅน ประเภทยอดเยี่ยมไปครอง นั่นคือ เรื่อง "บุปผาในคีตกาลร็อค กิตติ กีตาร์ปืน" ผลงานของ ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

สำหรับรางวัลชมเชยมี 8 รางวัลด้วยกัน รางวัลละ 30,000 บาท ได้แก่ 1.ทางหนีของฮาซีนาและแก้ว ของ ไมเคิล เลียไฮ 2.ในห้องเรียนแห่งตัวตน ผลงานของ ชนากานต์ คำภิไล 3.ครูตี๋ ผู้ชายน้ำโขง ของ ธวัชชัย จารนัย 4.จากเชื้อเจ้าล้านนา สู่ขบถสามัญ งานของ องอาจ เดชา 5.ปะหล่อง วิบากกรรมคนชายขอบ ของ ภาจิรา เปลวจันทร์ 6.สอน กล้าศึกฯ โดย วุฒิชัย เขียนประเสริฐ 7.หญ้าที่ถูกหินทับ ผลงานของ รุจิรา ทัศนา และ 8.เสียงวาดรอยสมานดิน ของ จุฑามาศ โครตคำ ส่วนอีก 11 เรื่องที่เข้ารอบสุดท้ายได้รับเงินไปคนละ 5,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลนักเขียนสารคดีชีวิตเกียรติยศที่เสียชีวิตไปแล้ว คือ บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ และที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้แก่ สมบัติ พลายน้อย หรือ ส.พลายน้อย นั่นเอง

ผลการตัดสินมีมติเป็นเอกฉันท์ให้งานเขียนของ ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ คว้ารางวัลยอดเยี่ยมมาได้นั้น...น่าสนใจยิ่ง ทั้งนี้ "บุปผาในคีตกาลร็อค กิตติ กีตาร์ปืน" ซึ่งเป็นตำนานร็อคเกอร์เมืองไทย นับตั้งแต่กำเนิดดนตรีร็อคในตะวันตกพัดพามาสู่ตะวันออก จนก่อให้เกิดแรงบันดาลใจแก่เด็กชายคนหนึ่ง สารคดีชิ้นนี้สามารถสร้างความโดดเด่นให้เขาได้อย่างไร คำพูดหลังรับรางวัลมาสดๆ ร้อนๆ น่าจะยืนยันตัวตนความเป็นนักเขียนสารคดีของเขาได้ชัดเจนมากขึ้น...

0เรื่องนี้ใช้เวลาเขียนนานเท่าไหร่?

จริงๆ ใช้เวลาเขียนไม่นาน แต่ใช้เวลาเก็บข้อมูลนานมาก คือ ก่อนหน้านั้น ผมทำงานเป็นนักข่าว พอปี 2546 ผมประกาศกับตัวเองแล้วว่าจะเป็นคนเขียนหนังสือ วางแผนที่จะเขียนหนังสือ ตอนนั้นเขียนพร้อมๆ กันไปหลายเล่ม และเรื่องของ กิตติ กีตาร์ปืน เป็นหนึ่งในนั้น โดยวางโครงไว้ว่าผมจะสัมภาษณ์ใคร จะเก็บข้อมูลที่ไหน ผมจะเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ซึ่งค่อนข้างนาน เวลาผมไปเจอใครที่ไหน ผมก็จะสัมภาษณ์ ถ้าดูจากข้างหลัง จะเห็นว่ามีเกือบ 30 คน และผมจะใช้ชีวิตคลุกคลีกับพี่กิตติค่อนข้างเยอะ ค่อนข้างนาน เพราะผมอยากทำงานเขียนแบบฝรั่ง คือ ถ้าเขียนสักเรื่องนึง คุณต้องทุ่มกับมัน..

0ด้วยสไตล์เจาะลึกแบบฝรั่ง?

ใช่ เพียงแต่ว่าเรายังเขียนได้ไม่ดีเท่าเขา เพราะเรายังมีเงื่อนไขในชีวิตอีกหลายๆ อย่าง ทำให้เราไม่ได้ทำแบบเขาได้ แต่ผมอยากทำแบบนั้นสำหรับในอนาคต คือ เขียนออกมาให้ได้ดี

0แนวคิดหลักจริงๆ ต้องการนำเสนออะไร?

