|
จากวัยหนุ่มคะนองที่ยังมิได้ตระหนักในคุณค่าของผืนป่าในวันวาน ผ่านมาวันนี้ที่วางตัวเองอยู่กับป่า
'รงค์ วงษ์สวรรค์ บอกเล่าถึงความร่มครึ้มของต้นไม้สองข้างทาง ผ่านบางเส้นทางที่เขาเคยประทับใจหลงใหล
"ตอนเราทำป่าไม้ เรายังไม่ได้มีสำนึกรู้สึกเสียดายป่าหรอก ตอนนั้นนะจากเชียงใหม่ไปถึงฝางนี่
คุณนั่งรถเมล์ไป ๒ คัน ขึ้นคัน ล่องคัน แต่ละวันนี่ คุณแทบจะไม่เห็นแดดเลยนะครับ
ต้นไม้มันมาก ช่วงนั้นไม่ได้คิดเรื่องนี้เท่าไร นี่พูดจริง ๆ แล้วเมื่อโตมาทำสารคดีเรื่องยันฮีนี่นะ
จากลำปากไปตาก เชื่อไหมครับ คุณต้องระวังใบไม้แห้งที่มันหล่นบนถนน
รถเมล์ต้องขับให้ดีนะ มันลื่นนะครับ เมื่อก่อนสามัญสำนึกในเรื่องนี้ยังไม่ค่อยมี
ต้นไม้มันมากเหลือเกิน ก็เราพูดกับเมียเราเสมอเวลาขับรถ บอกเดี๋ยวนี้เวลาขับรถในเมืองจากกรุงเทพฯ
ไปเชียงใหม่นี่ จะหาที่ยืนเหยี่ยวโดยสง่า ๆ ไปอายใครยากฉิบหายเลย เมื่อก่อนจะขี้ตรงไหนก็ได้เพราะต้นไม้มันเยอะ
เดี๋ยวนี้จะไปฉี่ คนเห็นหมดเพราะต้นไม้มันไม่มีครับ
"เมื่อก่อนนี้เชียงใหม่ถึงฝาง คุณไม่เห็นแดดหรอก ไม่เห็นเลย ต้นไม้มันจะคร่อม
มันทึบไปหมดเลย นี่มันเร็วจริง ๆ ครับเราถึงได้มาโทมนัสใจนี่ไง มันเน่าเสียใจเมืองไทย
เมื่อก่อนต้นไม้มันเหลือเกิน อย่างเมื่อก่อนนี้จากจันทบุรีไปตราดนี่นะไปตอนไอ้หำน้อยยังเพิ่งขวบเดียวนี่
มันจะเขียวไปหมด เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นยังไง เมื่อก่อนนี้เขียวแล้วมีตะไคร่นะ
มีมอสมีเฟินจับคาคบไม้ตลอดทางเลยครับ แล้วผมหลงใหลมาก ตั้งแต่เมืองจันท์ไปถึงตราดช่วง
๗๐ กว่ากิโลนั่น แหม เมื่อก่อนสวยเหลือเกินป่าแถวนั้น เราถ่ายรูปเสียจนมือแทบหงิกเลยครับ
ถ่ายต้นไม้อย่างเดียวนี่ ถ่ายเท่าไรไม่รู้จักเบื่อ สวยเหลือเกิน
งานเขียนของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ จำนวนไม่น้อยที่เขียนถึงผู้หญิงและผู้หญิง
โดยเฉพาะผู้หญิงโสเภณี
ปลายปากกาของเขาบอกถึงความเข้าใจและความยกย่องให้เกียรติในความเป็นมนุษย์ของเธอ
แน่นอนที่สิ่งนี้มิได้เกิดจากจินตนาการ หากเกิดจากความจริงเบื้องหลังชีวิตที่เขาได้มีส่วนเข้าไปคลุกคลีสัมผัส
จนถึงก้นซ่องและในซอกหลืบหัวใจของเธอและเธอ
"เรารับจ้างกะหรี่เขียนจดหมาย ทำมาก่อนที่พัทยานาน แต่ให้เสร็จเลย
ให้เล่าเรื่องมา จะเขียนว่ายังไง
