|
งานเขียนหนังสือโดยอาชีพให้อะไรกับนักเขียน ที่ชื่อ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
บ้าง
"งานเขียนหนังสือให้ชีวิตเรา ให้ความสำนึก เราว่าจะต้องเป็นคนไทยอย่างไร
ให้ความสำนึกอันสูงสุดว่าควรจะตอบแทนบุญคุณประเทศไทยอย่างไร ควรจะเป็นส่วนเล็ก
ๆ ของเมืองไทย ตรงไหนที่จะทำประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยได้บ้าง นอกจากจะให้ความบันเทิงกับผู้อ่าน
ถ้ามีอะไรทำได้เพื่อสังคมก็จะทำ อย่าเรียกว่าอุดมการณ์ อุดมห่าอะไรเลย
ฟังมันหรูหรา แต่เราควรจะต้องทำ นั่นคือการที่บ้านนี้ต้องรับแขกไง
พวก artist, young artist พวกใครต่อใครพวกศิลปินจะต้องมาที่นี่จะต้องมาคุยกันมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน
เพราะทุกคนต้องมีหน้าที่ทำให้ประเทศไทย ฉะนั้นก็น่าขอบใจที่ตอนนี้มันไม่ใช่ยุคเผด็จการ
ถ้าเป็นยุคเผด็จการ เราอาจจะอยู่ตรงนี้ไม่ได้
"พวก artist มาไม่มีจะกิน หนังสือ เงินค่าเล่าเรียนไม่มี ก็มานอนมากินที่นี่
ก็ทำอย่างนี้มาตั้งแต่หนุ่มแล้ว ตั้งแต่เป็นเด็กอยู่กรุงเทพฯ ก็นี่ไงครับคือความเป็น
'รงค์ วงษ์สวรรค์ อย่างน้อย ๆ สังคมก็ตอบแทนเรา สังคมไม่เชื่อว่าเราเป็นอาชญากร
แต่ว่านักศีลธรรมบางคนอาจจะไม่ชอบเรา แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะเราตีราคาไม่เท่ากัน
ระฆังทุกใบของโบสถ์มันก็ใบโตใบเล็กไม่เท่ากันอันนี้เราไม่สนใจ ไม่สนใจในคำวิพากษ์วิจารณ์หรืในคำเย้ยหยันเหยียดหยามถากถาง
เราต่างคนต่างมีหน้าที่ เราเขียนหนังสือมาแล้ ๔๒ ปี ๔๒ ปีนี่มีหนังสือขณะนี้ที่พิมพ์ไปแล้ว
๗๐ กว่าเล่ม ยังไม่ได้พิมพ์อีกประมาณ ๔๐ กว่าเล่ม เราว่าผู้ชายคนหนึ่งเขียนหนังสือได้ร้อยกว่าเล่มนี่ก็มากแล้วนะมันมากพอที่คุณจะแปลกใจได้ว่าเขียนได้ยังไง
ในขณะที่เราก็ถูกเหยียดหยามเป็นไอ้ขี้เมา ขี้ยา
"เราก็บอกเขาถ้าเราเป็นไอ้ขี้เมา เราเขียนหนังสือไม่ได้หรอก เรากินเหล้าเป็นเวล่ำเวลาส่วนจะเมามันเรื่องของเรา
ไม่ใช่เรื่องของคนอื่น คือไอ้เรื่องความประพฤติส่วนตัวอย่าเอามาตรฐานของวัดมาจับไม่ได้
คนดีของคนไทยคืออะไร จะต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน กลับมาบ้าน อาบน้ำแล้วก็นั่งคุยกับเมีย
ไม่คุยหรอกเสียเวลา นึกอยากจะคุยก็คุย ไม่ใช่คนมีระเบียบครับ เราเป็น
non compromise เวลาชั่วโมงหนึ่งนี่นั่งคุยกับเมีย แล้วก็นั่งถาม เธอทำอะไรกินกัน
โอ๊ วิวสวยนะจ๊ะ โธ่ไปอ่านหนังสือสักบทยังได้ความรู้มากกว่า ถ้าเมียทำยังงี้ก็ถีบแม่งตกเหว
แหม เธอดูซิ ต้นไม้นั่นสวยจัง ก็กูเห็นอยู่แล้วน่ะ มึงมาบอกอะไรอีกล่ะ
