>> ลูกผู้ชาย ชื่อ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ คนของแม่น้ำ แผ่นดิน และป่าไพร
[an error occurred while processing this directive]

 
รางวัลคนค้นฅน : นักเขียนรางวัลสารคดี คน ค้น ฅน
‘รงค์ วงษ์สวรรค์
OLD JOURNALIST NEVER DIE
ขุนเขา-พญาอินทรี และกีตาร์ปืน
กิตติ กาญจนสถิตย์ และ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
การพบกันครั้งแรกในรอบ 30 ปี
เปลี่ยนแว่นม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ประจำปี 2547
สืบชะตา วาระ 72 ปี 'รงค์ วงษ์สวรรค์
อะเดย์ ฉบับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
เป็นความดีใจของเราที่เรื่องราวของพญาอินทรีย์
ได้รับการถ่ายทอดสู่หนุ่มสาวร่วมสมัยอีกครั้ง
'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง
พญาอินทรีย์บินเหนือดอยสูง

และ ประวัติของพญาอินทรีย์ โดย สมรม สทิงพระ
ลูกผู้ชายชื่อ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ คนของแม่น้ำ แผ่นดินและป่าไพร
อาหารพื้นบ้าน 6 ตำรับ
จากอาหารนักเขียน
ลิขสิทธิ์ - สิทธิ์ที่นักเขียนถูกปล้น
บทสัมภาษณ์
Sex Life "ถ้าต้องประกอบการสังวาส จะตั้งใจทำให้งดงาม"
'รงค์ วงษ์สวรรค์ บน Milestone เรท X
เหตุและผลของ 2 ปีที่หายไป

บทสัมภาษณ์โดยองอาจ ฤทธิ์ปรีชา
'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง ครบรอบ 64 ปี
พิธีเปลี่ยนแว่น หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
ณ สวนทูนอิน ต.โป่งแยง อ.แม่ริม เชียงใหม่
และวาระครบ 71 ปี ของ'รงค์ วงษ์สวรรค์ 20 พฤษภาคม 2546
2 ปีที่หายไปของ
'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในงานมติชนบุ๊คเดย์
30 ส.ค. - 7 ก.ย. 2545
'รงค์ วงษ์สวรรค์ 69 (2544)
'รงค์ วงษ์สวรรค์ 60 ปี
   
   
   
   
   
   
   
 
 
 
 

 


ลูกผู้ชาย ชื่อ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
คนของแม่น้ำ
แผ่นดิน และป่าไพร

.................................................................................................................................
สัมภาษณ์โดย อรสม สุทธิสาคร
จากนิตยสารคดี ปีที่ 10 ฉบับที่ 113 เดือน กรกฏาคม 2537 (หน้า 120-146)

[ << Prev : intro 1 2 3 4 5 6 7 8 : Next >> ]

           จากวัยหนุ่มคะนองที่ยังมิได้ตระหนักในคุณค่าของผืนป่าในวันวาน ผ่านมาวันนี้ที่วางตัวเองอยู่กับป่า 'รงค์ วงษ์สวรรค์ บอกเล่าถึงความร่มครึ้มของต้นไม้สองข้างทาง ผ่านบางเส้นทางที่เขาเคยประทับใจหลงใหล