พี่ที่รักของน้อง เวลานี้น้องคิดถึงพี่มาก
รอพี่ด้วยความทุกข์ทุกคืน ๆ น้ำตาเซบเปียกหมอน
เขียนให้เสร็จเลย ๕
บาท ทำสารพัด เอาทั้งเงิน หนักเข้าขอนอนด้วยที (หัวเราะ) หักหนี้ที่เขียนให้หลายฉบับแล้ว
ตอนอยู่อเมริกายิ่งมันใหญ่ ไอ้พวก call girl เมืองนอก พวกนี้กฎหมายมันจับไปโรงแรมลำบาก
มันก็ฉลาด มาที่อพาร์ตเมนต์เราถ้าเราหาให้มัน ๑๐ ครั้ง เราจะได้ฟรีครั้งหนึ่ง
เราก็เก็บของเราไปเรื่อย เก็บแบบเก็บคะแนนเลย ว่ามีกี่ครั้ง ๆ เวลาทหารเรือไทยไปรอรับเรือ
เราสนุกมาก ทหารเรือทั้งกราบใช้บ้านเรายังกับซ่อง แหมพอทหารเรือกลับแล้วต้องล้างทั้งบ้านเลย
๑๐ ได้ ๑ โรสแมรี่สอง อีเวลีน ๓ เอาไว้เก็บกินเอง มันฉิบหายสหรั่งเรือก็เป็นเพื่อนกัน
มันบอกไม่ไหว ทหารกูจะบ้าแล้ว บอกแม่งนุ่งโสร่งรำวงกันทุกคืนแล้วนี่จากบ้านไปนาน
"เราก็บอกเอาบ้านกูนี่แหละวะ แล้วเราก็เก็บคะแนน ๑๐ ชัก ๑ ภาษีสวาท
(หัวเราะ)
กว่าทหารเรือจะกลับนี่เราได้ไปจมเลย โอ้โฮ ประหยัดเงินไปหลายพันเหรียญ
แต่จริง ๆ เราไม่ค่อยชอบอะไรกับพวกนี้หรอก เราชอบเก็บไว้ให้เพื่อนแต่ชอบคุยกับเขามากกว่า
ยกเว้นแต่ตอนที่เขียนสนิมสร้อย ซ่องในเรื่องนั่นจริง ๆ เป็นซ่องแถวสุขุมวิท
เจ้าของซ่องแกชื่อพี่บังอร เรามาเปลี่ยนเป็นสมร พี่บังอรแกเป็นเจ้าของซ่องที่พ็อปพูลาร์มากในหมู่คนหนังสือพิมพ์
แล้วแพงมาก เราก็ไปชอบพอกับพี่บังอร เขาเลยไว้วางใจมาก เราพาเพื่อน
ๆ ไปที่นี่หมด ใช้เป็นที่รับแขกให้เพื่อน ๆ รุ่นพี่เปิดหูเปิดตา เพราะซ่องมันแพง
ทีนี้อย่างเราไปมันได้ลด เรากับเพื่อนเราคนหนึ่งก็มีห้องอยู่ในซ่องนั้น
มีเมียไว้คนละคน มีห้องไว้คนละห้องราชา เป็นแมงดาน่ะ (หัวเราะ)
"ตื่นเช้าก็มีลัคกี้สไต๊รค์วางให้ มีบุหรี่มีเหล้ามีกาแฟกัน ทำตัวเแป็งแมง
ทีนี้กลางคืนเราก็แอบฟังเขานอนด้วยกัน เราก็จด สมุดเล็ก ๆ เท่าเทปน่ะจดฟังว่าเขาพูดอะไรกัน
จะเขียนนวนิยายไง รุ่น 'รงค์ วงษ์สวรรค์นี่เป็นแอนตี้ฮีโร่แล้ว นิยายของเราพระเอกเราจะไม่เหนือผู้หญิงหรอก
พระเอกจะต้องเคารพผู้หญิงและเทิดทูนกะหรี่ (หัวเราะ) เอ้าจริง ๆ ถามคุณติ๋มเมียเราดูซิ
เราไปพัทยาใต้นี่เมียเช่าเลี้ยงเหล้านะ เดินออกมาจากในบาร์มาเลี้ยงเลย
แล้วไม่แยแสผัวฝรั่ง เขาบอกขอบใจที่คุณ 'รงค์ ช่วยต่อสู้มาให้พวกหนู
