>> อาหารพื้นบ้าน 6 ตำหรับของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์:
[an error occurred while processing this directive]

 
รางวัลคนค้นฅน : นักเขียนรางวัลสารคดี คน ค้น ฅน
‘รงค์ วงษ์สวรรค์
OLD JOURNALIST NEVER DIE
ขุนเขา-พญาอินทรี และกีตาร์ปืน
กิตติ กาญจนสถิตย์ และ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
การพบกันครั้งแรกในรอบ 30 ปี
เปลี่ยนแว่นม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ประจำปี 2547
สืบชะตา วาระ 72 ปี 'รงค์ วงษ์สวรรค์
อะเดย์ ฉบับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
เป็นความดีใจของเราที่เรื่องราวของพญาอินทรีย์
ได้รับการถ่ายทอดสู่หนุ่มสาวร่วมสมัยอีกครั้ง
'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง
พญาอินทรีย์บินเหนือดอยสูง

และ ประวัติของพญาอินทรีย์ โดย สมรม สทิงพระ
ลูกผู้ชายชื่อ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ คนของแม่น้ำ แผ่นดินและป่าไพร
อาหารพื้นบ้าน 6 ตำรับ
จากอาหารนักเขียน
ลิขสิทธิ์ - สิทธิ์ที่นักเขียนถูกปล้น
บทสัมภาษณ์
Sex Life "ถ้าต้องประกอบการสังวาส จะตั้งใจทำให้งดงาม"
'รงค์ วงษ์สวรรค์ บน Milestone เรท X
เหตุและผลของ 2 ปีที่หายไป

บทสัมภาษณ์โดยองอาจ ฤทธิ์ปรีชา
'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง ครบรอบ 64 ปี
พิธีเปลี่ยนแว่น หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
ณ สวนทูนอิน ต.โป่งแยง อ.แม่ริม เชียงใหม่
และวาระครบ 71 ปี ของ'รงค์ วงษ์สวรรค์ 20 พฤษภาคม 2546
2 ปีที่หายไปของ
'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในงานมติชนบุ๊คเดย์
30 ส.ค. - 7 ก.ย. 2545
'รงค์ วงษ์สวรรค์ 69 (2544)
'รงค์ วงษ์สวรรค์ 60 ปี
   
   
   
   
   
   
   
 
 
 
 

 



อาหารพื้นบ้าน 6 ตำหรับของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์

.................................................................................................................................
จากหนังสือ "อาหารนักเขียน" โดย ชัย วิชิต
สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ตุลาคม 2514

คำนำ (ต่อ)