ผมเขียนชีวิตของใคร ผมต้องการนำเสนอสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้นๆ อย่างงานที่เคยเขียนก่อนหน้านั้น ผมเขียนชีวิตของ "แจ๊สสยาม" ที่สร้างหนังเรื่องคนทรงเจ้า ผมพยายามนำเสนอประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในช่วงที่เขาสร้างหนังอยู่ ดนตรีก็เหมือนกัน คือ เท่าที่เราเก็บข้อมูลมา เมืองไทยเราในเชิงประวัติศาสตร์อะไรก็แล้วแต่ไม่ค่อยมีใครบันทึกไว้ ดนตรีร็อคเมืองไทยเผลอๆ คนมองเป็นลูกเมียน้อยด้วยซ้ำไป เพราะคนฟังมีกลุ่มค่อนข้างจำกัดไง ในขณะที่คนคลั่งไคล้ก็คลั่งไคล้จริงๆ แต่เวลาเขาอยากอ่าน เขาไม่ค่อยมีเวทีให้อ่าน

0กิตติ กีตาร์ปืน เขามีความน่าสนใจอะไรเป็นพิเศษ?

ชีวิตเขาน่าสนใจ เขาออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 10 กว่า เล่นดนตรีตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนามปี 2510 เขาใช้ชีวิตต่อสู้ แล้วเขายืนยันในแนวทางในวิถีชีวิตของเขา แล้วต่อสู้จนประสบความสำเร็จ เรารู้สึกว่าคนนี้ไม่ธรรมดา นั่นคือ สิ่งที่ผมดีใจพอได้รางวัล เพราะเราสามารถถ่ายทอดเป็นข้อต่อในการนำประวัติศาสตร์ และนำประวัติชีวิตคนๆ หนึ่ง ซึ่งเราศรัทธา มาให้สาธารณชนได้รับรู้ในวงกว้างมากขึ้น คนที่ไม่ชอบร็อคแต่อาจจะชอบและประทับใจในวิถีการต่อสู้ของระบบความคิดเขาก็ได้

0รู้จักและคุ้นเคยกันได้ยังไง?

ก่อนหน้านั้น ผมเขียนเรื่องแจ๊สสยาม ประวัติศาสตร์ในวงการหนัง แล้วมีคนที่รู้จักกับแจ๊สสยามอยู่คนหนึ่ง เขามาช่วยกับทางพี่กิตติอยู่ด้วย เลยได้รู้จักกัน แล้วพอดีพี่กิตติเขาอยากเขียนหนังสือของเขาอยู่แล้ว เลยได้พูดคุย หลังจากนั้นได้มีการแลกเปลี่ยน ได้ติดตามกันไป เขาไปแสดงคอนเสิร์ตไหน ผมก็ตามไปเก็บรายละเอียด เลยทำให้คลุกคลีกันมากขึ้น

0สนิทสนมกันมานานขนาดไหน?

ประมาณปีสองปี เพียงแต่ว่าเราเขียนเหมือนสนิท คงเป็นเพราะเราสัมภาษณ์คนเยอะ อย่างสมาชิกวงคาราบาวเกือบทุกคน ผมได้สัมภาษณ์เกือบหมด ทั้งพี่แอ๊ด-อ๊อด-เล็ก คาราบาว หรือพี่อิทธิ พลางกูร ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว จะมีหลายๆ ท่านที่ผมสัมภาษณ์ และด้วยความที่ร็อคเมืองไทยเวทีมันน้อย แต่เขาจะโหยหาชีวิตในอดีต เช่น พัทยา เพราะมีฝรั่งเยอะ คนที่ฟังดนตรีร็อคแต่ก่อนจะเป็นฝรั่ง เพราะฉะนั้นวันเสาร์-อาทิตย์แกก็จะไปพัทยา เราเห็นว่า เขายังมีความทรงจำที่ดีนะ ยังรู้สึกฝังใจกับความเป็นร็อค แม้ว่าคนรุ่นใหม่ถ้าเอ่ยชื่อ กิตติ กีตาร์ปืน บางคนไม่รู้จักด้วยซ้ำไป

0เนื้อหานำเสนอในมิติไหนบ้าง?