เราต่อสู้คุณหญิงคุณนายที่มาประณามเขาว่าเขาเป็นเมียเช่า มันไม่ใช่เหตุผลว่าพวกเขาเลว
มันมีตั้งร้อยเหตุผล เราไปพัทยาใต้ ผู้หญิงฉุดเราไปเลี้ยงเหล้าน่ะ
กรี๊ดกันหมด ฝรั่งงงเลย ไอ้ห่านี่เป็นใครวะ เขารักเรามากเลย แล้วบางทีอยู่
ๆ เราไปเป็นล่ามให้เขา เรือรบจะออกงี้ เป็นล่ามให้ทั้งคืนเลย เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
เราชอบทำอะไรบ้า ๆ อย่างนี้ แต่ได้ ประสบการณ์ ก่อนที่เรือจะถอนจากท่า
มันจะลากัน โอ้โฮ เป็นภาพที่เศร้า"
ฉากผ่านในชีวิตของเขามีมากมาย แลล้วนด้วยรสเข้มข้น บนถนนชีวิตอันฉกาจฉกรรจ์ที่ได้เสพซับรับรสหลายหลากมาด้วยตนเอง
มันคือขุมทองของประสงการณ์ยิ่งใหญ่ที่ได้ถูกถ่ายทอดสู่ปลายปากกาโดยไม่บิดเบือน
"นักเขียนควรจะเห็นอะไรทุกด้านทุกมุม ไม่ใช่นั่งเทียนเขียน อย่างเราทันญี่ปุ่น
เพราะเรารู้ว่าญี่ปุ่นมันทารุณที่สุด ไอ้ยุ่นขนาดมันนั่งสามล้อขี่นะมันยังเอาซามูไรหงายไว้ใกล้ตูด
ที่อานน่ะ มึงเขยิบก้นเมื่อไร่ก็ตาย มันเลว มีดีอยู่บางกรณี ที่ทหารยุ่นมันรักเมียไทย
แต่ไม่ได้รักคนไทยมีผู้หญิงไทยเป็นเมียพวกทหารญี่ปุ่น ได้ทรัพย์สมบัติ
ผัวเองเอาทองหลอมใส่กระป๋องโอวัลติน กระป๋องนมแล้วโยนไว้ในบ่อน้ำ มันโยนไม่ให้เมียรู้ด้วยซ้ำแล้วมาบอกเมียทีหลัง
พอญี่ปุ่นแพ้สงครามแล้วให้ ไปงมเอา พวกนี้ก็รวยกันไปเยอะ แต่อย่าลืมว่านี่ไม่ได้รักประเทศไทย
แต่รักเมืองไทย แล้วผู้หญิงพวกนี้โดยมากจะสวย สวยทุกคนแหละ
"เราเริ่มเกลียดชังญี่ปุ่น เพราะเราไปที่ค่ายบ้านโป่ง ที่ริเวอร์แควนี่
โธ่ เราเป็นเด็กหนุ่มอายุ ๑๓ - ๑๔ เห็นเชลยฝรั่งแก้ผ้า ไม่มีผ้าจะนุ่ง
โอ้โฮ น่าเวทนา ไม่มีจะกิน คนไทยเอาข้าวเอากล้วยไปให้ไอ้ยุ่นมันจับได้มันฆ่าคนไทยอีก
คนไทยเวทนาไง เอาข้าวห่อไปให้ ไปทิ้งไว้ตามชายหาด เอากล้วยไปวางไว้ให้
มันจับได้มันฆ่าเลย ตอนนั้นเราอายุ ๑๓- ๑๔ เป็นยุวชนทหาร แหม เราถึงได้เขียน
หัวใจที่มีตีน' ไง ที่จริงเขียนเล่น ๆ ไม่ได้เขียนจริงจังอะไรหรอก
เขียนจากความทรงจำ เราเกลียดญี่ปุ่นทั้งเกลียดทั้งกลัวน่ะ คนไทยขโมยของญี่ปุ่นมันเอาน้ำฟองสบู่ใส่สายยางอันเข้าไปในรูก้น
ตาย ถ้าขโมยเบนซิน มันเอาไปจับมันกับหลักกลางแดดแล้วเอาเบนซินราด
ไม่เผา แค่ตากแดดแล้วเอาเบนซินราดหนังก็ตายแล้ว วันเดียวก็ตาย อนุสาวรีย์ความชั่วญี่ปุ่นมันเยอะครับ
|