..............................................................
'รงค์
วงษ์สวรรค์ กล่าวถึงสายน้ำ แผ่นดิน และต้นไม้, ไว้อย่างได้บรรยากาศจากสายตาช่างพินิจอย่างคลุ่มลึกในเสน่ห์ของธรรมชาติ
ในผลงานเรื่อง "หอมดอกประดวน" ของเขา
๖๓ ปีบนถนนชีวิต ๔๒ ปีบนถนนหนังสือ นักเขียนสำนวนสวิงผู้ยิ่งยงผู้นี้สร้างผลงานฝากไว้ในบรรณพิภพกว่า
๗๐ เล่ม ไม่นับผลงานที่ยังไม่ได้รวบรวมพิมพ์อีกว่า ๔๐ เล่ม ...อาจินต์
ปัญจพรรค์ มิตรร่วมวงการน้ำหมึกกล่าวถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไว้ว่า-ชายผู้นี้มีพลังบรรยายราวกระแสธาร
พลังเหล่านี้เขาอัดไว้ในร่างกายหนักกว่าร้อยปอนด์ เขาได้พลังมาจากอดีตอันฉกาจฉกรรจ์จากอาชีพเกือบทุกแบบ
เขาได้มาจากการอ่านอย่างกระหายยิ่งกว่ามอดกินหนังสือ เขาได้มาจากสังคมนานาประเภทที่เขาตะลุยไปเขาสู่มัน
เขาได้มาจากความทรงจำ ความกระหายที่จะรู้...
ผลงานทั้งสิ้นทั้งมวลเขายืนยันคกล่าวน้ำจริงยิ่งกว่าจริง...
จากเด็กชายที่เติบโตมาริมฝั่งน้ำแม่กลอง มีแม่ผู้รักในต้นไม้และคุณค่าของแผ่นดินจากอดีตเด็กนักเรียนที่สอบได้ที่
๑ ของโรงเรียนอำนวยศิลป์และเตรียมอุดมฯ เขาถูกให้ออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะทะเละกับครู
วิญญาณกบฎพาเขาก้าวสู่สีสันของชีวิตในโลกใหม่เป็นนายเรือโดยสาร วิ่งล่องระหว่างบาวบัวทองกับแม่น้ำสุพรรณฯ
ตีกลองแห่รถหนัง สะพายกระบะบุหรี่ รับจ้างเมียเช่าที่พัทยาเขียนจดหมาย
คุมปางไม้ในป่าติดชายแดนพม่า ฯลฯ...
ชีวิตวัยหนุ่มที่เติบโตอยู่ในยุคหลังสงคราม ผ่านพบความทารุนและความยากแค้น
แสนเข็ญ กับใจดวงห้าวหาญรุ่มร้อน พาเขาก้าวสู่ดงนักเลงแห่งบางลำพู
ก่อนจะผินหลังให้แก่ประสบการณ์โชกโชน เดินสู่ก้าวใหม่ในโลกหนังสือพิมพ์
เขาก้าวมาเป็นคอลัมนิสต์ เป็นนักเขียนสารคดี นักเขียนนวนิยาย เป็นบรรณาธิการนิตยสาร
ฯลฯ ...ไม่เคยมีรางวัลใด ๆ ให้แก่เขา ไม่ว่าจากหน่วยงานใดหรือสมาคมใด
แต่บำเหน็ดจจากการทำงานหนักของนักเขียนอาชีพ ผู้หาเลี้ยงชีพด้วยการเขียนตัวหนังสือขายมากกว่าครึ่งค่อนชีวิตอย่างเขา
คือความเป็น 'รงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนผู้ยิ่งยงที่สุดคนหนึ่งของยุคสมัย
เขาคือนักเขียนผู้เป็นนายของภาษา ผู้มีลีลาเฉพาะตัวอันสะอิ้งพริ้งพราย
ความรักความผูกพันอันอบอุ่นจากนักอ่านที่แน่นแฟ้นมายาวนานต่องานเขียนของเขาคือเกียรติยศที่ล้ำค่า
คือรางวัลชีวิตที่งดงามที่สุดเหนือกว่ารางวัลใด ๆ
วันนี้ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ วางความจัดเจนของชีวิตวัย ๖๓ ของเขาไว้ในความร่มรื่นของสวนทูนอิน
กลางหุบเขาโป่งแยง เชียงใหม่ เขาเนรมิตพื้นที่กว่าง ๒๐ ไร่ให้เป็นสวนไป่าธรรมชาติ
อันอุดมด้วยไม้นานาพันธุ์ เคียงข้างกายเขาคือ "พี่ติ๋ม"
สุมาลี (ตระการไทย) เมียคู่ทุกข์คู่ยากที่อยู่ร่วมชีวิตกันมากว่า ๒๐
ปี และลูกชายสองคน วงศ์ดำเลิง หรือบักหำน้อย วัย ๒๑ ปี และสเริงรงค์
หรือบักจ่อย วัย ๑๔ ปี พลังในกายของเขายังไม่เคยเหือด ปลายปากกาของเขายังคงยวนเสน่ห์
ท้าทายกาลเวลา เขาทำงานหนักมากกว่า 42 ปี และยังคงทำงานหนักด้วยการเขียนหนังสือทุกวัน
โดยไม่ยอมมีวันหยุดแม้จนทุกวันนี้...
เขาถือว่างานเขียนของเขาคือการ entertain ผู้อ่าน และสำหรับผู้ร่วมพบปะสนทนาเขาคือ
entertainer ที่ดี บรรยากาศของการสัมภาษณ์สองครั้งสองหนต่างวาระในสวนทูนอิน
--นิวาสถานของเขา จึงเต็มด้วยความรื่นเริง สลับด้วยเสียงหัวเราะเกือบจะทุก
๑๐ นาที นี่คืออีกบุคลิกหนึ่งของเขา นอกเหนือจากความจริงจังในการสร้างงานและความจัดเจนในชีวิต
ฉากเริ่มต้นของการสนทนา...ที่มาของสวนทูนอิน >>
|