           "ตอนเราทำป่าไม้ เรายังไม่ได้มีสำนึกรู้สึกเสียดายป่าหรอก ตอนนั้นนะจากเชียงใหม่ไปถึงฝางนี่ คุณนั่งรถเมล์ไป ๒ คัน ขึ้นคัน ล่องคัน แต่ละวันนี่ คุณแทบจะไม่เห็นแดดเลยนะครับ ต้นไม้มันมาก ช่วงนั้นไม่ได้คิดเรื่องนี้เท่าไร นี่พูดจริง ๆ แล้วเมื่อโตมาทำสารคดีเรื่องยันฮีนี่นะ จากลำปากไปตาก เชื่อไหมครับ คุณต้องระวังใบไม้แห้งที่มันหล่นบนถนน รถเมล์ต้องขับให้ดีนะ มันลื่นนะครับ เมื่อก่อนสามัญสำนึกในเรื่องนี้ยังไม่ค่อยมี ต้นไม้มันมากเหลือเกิน ก็เราพูดกับเมียเราเสมอเวลาขับรถ บอกเดี๋ยวนี้เวลาขับรถในเมืองจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่นี่ จะหาที่ยืนเหยี่ยวโดยสง่า ๆ ไปอายใครยากฉิบหายเลย เมื่อก่อนจะขี้ตรงไหนก็ได้เพราะต้นไม้มันเยอะ เดี๋ยวนี้จะไปฉี่ คนเห็นหมดเพราะต้นไม้มันไม่มีครับ

           "เมื่อก่อนนี้เชียงใหม่ถึงฝาง คุณไม่เห็นแดดหรอก ไม่เห็นเลย ต้นไม้มันจะคร่อม มันทึบไปหมดเลย นี่มันเร็วจริง ๆ ครับเราถึงได้มาโทมนัสใจนี่ไง มันเน่าเสียใจเมืองไทย เมื่อก่อนต้นไม้มันเหลือเกิน อย่างเมื่อก่อนนี้จากจันทบุรีไปตราดนี่นะไปตอนไอ้หำน้อยยังเพิ่งขวบเดียวนี่ มันจะเขียวไปหมด เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นยังไง เมื่อก่อนนี้เขียวแล้วมีตะไคร่นะ มีมอสมีเฟินจับคาคบไม้ตลอดทางเลยครับ แล้วผมหลงใหลมาก ตั้งแต่เมืองจันท์ไปถึงตราดช่วง ๗๐ กว่ากิโลนั่น แหม เมื่อก่อนสวยเหลือเกินป่าแถวนั้น เราถ่ายรูปเสียจนมือแทบหงิกเลยครับ ถ่ายต้นไม้อย่างเดียวนี่ ถ่ายเท่าไรไม่รู้จักเบื่อ สวยเหลือเกิน

           งานเขียนของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ จำนวนไม่น้อยที่เขียนถึงผู้หญิงและผู้หญิง…โดยเฉพาะผู้หญิงโสเภณี ปลายปากกาของเขาบอกถึงความเข้าใจและความยกย่องให้เกียรติในความเป็นมนุษย์ของเธอ แน่นอนที่สิ่งนี้มิได้เกิดจากจินตนาการ หากเกิดจากความจริงเบื้องหลังชีวิตที่เขาได้มีส่วนเข้าไปคลุกคลีสัมผัส จนถึงก้นซ่องและในซอกหลืบหัวใจของเธอและเธอ…

           "เรารับจ้างกะหรี่เขียนจดหมาย ทำมาก่อนที่พัทยานาน แต่ให้เสร็จเลย ให้เล่าเรื่องมา จะเขียนว่ายังไง…พี่ที่รักของน้อง เวลานี้น้องคิดถึงพี่มาก รอพี่ด้วยความทุกข์ทุกคืน ๆ น้ำตาเซบเปียกหมอน …เขียนให้เสร็จเลย ๕ บาท ทำสารพัด เอาทั้งเงิน หนักเข้าขอนอนด้วยที (หัวเราะ) หักหนี้ที่เขียนให้หลายฉบับแล้ว ตอนอยู่อเมริกายิ่งมันใหญ่ ไอ้พวก call girl เมืองนอก พวกนี้กฎหมายมันจับไปโรงแรมลำบาก มันก็ฉลาด มาที่อพาร์ตเมนต์เราถ้าเราหาให้มัน ๑๐ ครั้ง เราจะได้ฟรีครั้งหนึ่ง เราก็เก็บของเราไปเรื่อย เก็บแบบเก็บคะแนนเลย ว่ามีกี่ครั้ง ๆ เวลาทหารเรือไทยไปรอรับเรือ เราสนุกมาก ทหารเรือทั้งกราบใช้บ้านเรายังกับซ่อง แหมพอทหารเรือกลับแล้วต้องล้างทั้งบ้านเลย ๑๐ ได้ ๑ โรสแมรี่สอง อีเวลีน ๓ เอาไว้เก็บกินเอง มันฉิบหายสหรั่งเรือก็เป็นเพื่อนกัน มันบอกไม่ไหว ทหารกูจะบ้าแล้ว บอกแม่งนุ่งโสร่งรำวงกันทุกคืนแล้วนี่จากบ้านไปนาน