เหลวไหล คือคนเราต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์
"เวลาของเราคือฟังเพลงก็ยังได้ อะไรขึ้นมาตั้งเยอะ อ่านหนังสือสักบทก็ยังได้อะไรขึ้นมาตั้งเยอะ
ผัวเมียไม่ใช่เล่นละครครับ มีชีวิตอยู่ต่างคนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบ
ผูกพันกันด้วยหน้าที่รับผิดชอบด้วยหน้าที่ของความเป็นมนุษย์ต้องสืบพันธุ์
เราว่าสังคมนี้มันล้มเหลว เป็นสังคมดัดจริต ผัวเมียก็จะต้องขับรถเหมือนในโฆษณาขายรถในทีวี
จะต้องไปจอดแล้วซบหน้ากัน แล้วมองพระอาทิตย์ตกดิน แล้วเอาอะไรแดกเข้าไป
มันต้องเผชิญหน้ากับความจริง ความจริงของชีวิตของเรา ความจริงของประเทศเรา
แล้วเราไม่เคยคิดว่าเราเกิดผิดประเทศนะ ดีใจแล้วที่เกิดเป็นคนไทย
ถ้าคุณบอกว่าเราเกิดเมืองนอกแล้วคงจะรวยมหาศาลหรือ ไปคิดเพ้อบ้าไปได้
เราเป็นคนไทย ต้องเขียนอยู่เมืองไทย เมืองฝรั่งมันเป็นนักเขียนกันง่าย
ๆ ทีไหน ไปคิดอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ"
'รงค์ วงษ์สวรรค์ รู้สึกอย่างไรกับนักเขียนที่ชื่อ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
ในฐานะที่ได้รับการยกย่องจากวงการหนังสือว่า เขาคือจิตรกรที่วาดภาพด้วยปลายปากกา
และเก่งทางด้านให้อารมณ์ภาพ
"เรื่องนี้ไม่อนุญาตออกความเห็น เป็นเรื่องของคนที่มองเข้ามา
ก็ไม่เคยทำได้ยังไงครับ เคยตอบมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่า เขียนหนังสือทั้งหมดนี้เขียนด้วยความรู้สึก
เพราะว่าเมื่อเด็ก ๆ ก็เป็นคนที่ไม่ได้เรียนไวยากรณ์ไทย เพราะเห็นว่ามันน่าเบื่อหน่าย
ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละ ทีนี้เมื่อมาอยากเป็นนักเขียนก็จะต้องใช้ความรู้สึกของตัวนี่เขียน
ฉะนั้นก็ไม่เคยประดิดประดอย ไม่ได้เคยมานั่งคิดเลย ซึ่งคนเข้าใจผิดกัน
แล้วพยายามแก้ความเข้าใจผิดนี้ บอกไม่เคยจะมานั่งคิดใช้คำอะไร ไม่เคยเลย
มันก็ออกมาจากความรู้สึกเท่านั้น แล้วอีกอย่าง เป็นคนที่คิดว่าอย่าเพิ่งทำข้อเขียนตัวเองให้น่าเบื่อหน่ายกับผู้อื่น
ฉะนั้นจะมีกฎเกณฑ์ของตัวเองอย่างหนึ่งว่า จะไม่ค่อยใช้สำนวนของคนอื่น
ไม่ใช้ถ้อยคำของคนอื่นเลย จะใช้ถ้อยคำของตัวเอง
"ใครบอกว่าคลังคำเราเยอะ อันนี้มันมายังไงก็ไม่รู้ ก็ยังเคยพูดออกมาเป็นครั้งนับไม่ถ้วนแล้วว่าผู้หญิงคนนี้สวย
ก็แปลว่าผู้หญิงสวย ทีนี้ใคร ๆ ก็บอกผู้หญิงคนนี้สวยจัง ก็เขียนกันอย่างนั้น
ถ้าคนเลวทราบหน่อยก็บอกแหม สวยน่าเอาจัง อันนี้ลามกสกปรก เป็นการแสดงอารมณ์อย่างไม่สุภาพเลย
ทีนี้เราก็บอกว่า ถ้าเราเปลี่ยนประโยคสักนิดเดียว โดยเราบอกว่า
แม้แต่แดดก็ต้องหม่นแสงลงเพื่อคารวะให้แก่ความสวยของหล่อนเมื่อเดินผ่านมา
