จากเด็กชายที่เติบโตมาริมฝั่งน้ำแม่กลอง มีแม่ผู้รักในต้นไม้และคุณค่าของแผ่นดิน
จากอดีตเด็กนักเรียนที่สอบได้ที่ ๑ ของโรงเรียนอำนวยศิลป์และเตรียมอุดมฯ
เขาถูกให้ออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะทะเลาะกับครู วิญญาณกบฏพาเขาก้าวสู่สีสันของชีวิตในโลกใหม่
เป็นนายท้ายเรือโดยสาร วิ่งล่องระหว่างบางบัวทองกับแม่น้ำสุพรรณฯ ตีกลองแห่รถหนัง
สะพายกระบะขายบุหรี่ รับจ้างเมียเช่าที่พัทยาเขียนจดหมาย คุมปางไม้ในป่าติดชายแดนพม่า
ฯลฯ
ชีวิตวัยหนุ่มที่เติบโตอยู่ในยุคหลังสงคราม ผ่านพบความทารุณและความยากแค้นแสนเข็ญกับใจดวงห้าวหาญรุ่มร้อน
พาเขาก้าวสู่ดงนักเลงแห่งบางลำพู ก่อนจะผินหลังให้แก่ประสบการณ์โชกโชน
เดินสู่ก้าวใหม่ในโลกหนังสือพิมพ์ กลิ่นหอมยวนใจของน้ำหมึกคือลมหายใจของเขามานับแต่นั้น
จากคนตรวจปรู๊ฟ ช่างภาพหนังสือพิมพ์ เขาก้าวมาเป็นคอลัมนิสต์ เป็นนักเขียนสารคดี
นักเขียนนวนิยาย เป็นบรรณาธิการนิตยสาร ฯลฯ... ไม่เคยมีรางวัลใดๆ ให้แก่เขา
ไม่ว่าจากหน่วยงานใดหรือสมาคมใด แต่บำเหน็จจากการทำงานหนักของนักเขียนอาชีพ
ผู้หาเลี้ยงชีพด้วยการเขียนตัวหนังสือขายมากว่าครึ่งค่อนชีวิตอย่างเขา
คือความเป็น 'รงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนผู้ยิ่งยงที่สุดคนหนึ่งแห่งยุคสมัย
เขาคือนักเขียนผู้เป็นนายของภาษา ผู้มีลีลาเฉพาะตัวอันสะอิ้งพริ้งพราย
ความรักความผูกพันอันอบอุ่นจากนักอ่านที่แน่นแฟ้นมายาวนานต่องานเขียนของเขา
คือเกียรติยศที่ล้ำค่า คือรางวัลชีวิตที่งดงามที่สุดเหนือกว่ารางวัลใดๆ
วันนี้ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ วางความจัดเจนของชีวิตวัย
๖๔ ของเขาไว้ในความร่มรื่นของสวนทูนอิน
กลางหุบเขาโป่งแยง เชียงใหม่ เขาเนรมิตพื้นที่กว่า ๒๐ ไร่ ให้เป็นสวนธรรมชาติอันอุดมด้วยไม้นานาพันธุ์
เคียงข้างกายเขาคือ "พี่ติ๋ม"
สุมาลี (ตระการไทย) เมียคู่ทุกข์คู่ยากที่อยู่ร่วมชีวิตกันมากกว่า
๒๐ ปี และลูกชาย ๒ คน วงศ์ดำเลิง
หรือบักหำน้อย วัย ๒๑ ปี และสเริงรงค์ หรือบักจ่อย วัย ๑๔ ปี พลังในกายของเขายังไม่เคยเหือด
ปลายปากกาของเขายังคงยวนเสน่ห์ ท้าทายกาลเวลา เขาทำงานหนักมากว่า ๔๒
ปี และยังคงทำงานหนักด้วยการเขียนหนังสือทุกวัน โดยไม่ยอมมีวันหยุดแม้จนทุกวันนี้
เขาถือว่างานเขียนของเขาคือการ entertain ผู้อ่าน
และสำหรับผู้ร่วมพบปะสนทนาเขาคือ entertainer ที่ดี
งาน 'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง วันนี้ คือ entertain
อีกรูปแบบหนึ่งจาก 'รงค์ และมิตรรักของเขา
|