           "เราก็บอกเอาบ้านกูนี่แหละวะ แล้วเราก็เก็บคะแนน ๑๐ ชัก ๑ ภาษีสวาท (หัวเราะ)… กว่าทหารเรือจะกลับนี่เราได้ไปจมเลย โอ้โฮ ประหยัดเงินไปหลายพันเหรียญ แต่จริง ๆ เราไม่ค่อยชอบอะไรกับพวกนี้หรอก เราชอบเก็บไว้ให้เพื่อนแต่ชอบคุยกับเขามากกว่า ยกเว้นแต่ตอนที่เขียนสนิมสร้อย ซ่องในเรื่องนั่นจริง ๆ เป็นซ่องแถวสุขุมวิท เจ้าของซ่องแกชื่อพี่บังอร เรามาเปลี่ยนเป็นสมร พี่บังอรแกเป็นเจ้าของซ่องที่พ็อปพูลาร์มากในหมู่คนหนังสือพิมพ์ แล้วแพงมาก เราก็ไปชอบพอกับพี่บังอร เขาเลยไว้วางใจมาก เราพาเพื่อน ๆ ไปที่นี่หมด ใช้เป็นที่รับแขกให้เพื่อน ๆ รุ่นพี่เปิดหูเปิดตา เพราะซ่องมันแพง ทีนี้อย่างเราไปมันได้ลด เรากับเพื่อนเราคนหนึ่งก็มีห้องอยู่ในซ่องนั้น มีเมียไว้คนละคน มีห้องไว้คนละห้องราชา เป็นแมงดาน่ะ (หัวเราะ)

           "ตื่นเช้าก็มีลัคกี้สไต๊รค์วางให้ มีบุหรี่มีเหล้ามีกาแฟกัน ทำตัวเแป็งแมง ทีนี้กลางคืนเราก็แอบฟังเขานอนด้วยกัน เราก็จด สมุดเล็ก ๆ เท่าเทปน่ะจดฟังว่าเขาพูดอะไรกัน จะเขียนนวนิยายไง รุ่น 'รงค์ วงษ์สวรรค์นี่เป็นแอนตี้ฮีโร่แล้ว นิยายของเราพระเอกเราจะไม่เหนือผู้หญิงหรอก พระเอกจะต้องเคารพผู้หญิงและเทิดทูนกะหรี่ (หัวเราะ) เอ้าจริง ๆ ถามคุณติ๋มเมียเราดูซิ เราไปพัทยาใต้นี่เมียเช่าเลี้ยงเหล้านะ เดินออกมาจากในบาร์มาเลี้ยงเลย แล้วไม่แยแสผัวฝรั่ง เขาบอกขอบใจที่คุณ 'รงค์ ช่วยต่อสู้มาให้พวกหนู เราต่อสู้คุณหญิงคุณนายที่มาประณามเขาว่าเขาเป็นเมียเช่า มันไม่ใช่เหตุผลว่าพวกเขาเลว มันมีตั้งร้อยเหตุผล เราไปพัทยาใต้ ผู้หญิงฉุดเราไปเลี้ยงเหล้าน่ะ กรี๊ดกันหมด ฝรั่งงงเลย ไอ้ห่านี่เป็นใครวะ เขารักเรามากเลย แล้วบางทีอยู่ ๆ เราไปเป็นล่ามให้เขา เรือรบจะออกงี้ เป็นล่ามให้ทั้งคืนเลย เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เราชอบทำอะไรบ้า ๆ อย่างนี้ แต่ได้ ประสบการณ์ ก่อนที่เรือจะถอนจากท่า มันจะลากัน โอ้โฮ เป็นภาพที่เศร้า"

