| ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิที่ห้ามมิให้คนอื่นนำสิ่งที่ตนประดิษฐ์ขึ้นไปทำเลียนแบบ
ดัดแปลง หรือ ต่อเติม การที่บุคคลไปลอกเลียนแบบสิ่งที่บุคคลอื่นได้คิดค้นขึ้นย่อมเป็นการเอาเปรียบผู้ที่ลงแรงประดิษฐ์สิ่งนั้น
กฎหมายลิขสิทธิ์จึงให้ความคุ้มครองแก่งานของผู้สร้างสรรค์โดยที่ให้ผู้สร้างสรรค์ได้รับค่าตอบแทน
สำหรับความพยายามสร้างงานนั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้มีความสามารถคิดค้นสิ่งใหม่ๆจะได้มีกำลังใจและได้ค่าตอบแทน
สำหรับความอุตสาหะของผู้สร้างสรรค์ หรือเพื่อให้ผู้คิดค้นนั้นยอมนำผลงานของตนออกมาเผยแพร่
เพื่อจะได้เป็นประโยชน์สำหรับประชาชนทั่วไป
สิ่งที่กฎหมายนี้คุ้มครองก็คือ " งาน "
ของผู้สร้างสรรค์
" งาน " นี้หมายถึงสิ่งที่เป็นผลจากการริเริ่มของผู้สร้างสรรค์
ต้องเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามในการทำขึ้น เช่น การประพันธ์ งานขีดเขียน
งานปฏิมากรรม และงานจิตรกรรม แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่างานที่จะมีลิขสิทธิ์ได้จะต้องเป็นงานที่สวยงาม
หรือดีแต่อย่างเดียว งานที่ไม่มีใครเห็นว่าสวยงามเลยหรืองานที่บุคคลอื่นอาจเห็นว่าน่าเกลียดก็ยังเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ได้
ลักษณะของงาน
งานที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายลิขสิทธิ์ได้
มีดังนี้
1. งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้คิดค้นขึ้นเอง
2. งานดัดแปลงงานของผู้อื่นโดยได้รับอนุญาต
3. การนำงานของคนอื่นมารวบรวมไว้ด้วยกันโดยเจ้าของอนุญาต
4. งานที่ไม่มีใครมีลิขสิทธิ์ เพราะเหตุที่อายุแห่งการคุ้มครองสิ้นสุดลง
หรือ เพราะเหตุที่งานนั้นไม่มีลิขสิทธิ์มาก่อน
หากนำมารวบรวมไว้ ผู้รวบรวมก็จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น
งานที่ไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายลิขสิทธิ์
ได้แก่
1. ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร
2. รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
3. ระเบียบบังคับ ประกาศคำสั่งคำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง
ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ หรือของท้องถิ่น
4. คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
5. คำแปล และการรวบรวมสื่งต่าง ๆตาม (1) ถึง (4)
ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น
6. การแสดงบางอย่างที่ไม่ต้องมีใครกำหนดวิธีแสดง
เช่น ชกมวย ประกวด นางงาม
7. ชื่อเรื่อง ชื่อหนังสือ เช่นชื่อนวนิยาย
การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์
1. โดยทางนิติกรรม ซึ่งแบ่งเป็น 2 ทาง คือ
1.1 ถ้ามีคนจ้างให้คิดประดิษฐ์สิ่งใดในฐานะลูกจ้าง
ผู้มีลิขสิทธิ์ คือ ผู้คิดค้น ไม่ใช่ผู้จ้าง
นอกจากจะตกลงกันไว้ก่อนจ้างว่าให้ลิขสิทธิ์ตกเป็นของผู้จ้าง
1.2 ถ้ามีคนจ้างให้คิดประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยว่าจ้างกันเป็นงานแต่ละชิ้น
ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์ นอกจากจะตกลงกันไว้ก่อนว่าให้ลิขสิทธิ์ตกเป็นของผู้รับจ้าง
2. โดยมีคนอื่นโอนให้มา
เจ้าของลิขสิทธิ์จะโอนลิขสิทธิ์ของตนให้แก่ใครก็ได้แต่มีข้อแม้ว่า
ผู้รับโอนจะต้องไม่แก้ไข ดัดแปลง บิดเบือน ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง
หรือเกียรติคุณของผู้สร้างงานนั้น การโอนโดยวิธีนี้ต้องทำเป็นหนังสือ
3. โดยทางมรดก
ผู้สร้างสรรค์ตายลง ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ยังตกทอดมายังลูกหลานได้อีก
ระยะเวลาการมีลิขสิทธิ์
1. หากงานที่สร้างขึ้นเป็นวรรณกรรม (เช่น แต่งหนังสือ) ศิลปกรรม (เช่น
การถ่ายภาพ) ผู้สร้างขึ้นจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จนตาย และมีลิขสิทธิ์ต่อไปอีกหลังจากตาย
50 ปี ผู้ได้รับประโยชน์จากลิขสิทธิ์นี้ก็คือลูกหลานที่จะได้รับไปอีก
50 ปี
2. หากงานที่สร้างขึ้นเป็นศิลปประยุกต์ คือ งานที่สร้างขึ้นเพื่อความสวยงาม
และสามารถใช้สอยเป็นประโยชน์ได้จะมีลิขสิทธิ์
25 ปี นับแต่สร้างงานหรือนับแต่นำออกมาเผยแพร่
การละเมิดลิขสิทธิ์
การละเมิดลิขสิทธิ์ คือ การที่มีคนเอางานคนอื่นสร้างขึ้นมาทำเลียนแบบ
หรือดัดแปลง หรือนำงานนั้นออกเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปรู้โดยเจ้าของมิได้อนุญาต
ในการละเมิดลิขสิทธิ์นี้จะเป็นการลอกเลียนบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้
งานที่จะลอกเลียนนั้นจะเป็นงานที่มีรูปร่าง เช่น รูปวาด หรืองานที่ไม่มีรูปร่าง
เช่น ทำนองเพลง ก็ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น
ข้อยกเว้น
การกระทำดังจะกล่าวต่อไปนี้ไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
1. วิจัยหรือศึกษา
2. ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือคนในครอบครัว
3. ติชมหรือวิจารณ์ผลงานโดยรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น
4. เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น
5. ทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดโดยบรรณารักษ์ของห้องสมุด
|