หนึ่ง คือ ในแง่ชีวิตของเขา คนๆ หนึ่งเติบโตมายังไง เรียนรู้มายังไง ระบบสังคมปี 2510 ตอนนั้นเป็นยังไง จนในช่วงวัยรุ่นเขาต่อสู้ผ่านมายังไง เขาทำมาหากินยังไง จนทุกวันนี้เป็นยังไง โดยพี่กิตติเขาจะมีภาพเป็นนักธุรกิจอยู่ในตัว เขามาเปิดโรงเรียนดนตรี เป็นออร์แกไนเซอร์ เขามีความผสมผสานอยู่ในตัวเขา ส่วนในอีกมุมมองหนึ่ง คือ ในแง่ของประวัติศาสตร์ดนตรี เพราะเมืองไทยทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสตริงหรืออะไรก็แล้วแต่ รากมันจริงๆ ก็มีผลพวงมาจากการเป็นร็อคเหมือนกัน ในปี 2510 แม้คุณจะฟังสุนทราภรณ์ ฟังอะไร แต่ร็อคมันก็เริ่มซึมซาบเข้ามา ช่วง จี.ไอ.เต็มเมือง จนกระทั่งถอนตัวไปปี 2518 เขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเบี่ยงเบนหาอะไรใหม่ทำ จนกระทั่งเป็นคาไลโดสโคป ต้องมาเล่นร็อคเป็นเพลงไทย นำเสนอในแง่ของชีวิตเขา ในแง่ของประวัติดนตรี ในแง่ของความเป็นร็อค ผมเสียดายอย่างเดียวเองคือไม่ได้พูดในบางมิติของชีวิตเขา เช่น ชีวิตในแง่ของความรัก คือ บางทีประวัติชีวิตคนเขาก็ไม่อนุญาตให้เปิดเผย ทำให้มันไม่อาจจะเป็นสารคดีที่ดีได้

0ก่อนหน้านี้เคยเขียนหนังสืออะไรมาก่อน?

ผมเขียนเล่มแรก คือ "เอนก สิทธิประสาท : สุภาพบุรุษนักปกครอง" เป็นประวัติของอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เล่มที่สอง คือ "ประวัติศาสตร์สมัยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" เป็นประวัติศาสตร์สมัยหลวงปู่ทวด โดยความที่ผมเป็นคนจังหวัดนราธิวาส และนับถือหลวงปู่ทวด แต่เราไม่ได้เขียนในแง่ของอิทธิปาฏิหาริย์หรืออะไรมาก แต่ต้องการนำเสนอประวัติศาสตร์ เพราะเชื่อว่าประวัติศาสตร์คือรากของคน คุณจะทำดี จะเขียนหนังสือดี จะทำอะไรดี คุณต้องศึกษาประวัติศาสตร์ เลยเอาหลวงปู่ทวดมาเป็นเหมือนตัวละคร เป็นแกนตัวเล่าเรื่อง แต่สิ่งที่ต้องการนำเสนอคือประวัติศาสตร์ และคุณจรูญ วรรธนะสิน ผู้สร้างหนังเรื่องสนิมสร้อย กับเรื่องเชอรี่แอน เขาสนใจอยากสร้างหนังหลวงปู่ทวดอยู่แล้ว เลยเอาหนังสือผมไปเป็นหลักในเชิงข้อมูล และจะลงพื้นที่ไปดูโลเกชั่นกันเร็วๆ นี้

ส่วนเรื่องที่สาม คือ "สายฝนเหนือปากน้ำบางนรา" อันนี้เป็นเรื่องความรู้สึกของคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต่อในหลวง ต่อพระราชินี และต่อราชวงศ์ทั้งหมดเลย ผมจะเขียนเล่าเรื่องอย่างเช่นเวลาเราดูทีวี เราก็จะเห็นภาพที่พระองค์ท่านประทับอยู่ในเรือที่คนพายเป็นลุงแก่ๆ ผมก็ไปสัมภาษณ์ลุงคนนั้น เพราะคนทั้งประเทศไม่มีใครรู้ว่าพระองค์ท่านตรัสอะไรกับลุงคนนั้น

0ตอนนี้กำลังมีงานเขียนอะไรอีก?