ก็แปลว่าผู้หญิงสวย แต่มันก็ดูน่าอ่านไหม มันเป็นความรู้สึกอีกความรู้สึกหนึ่งที่มีไอ้ความลึก
depth อีก depth หนึ่งแล้วมันไม่ซ้ำซากเหมือนกับว่ามาลตีเป็นคนสวย
สวยเหลือเกิน สวยจนผมวาดภาพว่าวันหนึ่งเธอจะต้องอยู่ในอ้อมแขนของผมงี้
เราว่ามันน่าเบื่อ
"หรือบางทีเราอาจตั้งประโยคขึ้นมาว่า ดอกไม้หายไปไหน แล้วก็ต่อประโยคต่อไปว่า
แล้วทำไมต้องมีดอกไม้เล่าในเมื่อความสวยของหล่อน
สวยไหม สวนมากเลย
สวยจนดอกไม้อายไปเลย นี่อันี้เราสาบานได้ว่าเราไม่เคยมานั่งคิดอะไรเลย
แต่ว่ามันมีตุ๊กตาไว้ในใจว่า เราจะเขียนถึงผู้หญิงคนนี้ว่าสวย ทีนี้ไอ้ความที่เราไม่อยากให้คนอ่านเบื่อนี่
มันก็แค่นั้นแหละ แต่สาบานได้ไม่เคยมานั่งคิดหรอก โดยมากมักจะโดนคนค่อนขอดว่าแหมนี่คงจะมานั่งคิด
คิดอยู่นั่นแหละ ไม่เคยเป็นคนคิดอะไรมากนะ อันนี้ก็คงต้องอ้างถึงผู้มีประคุณสูงสุดในชีวิต
ซึ่งไม่ต้องเอ่ยนามก็ว่าท่านเป็นใคร ท่านก็บอกว่าอย่ามัวรออารมณ์นะไอปุ๊นะ
มึกก็อดตายน่ะ ก็นักเขียนบางคนในอดีตนี่ บางคนจะต้องอาบน้ำ อาบน้ำแล้วก็ประแป้ง
ประแป้งแล้วก็นุ่งกางเกงเพชร แล้วก็เดินอยู่ในห้อง หาอารมณ์ท่านก็สอนว่าอย่ารออารมณ์เลย
บางท่านก็บอกต้องกระดาษสีชมพู ทำยังไงวะถ้ามีกระดาษสีน้ำเงิน (หัวเราะ)
"เราเคยเป็น ghost writer ให้เพื่อนบางคนเพราะความที่เป็นคนเขียนได้หลายอย่าง
แล้วก็เป็นคนที่น่าเศร้าน่าสงสารมาก 'รงค์ วงษ์สวรรค์ นี่ตั๋วจำนำเต็มกระเป๋า
เงินก็ไม่มี แต่ต้องเขียนเรื่องตลก ปรากฎการณ์นี้บ่อย คุณติ๋มรู้ดี
ตัวเองจะตายโหงตายห่า ต้องมาเขียนให้คนหัวเราะ ฉะนั้นหนังฝรั่งถ้าทำเรื่องตัวตลกทีไร
จะต้องมีคนร้องไห้ทุกครั้งไป เพราะชีวิตของตัวตลกเป็นชีวิตที่น่าเศร้ามาก
มันไม่ใช่ comedy มันเป็น tragedy ทุกคนแล้วมักจะเป็นอย่างนี้เสียด้วย
เป็นวัฎจักรของคนตลก ฉะนั้นนักจิตวิทยาบางคนเขาถึงบอกว่าเสียหัวเราของมนุษย์หรือรอยยิ้มของมนุษย์นี่มันจะเป็นรอยยิ้มเป็นเสียงหัวเราะซึ่งมันไม่มีความจริงใจในนั้นเลย
มันไม่เหมือนร้องไห้ ร้องไห้นี่คือความจริงใจที่สุด เสียงหัวเราะนี่มันจะมีเย้ยหยัน
ถากถาง สมน้ำหน้า สะใจ ไม่ใช่เรื่องที่บริสุทธิ์เลย
นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่วัย ๖๓ ผู้วางชีวิตบั้นปลายไว้ในป่ากลางหุบเขา
พูดถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ แผ่นดิน และป่าไพร ที่เขาผูกพันมาชั่วชีวิต
"ธรรมชาติยิ่งใหญ่กว่าคนอยู่แล้ว คุณจะมีอำนาจอะไรเหนือกว่าแผ่นดิน
เหนือกว่าธรรมชาติ คือเราเคยไป redwood ในอเมริกา ต้นไม้ต้นหนึ่งอายุ
๓,๐๐๐ ปีเราเห็นแล้วเราอยากจะก้มลงกราบ เพราะอายุแก่กว่าพระพุทธเจ้าที่เรานับถือสูงสุด