           เมื่อสองปีก่อน ระหว่างที่ "กระจกฝ้า" ยังฟิตเรื่องหนังสือหนังหา และขมีขมันอยู่กับนิตยสาร "ยานเกราะ" ข้าพเจ้าพูดถึงเรื่องคนช่างกินบางคน ซึ่งกินได้ไม่หยุดปาก และสรรหาแต่ของกินไม่ค่อยว่างปาก และก็ดูเหมือนเรื่องพรรค์นี้ผู้หญิงเขาจะถนัดกว่าผู้ชาย กะการณ์กันว่าต่อไปจะมีเรื่องของอาหารลงในนิตยสารฉบับนั้น
'รงค์ วงษ์สวรรค์ ก็เคยพูดถึงเรื่องคนทำของกินว่า ที่เก่งจริง ๆ นั้นเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงและที่ว่ากันว่า อาหารฮ่องเต้ที่อร่อยนัก ก็เกิดจากฝีมือพ่อครัวผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงอีกเหมือนกัน
ถึงบ้านเรานี่ก็เถอะ ทำไป ๆ ผู้ชายเราดูจะรู้เรื่องข้าวปลาอาหารเก่งกว่าผู้หญิงเสียอีก
และก็มีอีกหลายเรื่องหลายกรณี           ที่ทำให้นึกอยากจะรวบรวมเรื่องอาหารการกินที่พวกอยู่ในวงการนักเขียนเขาชอบบริโภคกัน
แต่เมื่อสอบถามพรรคพวกที่รู้จัก ก็ล้วนแต่เป็นคนชอบบริโภคอาหารพื้น ๆ ธรรมดาที่รับประทานกันนี่แหละ ไม่ได้มีจำพวกหนวดเต่าเขากระต่าย มาจากไหน
เมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ลองรวบรวมดูว่า เพื่อนพ้องของเราบางคนนี่น่ะ เขาชอบรับประทานอะไรกันบ้าง เมื่อรู้มาแล้ว ก็อยากจะเล่าสู่กันฟังต่อไป
          ก็เท่านั้นเอง
          และก็สำหรับคนที่อาศัยแกงพลาสติค ผัดพลาสติค ตลอดไปจนถึงน้ำพริกผักพลาสติคและข้าพลาสติค ซึ่งก็คือการซื้อใส่ถุงพลาสติคไปรับประทานกันที่บ้าน เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาหุงต้มหากินเอง ในยุคที่ถึงจะทำงานอย่างปากกัดตีนถีบอย่างไรที่จะเอาให้ถึงชนเดือนนั้น ก็พอจะนับตัวกันถ้วน
ได้คิดอ่านลองทำกินกันในวันหยุดดูบ้าง แต่ถ้าไม่คิดเช่นนั้น เอาไปอ่านเล่นแก้รำคาญ หรือเพื่อเพิ่มความรำคาญขึ้นอีก ก็สุดแต่อัธยาศัย…
          ชัย วิชิต

..............................................................

อาหารพื้นบ้าน 6 ตำหรับของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
ผัดนกเขา
แกงบวนหม่อมปุ๊
รมรัญจวน
พล่ากุ้ง
แกงเนื้อคุณ 'รงค์ ฯ
ไข่ลูกเขยวงษ์สวรรค์