กำลังเขียนนิยายอยู่ชื่อ "หักเหลี่ยมพลอย" แต่ยังไม่เสร็จ เป็นเรื่องกลโกงของคนในวงการพลอย โดยที่ผมได้ไปรู้จักนักธุรกิจคนหนึ่งซึ่งอยู่ในวงการพลอยมา 30 กว่าปี เขาเล่าเทคนิคการเผาพลอย การโกงตั้งแต่สมัยรุ่นบ่อพลอยจนถึงวงการพลอยต่างประเทศและทั่วโลก ว่า เขาต่อสู้กันยังไง แล้วผมใส่ตัวละครที่เป็นนักข่าวเข้าไปพัวพันกับแก๊งค้าพลอย เป็นนิยายที่อิงจากเรื่องจริง และมีอยู่อีกเรื่องหนึ่งคิดว่าน่าจะออกเร็วๆ นี้ คือ "จิตวิญญาณระหว่างขุนเขาบูโด สันกาลาคีรี" เป็นบันทึกการเดินทางในห้วงยามสุดวิกฤติของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ผมรู้สึกว่าตอนนี้คนสามจังหวัดภาคใต้เป็นคนน่าสงสารมาก จริงๆ บ้านเกิดผมอยู่ดุซงญอที่เคยเกิดสงครามดุซงญอ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2491 ซึ่งมาพ้องกับเหตุการณ์ที่กรือเซะไง

0เขียนเพื่อสะท้อนปัญหาเหตุการณ์ความรุนแรง?

นั่นคือ บ้านเกิดผม พ่อผมเป็นคนจีนแต่อยู่ในกลุ่มมุสลิมเยอะ เรามีความรู้สึกผูกพัน มีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ทุกวันนี้ผมยังยืนยันว่าเรายังมีความรู้สึกที่ดี เพียงแต่มีใครก็ไม่รู้ที่มาก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ฉะนั้นผมเอาเรื่องพวกนี้มาเขียนเหมือนกับตัวเราเป็นคนเดินเรื่อง และก่อนหน้านี้ ผมไปเป็นที่ปรึกษาของวิทยุชุมชนที่นราธิวาส ได้เข้าไปคลุกคลีในพื้นที่ เลยเอาสิ่งที่เราได้พบได้เห็นมาเขียนเป็นบันทึก ค่อนข้างหนาประมาณ 300 กว่าหน้า ตอนนี้กำลังหาคนพิมพ์อยู่ เป็นบันทึกการเดินทาง แต่มีเรื่องเหตุการณ์เข้าไปด้วย ว่าไปเจอใคร เจอแหล่งท่องเที่ยวที่ไหน เล่าประวัติสอดแทรกเข้าไปด้วย

0ส่วนตัวแล้วงานเขียนสารคดีมีเสน่ห์ตรงไหน?

จริงๆ มันเขียนยากนะ เพราะว่ามันต้องอิงกับข้อเท็จจริง โดยความที่ชีวิตผมคลุกคลีกับลักษณะอย่างนี้มาตั้งแต่เริ่มทำข่าว ส่วนใหญ่ผมจะเขียนเป็นสกู๊ปเชิงวิเคราะห์ คือ ความเป็นสารคดีผสมข่าว อาจจะเป็นจุดเด่นของเรา เราเอาตัวนี้มาเขียนได้ และจังหวะเรื่องคนที่ให้เราเขียน หรือคนที่เราศรัทธา แล้วเขียนโดยที่เราอยากเขียน

0มีวิธีเก็บรวบรวมข้อมูลยังไง?

ถ้าไปดูในเครื่องคอมพ์ผมจะตกใจ ผมจะตีตารางเวลาไว้หมดทุกปี แต่ละปีการเมืองเปลี่ยนแปลงยังไง สังคมเปลี่ยนแปลงยังไง และชีวิตผมไปพัวพันยังไง เพราะผมเอาไว้เขียนเรื่องอื่นด้วย ฉะนั้นจะเขียนโปรแกรมรายละเอียดไว้เยอะมาก และความที่เราอ่านหนังสือมาก แล้วจะหาอะไรที่โดดเด่นมาพิมพ์เก็บไว้ ลำดับแต่ละเหตุการณ์ และค้นหาแหล่งข้อมูล ส่วนใหญ่จะเป็นห้องสมุดธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หอสมุดแห่งชาติ และอีกส่วนหนึ่งลงพื้นที่สัมภาษณ์ ผมเป็นคนชอบเดินทาง เพราะเดิมผมทำงานเป็นนักข่าวมาตั้งแต่ปี 2534 ที่สำนักข่าววิทยุเอบีเอ็น และเข้าทำที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ทำข่าวเจาะเชิงสารคดี ทำให้งานเขียนออกมาในเชิงสารคดี