           ฉากผ่านในชีวิตของเขามีมากมาย แลล้วนด้วยรสเข้มข้น บนถนนชีวิตอันฉกาจฉกรรจ์ที่ได้เสพซับรับรสหลายหลากมาด้วยตนเอง มันคือขุมทองของประสงการณ์ยิ่งใหญ่ที่ได้ถูกถ่ายทอดสู่ปลายปากกาโดยไม่บิดเบือน

           "นักเขียนควรจะเห็นอะไรทุกด้านทุกมุม ไม่ใช่นั่งเทียนเขียน อย่างเราทันญี่ปุ่น เพราะเรารู้ว่าญี่ปุ่นมันทารุณที่สุด ไอ้ยุ่นขนาดมันนั่งสามล้อขี่นะมันยังเอาซามูไรหงายไว้ใกล้ตูด ที่อานน่ะ มึงเขยิบก้นเมื่อไร่ก็ตาย มันเลว มีดีอยู่บางกรณี ที่ทหารยุ่นมันรักเมียไทย แต่ไม่ได้รักคนไทยมีผู้หญิงไทยเป็นเมียพวกทหารญี่ปุ่น ได้ทรัพย์สมบัติ ผัวเองเอาทองหลอมใส่กระป๋องโอวัลติน กระป๋องนมแล้วโยนไว้ในบ่อน้ำ มันโยนไม่ให้เมียรู้ด้วยซ้ำแล้วมาบอกเมียทีหลัง พอญี่ปุ่นแพ้สงครามแล้วให้ ไปงมเอา พวกนี้ก็รวยกันไปเยอะ แต่อย่าลืมว่านี่ไม่ได้รักประเทศไทย แต่รักเมืองไทย แล้วผู้หญิงพวกนี้โดยมากจะสวย สวยทุกคนแหละ

           "เราเริ่มเกลียดชังญี่ปุ่น เพราะเราไปที่ค่ายบ้านโป่ง ที่ริเวอร์แควนี่ โธ่ เราเป็นเด็กหนุ่มอายุ ๑๓ - ๑๔ เห็นเชลยฝรั่งแก้ผ้า ไม่มีผ้าจะนุ่ง โอ้โฮ น่าเวทนา ไม่มีจะกิน คนไทยเอาข้าวเอากล้วยไปให้ไอ้ยุ่นมันจับได้มันฆ่าคนไทยอีก คนไทยเวทนาไง เอาข้าวห่อไปให้ ไปทิ้งไว้ตามชายหาด เอากล้วยไปวางไว้ให้ มันจับได้มันฆ่าเลย ตอนนั้นเราอายุ ๑๓- ๑๔ เป็นยุวชนทหาร แหม เราถึงได้เขียน หัวใจที่มีตีน' ไง ที่จริงเขียนเล่น ๆ ไม่ได้เขียนจริงจังอะไรหรอก เขียนจากความทรงจำ เราเกลียดญี่ปุ่นทั้งเกลียดทั้งกลัวน่ะ คนไทยขโมยของญี่ปุ่นมันเอาน้ำฟองสบู่ใส่สายยางอันเข้าไปในรูก้น …ตาย ถ้าขโมยเบนซิน มันเอาไปจับมันกับหลักกลางแดดแล้วเอาเบนซินราด ไม่เผา แค่ตากแดดแล้วเอาเบนซินราดหนังก็ตายแล้ว วันเดียวก็ตาย อนุสาวรีย์ความชั่วญี่ปุ่นมันเยอะครับ

 

[ << Prev : intro 1 2 3 4 5 6 7 8 : Next >> ]
 





^ TOP

Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2004 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุดก็นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ก็
สงวนลิขสิทธิ์ก็ามมิให้ลอกเลียนก็ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต เว้นแต่เพื่อการศึกษาก็นคว้าก็างอิง