          ชายร่างใหญ่หนวดตกสมองมีไฟพะเนียงแห่งความคิด มันคงจะพลุกพล่านพิลึก ละข้างในสมองของเขานั้นตลอดเวลาในชีวิตของเขาตั้งแต่เริ่มเข้ามาในวงการไอ้โน่นไอ้นี่ ทำไอ้โน่นไอ้นี่ ฝีมือทำภาพชุดและเขียนเรื่องประกอบของเขาเป็นฝีมือชั้นเยี่ยม…
          อาจินต์ ปัญจพรรค์ กล่าวถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไว้ใน "ใต้ถุนป่าคอนกรีต" สารคดีประจานชีวิตคนไทยในอเมริกาอันโด่งดัง ที่อาจินต์ ปัญจพรรค์เป็นผู้จัดพิมพ์
          ไม่แต่เพียงเท่านั้น เขายังกล่าวถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ไว้อีกมากมาย เช่นเดียวกับที่รัตนะ ยาวะประภาษพูดถึงด้วยสุ้มเสียงอันแผ่วเบา นุ่มนวล
          "อาจินต์เป็นคนละเอียด" รัตนะว่า "เขามองคนทุกด้านทุกเหลี่ยม ยิ่งเป็นเพื่อนกันด้วย ก็ต้องพิถีพิถันหน่อย เขาต้องการรู้เพื่อที่จะได้ประคองความเป็นเพื่อนไว้ให้จีรัง…"
          แต่สำหรับประเสริฐ พิจารณ์ โสภณ
          เมื่อพูดถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เขาจะคลี่รอยยิ้มที่ซ่อนไว้ไหนก็ไม่รู้ ที่ใดที่หนึ่งบนใบหน้าของเขานั้นแหละ
          "จะไปพูดถึงมันทำไม คนมันกำลังมีความรัก ความรักของคนหนุ่มที่ยอมลดอายุตัวเองอยู่ร่ำไป รู้ไหมเวลานี้ กำลังเสาะหายาบำรุง อย่างยาเทียบของซินแสจีน หรือยามหาพลังของมหาราชาอินเดีย เจ้านี่ทดลองมาหมดแล้ว"
          พุดพลางประเสริฐยกมือขึ้นเสยผมอันดกดำอย่างภาคภูมิใจ ที่อย่างน้อย เขาก็มีอะไรที่เหนือ ๆ กว่าเพื่อนรักคนนั้นของเขาที่กล่าวขวัญถึงอยู่มากทีเดียว
          "แล้วไงล่ะ" เราถามต่อไป เพราะยังไม่รู้ว่าที่ประเสริฐว่ามานั้นมันข้องเกี่ยวกับเรื่องที่เราอยากรู้บ้างหรือเปล่า
          "หลังจากทดลองมาหลายขนานเต็มที หมอก็ลงความเห็นว่า ไม่มีอะไรดีเท่าอาหารเลยหันมาค้นคว้าเรื่องอาหารบำรุงเป็นการใหญ่ทีเดียว"
          ประเสริฐจาระนัยต่อไป
          "เวลานี้ ได้ข่าวว่าไปได้ตำราอาหารวิเศษมาจากหม่อมต่วย อุรุพงษ์โน่น เห็นว่าตระเตรียมเรื่องอาหารการกินเป็นการใหญ่ สั่งเครื่องครัว เอาเตาแก๊สชนิดหุงต้มมีเตาอบพร้อม ตู้เย็นขนาดสิบสองคิวเครื่องปรุงและของจำพวกชูรส แล้วยังสั่งเครื่องกระป๋องมาอีกครึ่งรถกุดัง"
          เพื่อนฝูงพากันสงสัย
          "เอามาทำไม! ก็ไหนว่าได้ตำราอาหารดีมาทำเองไหงต้องซื้อเครื่องกระป๋องมาทำไมกัน?"
ประเสริฐยิ้มหยัน ยังคงเอามือลูบผมดกของเขาอย่างภาคภูมิต่อไป
          "ก็เอาไว้เวลาทำแล้วกินไม่ลงไงล่ะ"
          นั่น อาจเป็นความเข้าใจของประเสริฐฯ แต่เพื่อนหลายคนรู้ว่า 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นคนที่พิถีพิถันในเรื่องอาหารการกินพอสมควร อาหารที่เขาชอบ ดูจะเป็นอาหารพื้น ๆ ไม่ได้มีเครื่องปรุงจำพวกหนวดเต่าเขากระต่ายมาจากไหน เขาชอบรสอาหารกระเดียดไปทางพื้นบ้านเช่นเดียวกับที่ชอบสเต๊คชื่อหรู ๆ ที่ทำจากเนื้อล้วนที่นุ่มที่สุดของโคพันธุ์ที่ได้รับการเลือกเฟ้นมาแล้วว่า เกิดจากพ่อโค แม่โคที่มีลักษณะงดงามตามอุดมทัศนย์ของสัตว์พวกนี้ งามแม้กระทั่งลีลาระหว่างการสืบพันธุ์เพื่อให้คนเราได้มีเนื้อโคดี ๆ กินกัน