0แต่งานหลักเวลานี้คือเขียนหนังสือ?

สองปีมานี้ผมเขียนหนังสือเป็นหลัก บางเล่มผมขายลิขสิทธิ์ให้กับบางสำนักพิมพ์ บางเล่มผมพิมพ์เอง ตั้งสำนักพิมพ์เองชื่อ "แบ่งปัณณ์สำนักพิมพ์" พิมพ์อยู่ 2 เล่ม คือ หลวงปู่ทวดเหยียบทะเลจืด และสายฝนเหนือปากน้ำบางนรา เมื่อต้นปีที่แล้วผมไปเป็นที่ปรึกษาโครงการวิทยุชุมชนอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส เป็นโครงการที่จะไปแก้ปัญหาในเชิงจิตวิทยาให้กับชาวบ้านในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรงนี้ผมถือเป็นงานพิเศษ เพราะแกนหลักจริงๆ ผมยังเป็นคนเขียนหนังสือ พองานอย่างอื่นเสร็จแล้ว ผมก็กลับมาทำงานเขียน

0มองวงการนักเขียนสารคดียังไง?

ที่ผ่านมามีนักเขียนสารคดีน้อยมาก ถ้าเขียนในเชิงท่องเที่ยวคนก็จะนึกถึงแต่ ธีรภาพ โลหิตกุล หรือถ้าแต่ก่อนจะนึกถึง อภินันท์ บัวหะภักดี หรือแนวสังคมก็จะเป็น อรสม สุทธิสาคร มีไม่กี่คน จริงๆ เราเขียนแม้ว่าคนไม่อ่านทั่วประเทศ แต่ให้คนใกล้บ้านคุณ ให้คนท้องถิ่นคุณ หมู่บ้านคุณ อำเภอคุณอ่าน ผมว่าเราค่อยๆ ฟูมฟักตรงนี้ ส่งเสริมจากสังคมเล็กๆ ไปก่อน

0ต้นแบบของนักเขียนสารคดีชอบใครเป็นพิเศษ?

ผมชอบ อาปุ๊-'รงค์ วงษ์สวรรค์ เพราะเขียนหนังสือได้หลากหลาย คำสวิงสวาย ชอบที่สุด อีกคนหนึ่งผมชอบอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ผมมีทุกเล่ม ชอบสไตล์การเขียน ชอบแนวคิดด้วย แต่ถ้าเป็น ส.พลายน้อย หรือบุญช่วย (ศรีสวัสดิ์) ด้วยความที่เป็นรุ่นเก่า เราไม่ได้ไปคลุกคลี เราจะอ่านของคนรุ่นกลางๆ หรือคนรุ่นใหม่ๆ มากกว่า ถ้าถามถึงหนังสือเชิงสารคดีต่างประเทศ เรื่องที่ผมชอบคือ "พูลานเทวี ราชินีโจร" ที่มีนักข่าวฝรั่งตามไปเขียน เรื่องนี้อยู่ที่อินเดีย เธอโดนโจรจับไปข่มขืน ตอนหลังมาเป็นรัฐมนตรี แล้วโดนยิงตาย ผู้เขียนเก่งมาก เขียนได้น่าสนใจน่าติดตาม ผมอยากเขียนได้อย่างนั้น

0ปกติเป็นคนสนใจเรื่องประวัติศาสตร์?