พระพุทธเจ้า ๒,๕๐๐ กว่าปี ต้นไม้นั่น ๓,๐๐๐ กว่าปี ไม่กราบก็ใจเย็นตายห่าแล้ว
มันก็ยิ่งใหญ่ ธรรมชาติต้องยิ่งใหญ่เหนือกว่ามนุษย์ครับ จนกว่าพระอาทิตย์จะมีจุดดับ
จนกว่าพระอาทิตย์อาจจะเย็นลง แล้วโลกอาจจะสลายตัว นี่อาจจะคิดว่าเพ้อฝันนะ
แต่ต้องมาถึงวันนั้นจนได้ กระแสน้ำก็เปลี่ยนไป อะไรก็เปลี่ยนไป ในระบบของสุริยจักรวาลนี่มีใครรู้บ้างว่าตอนนี้โลกมันเอียงไปกี่องศา
มันหมุนช้าหรือเร็วขึ้นเท่าไร ฉะนั้นคนเราควรจะหันหน้าเข้าหาธรรมชาติให้มากที่สุด
"เรายังถือว่าแผ่นดินก็ดี ภูเขาก็ดี มันยังยิ่งใหญ่อยู่ ใครตอบได้ว่า
โลกนี่มันอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราว่าแม้แต่โลกของสัตว์ก็เปลี่ยนไป
มันอาจจะมีการพัฒนาในตัวของมันเอง แต่เราไม่ได้สังเกตมัน แต่อย่างที่เห็น
เรามาอยู่ที่นี่ ๑๕ ปี แล้ว แมลงทั้งหลายกับพืชทั้งหลายมันหายไปเยอะ
เพราะโดนเคมี อย่างแมลงที่เราคิดถึงตั้งหลายตัวหายไป หายไปอย่างไม่มีร่องรอยเลย
คิดว่าพวกนักกีฏวิทยาที่ทำงานด้านนี้มาก็น่าจะพอให้คำตอบได้ ผีเสื้อตั้งเยอะเมื่อก่อนมันจะบินมา
หันหายไป เราจำหน้าตามันได้ มันหายไป ๆ เพราะย่าฆ่าแมลงทั้งนั้นเลย
นี่น่ากลัว จนถึงบอกว่าสังคมเมืองไทยมันควรจะต้องกระจายไปจากเมืองหลวง
ไม่ใช่เมืองหลวงคือประเทศไทย เราอาจจะบอกว่าป่ามันหายไป จริง ๆ ป่ามันสร้างได้
ถ้าเราเจตนาจะสร้าง แต่คนควรจะออกมาอยู่ป่ากันบ้าง
"อย่างเราบอกลูกชายสองคนไม่ต้องไปเข้ากรุงเทพฯ เมื่อจบปริญญาแล้วไปทำปริญญาสูงสุดแล้วมาอยู่แถวนี้
ถ้ามึงมีชีวิตอยู่แถวนี้ไม่ได้มึงก็ไม่ต้องมีชีวิตอยู่ มึงอยู่ที่ทำกินของเราดี
ๆ กับพ่อดีกว่า จิบเหล้าขวดละสองสามพัน จิบกันช้า ๆ อ่านวรรณกรรมดี
ๆ กัน ฟังเพลงเพราะ ๆ มึงก็ดูซิ มึงหากินได้มั้ย ตรงนี้น่ะ ถ้ามึงหากินไม่ได้มึงก็อย่าเป็นคนเลย
ในเมื่อไส้เดือนยังอยู่ได้ มึงไม่ต้องทำงาน มึงอยู่ตรงนี้แหละ ที่นี่มี
๒๐ ไร่ มึงไม่ต้องทำอะไร แต่มึงมาสร้างความเจริญให้ตรงนี้ซิ มึงมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน
หรือมึงมาเป็นสมาชิกสภาตำบลเก๋กว่ามึงไปเป็น ส.ส. อยู่ในสภาพผู้แทน
กลิ่นดอกไม้หอมรวยรินมากับสายลมเย็นยามดึก แสงหิ่งห้อยกระพริบวิบวับอยู่ตามสุมทุมพุ่มพฤกษ์
เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงมกล่อมไพร 'รงค์ วงษ์สวรรค์ จบการสนทนาของเขาลงเมื่อย่างเข้าตีสองของวันใหม่
เพื่อเตรียมตัวพักผ่อน ก่อนจะตื่นมาทักทายกับต้นไม้ในสวนทูนอินในยามเช้า
และนั่งลงหน้าแป้นพิมพ์ดีดในยามสายเพื่อทำงานเขียนหนังสือ อันเป็นกิจวัตรประจำวันของเขามากว่า
๔๒ ปี
.
|