ผมเชื่อว่า ประวัติศาสตร์ คือ รากเหง้าของคน สามจังหวัดภาคใต้ทุกวันนี้ที่ทะเลาะกันอยู่ เพราะว่ามาจากเชิงประวัติศาสตร์ ผมไปคลุกคลีก่อนหน้าที่จะเขียนสายฝนเหนือปากน้ำบางนรา ไปอยู่พื้นที่เป็นปี คือ นักวิชาการเองก็แตกกลุ่มกัน นักวิชาการมุสลิมกับไทยพุทธก็ช่วงชิงกันว่าประวัติศาสตร์ของไทยพุทธยิ่งใหญ่ ทางมุสลิมก็บอกว่ายิ่งใหญ่ ผมบอกว่าประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ดี แต่คุณต้องเอามารับใช้ในความสมานฉันท์ในความสามัคคี คุณอย่าไปสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับใครอีกเลย ทุกวันนี้มันก็บอบช้ำเยอะอยู่แล้ว ผมเชื่อว่า ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์แล้วเอาประวัติศาสตร์มารับใช้การดำรงชีวิตของเรา ทุกคนได้ประโยชน์ เด็กได้ประโยชน์ ผู้ใหญ่ก็ได้ประโยชน์ ผมเขียนหนังสือเล่มนี้

0ถ้ามีประเด็นอ่อนไหวที่นำเสนอไม่ได้มีวิธีหลีกเลี่ยงอย่างไร?

การใช้คำไง ในความเป็นคนเขียนหนังสือ การใช้คำให้เบาลง หรือเทคนิค ผมจึงชอบงานของอาจารย์เสกสรรค์ เขาจะมีเทคนิคที่ทำให้เรื่องน่าสนใจ บางเรื่องไม่ได้แสดงไปตรงๆ แต่เขียนให้เบี่ยงเบนไป แต่ความหมายเดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการนำเสนอต่างกัน

0ถึงตอนนี้ประกาศกับตัวเองชัดเจนหรือยังว่าเป็นนักเขียนสารคดีเต็มตัว?

เราไม่เคยประกาศ ที่ผ่านมาเราเขียนหนังสือจริง แต่เราก็เก็บตัว ผมมีเพื่อนในวงการนักเขียนเยอะ แต่ผมไม่ค่อยได้ไปคลุกคลี โดยความที่ชีวิตมันเดินทางเยอะ ผมไม่เคยประกาศตัวต่อสาธารณะ อาจจะเขียนในหนังสือบ้างว่าเป็นคนเขียนหนังสืออิสระ แต่เราก็ไม่เคยประกาศตัว แต่การได้รางวัลมันก็เหมือนการประกาศกลายๆ ว่าเราเป็นคนเขียนหนังสือทางสารคดีแล้ว ซึ่งจริงๆ อีกด้านหนึ่งคงจะสร้างแรงกดดันให้เราด้วย เวลาเราทำงานคนอาจจะคาดหวังเรามากขึ้น ทำให้เราต้องทำงานหนักมากขึ้น

สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

"ผลงานชิ้นนี้โดดเด่นมากในแง่ของคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ โดยใช้เรื่องราวของ "กิตติ" กับ "ดนตรีร็อค" แล้วขยายให้เห็นภาพรวมของสังคมไทย จนถึงสังคมโลก ที่เชื่อมโยงเข้าหากันได้อย่างตื่นตาตื่นใจ แล้วกลับมาสู่ตัวบุคคล โดยแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนตนเองจนกลายเป็นมืออาชีพ แต่กว่าจะมีวันนี้เขาต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านอุปสรรคมากมาย ทั้งยังได้เห็นบรรยากาศ สภาพสังคม เศรษฐกิจของยุคสมัยในช่วงสงครามเวียดนาม ส่วนด้านภาษาในการนำเสนอแม้ไม่ได้หวือหวามาก แต่ศิลปะ ในการเล่าเรื่องแบบเรียบง่าย ซึ่งเหมาะกับวิถีชีวิตของเขาที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง งานเขียนชิ้นนี้สามารถขยายจากจุดเล็กๆ ไปสู่วงกว้างที่มีความซับซ้อนด้วยวิธีการเล่าเรื่องแบบง่ายๆ

งานเขียนสารคดี ถ้าเขียนให้ดีแล้ว น้ำเนื้อของมันไม่ได้ต่างจากวรรณกรรมชั้นดีเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของประเด็น เรื่องของชั้นเชิง กลวิธีการนำเสนอ เรื่องภาษา เพราะฉะนั้นในความเป็นสารคดีมันสามารถที่จะเทียบชั้นกับงานเขียนประเภทอื่นได้ในทุกๆ ด้าน และอีกอย่างเราหากินกับสารคดี เพราะฉะนั้นเราก็น่าจะส่งเสริมในเรื่องของสารคดี หมายความว่าการทำให้คนเขียนสารคดีเกิด

เรื่องที่ได้รับรางวัลอาจจะไม่ได้นำมาทำเป็นรายการสารคดีคน ค้น ฅน เพราะบางเรื่องช้ำแล้ว มีคนพูดถึงเยอะแล้ว แต่ว่าถ้าจะทำผมว่า 200 กว่าชิ้นที่หายไปนั้นน่าสนใจกว่า จากผลการตัดสินที่ออกมาทำให้เราต้องกลับไปดูตัวนักเขียนกับคุณภาพของงาน ซึ่งดูแล้วคุณภาพโดยเฉลี่ยมันมีงานที่โดดเด่นชิ้นเดียว ทำให้เราเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า จริงๆ แล้วรางวัลสามารถสร้างงานเขียนที่ดี นักเขียนที่ดี ได้หรือไม่ เป็นมรรคเป็นผลกับวงการและกับผู้อ่านได้จริงหรือเปล่า ถ้าสมมติว่ารางวัลสร้างไม่ได้ มีวิธีไหนที่จะสร้างได้ ซึ่งตอนนี้เรากำลังคุยกันอยู่เรื่องของการให้ทุนนักเขียน

โดยเฉพาะคนที่เข้ารอบมาทั้ง 9 คน เราเรียกมาคุยเลย ใครสนใจที่จะเขียนสารคดีอย่างจริงจัง จะให้เป็นเงินเดือนประจำ เพื่อที่เขาจะได้ไปทำงานเขียน สร้างงานใหม่ๆ อย่างจริงจัง ไม่ต้องมากังวลเกี่ยวกับเรื่องของรายจ่าย ซึ่งตอนนี้กำลังทำอยู่แล้วกับพี่เชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ บริษัทมีเงินเดือนให้ 40,000 บาทต่อเดือน แล้วให้พี่เขาไปทำงานใหม่ชนิดที่ให้มันหลุดออกไปจากงานเดิมๆ คือ จะทำอย่างไรให้เขามุ่งมั่นเอาจริงเอาจังกับการเป็นนักเขียนสารคดีได้

นอกจากนี้ เราจะมีบรรณาธิการเข้าไปดูแลด้วย มีคนคอยให้คำปรึกษาว่าจะจับงานเขียนแนวไหน เรามีเวทีให้แน่นอน พิมพ์งานให้เมื่องานออกมา โปรโมทโฆษณาให้ คือ เราพร้อมที่จะผลักดันให้นักเขียนเกิดเลย ขอให้คุณเอาจริงเอาจัง มีทุกอย่างรองรับ ตรงนี้คือการต่อยอด แล้วเราจะไปโน้มน้าวให้เกิดผู้อ่านกลุ่มใหม่ เหมือนกับที่โน้มน้าวให้เกิดผู้ชมกลุ่มใหม่ที่มาดูสารคดี "คน ค้น ฅน" หรือ "กบนอกกะลา" เพราะฉะนั้นตรงนี้กลุ่มคนอ่านหนังสือเก่าเขาอ่านกันอยู่แล้ว แต่ว่าเราอยากได้กลุ่มใหม่มากกว่า มันถึงจะเกิดไปด้วยกัน ทั้งผู้เขียน งานเขียน และผู้อ่าน เพราะว่าถ้าผู้เขียนเขียนดีแค่ไหน แล้วไม่มีคนอ่านก็เท่านั้น เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ได้จริง"


อ่าน ขุนเขา-พญาอินทรี และกีตาร์ปืน กิตติ กาญจนสถิตย์ และ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ การพบกันครั้งแรกในรอบ 30 ปี

 





^ TOP

Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2004 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุดก็นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ก็
สงวนลิขสิทธิ์ก็ามมิให้ลอกเลียนก็ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต เว้นแต่เพื่อการศึกษาก็นคว้าก็างอิง