          เขาอาจกล่าวถึงอาหารรสแปลกที่เคยไปลิ้มชิมมาจากต่างประเทศ แต่กับเพื่อนฝูงที่สนิทชิดชอบ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ จะปรารภให้ฟังบ่อย ๆ ถึงความเอร็ดของปลากะทิต้มยำ แกงป่าใบชะพลู มีปลาตะเพียนแล่เคล้าเกลือแดดเดียวปิ้งจนกรอบเหลืองเป็นเครื่องเคียง
          พูดถึงปลาตะเพียนกับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
          มันเหมือนกับพูดถึง บรั่นดีกับน้ำเย็นเฉียบ มีละอองบาง ๆ จับข้างแก้ว โง่วเกพ้วยกับชาฮ่องเต้ในถ้วยกระเบื้องลายไผ่คู่หรือกะแช่เมื่อได้ที่ตอนแดดร่ม รับกะลาขัดมันจนไม่มีเสี้ยนหลงเหลือให้ระคายมือ
           ถ้าได้มาเป็น ๆ เขาจะร้องบอก "เจ้ากรมปั๋ง" ซึ่งทำหน้าที่ต้นบ้านให้เอามันไปปล่อยในอ่างซีเมนต์ใบโต ดูมันโบกครีบว่ายวนไปมาอย่างไม่แน่ใจ ในความแปลกที่ทางเมื่อมันอ่อนระโหยโรยแรงลง เขาก็จะบอกเจ้ากรมปั๋งอีกน่ะแหละ
          "เอามันไปให้พ้นหูพ้นตาทีเถอะวะ สงสารมัน เดี๋ยวคงหงายท้อง ระวังขอดเกล็ดให้ดี มีดจะบาดมือเอา อย่าให้ดีมันแตกล่ะ ขมตายห่… หั่นสามสี่ท่อนก็พอ ต้มน้ำให้เดือดพลั่กเขียวนะ ทุบตะไคร้ใส่ลงไปก่อน ฉีกใบมะกรูดเข้าสองใบ มะขามอ่อนหาให้ได้ ถ้าได้ฝักชนิดกำลังเข้าไคลเป็นวี๋เศษ อย่าใส่น้ำปลา เกลือป่นดีกว่าอะไรทั้งหมด พริกแห้งเผาพอเกรียมแล้วบิโรยทับ เสร็จแล้วรีบยกมาร้อน ๆ นะโว้ย ถ้าทิ้งให้เย็น เทให้หมากินดีกว่า"
          ไม่ว่าจะเป็นตะเพียนต้มส้ม หรือต้มเต้าเจี้ยว 'รงค์ วงษ์สวรรค์ มิเคยรังเกียจก็รสชาติมันนุ่มนวลถึงปานนี้ เขาจะรังเกียจได้หรือ เขาบูชามันด้วยซ้ำไป พูดได้ว่าอย่างนั้น ถึงกับเอามันเป็นเครื่องหมายในการทำมาหากินของเขา ครั้งหนึ่งเขาเคยจะเอาตะเพียนในการทำมาหากินของเขา ครั้งหนึ่งเขาเคยจะเอาตะเพียนในลานไปต้มยำซดน้ำดับคาวเหล้าด้วยซ้ำ แต่เพื่อนฝูงทัดทานไว้เสียก่อนใช่แล้ว เขาเมา มันเมาบัดซบจนเขาคิดจะอาศัยน้ำเนื้อมันช่วยเหลือบันเทาความปวดเศียรเวียนเกล้า แม้จะเป็นเพียงใบบานก็เอาดี…
          เมื่อพูดกันถึงความเมา เขาจะกล่าวถึงมันด้วยความยกย่องและยำเกรงระคนกันไป ความเมามิได้เป็นแต่เพียงหนึ่งในสยามเท่านั้น หากแต่มันเป็นหนึ่งในทุกหนทุกแห่ง ปราศจากความเมาเสียแล้ว คนเราจะทำอะไรได้
          "ก็ไอ้ที่ทำกันจนจะฉิบหายวายป่วงเดี๋ยวนี้น่ะ ไม่ใช่เพราะเมาอำนาจหรอกเรอะ" คนหนึ่งในจำพวกพ้องของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ บ่นออกมาดัง ๆ กลางวง แต่ดูเหมือนทุกคนจะได้ยินเหมือนเสียงกระซิบ
อีกคนร้องบอก
          "เรื่องนี้อั๊วไม่ได้ยินนะเว้ย…"

ผัดนกเขา
          อาหารขนานแรกที่ต้องตาต้องใจนักเขียนผู้ผูกคำว่า "หนุ่ม" ติดท้ายชื่อไว้อย่างแน่นแฟ้นมั่นคงมิลดราอย่างเพิ่งคิดว่าเขาเป็นคนช่างเลือกช่างกินเสียจริง จะกินผัดนักก็ต้องเอานกเขาเสียด้วย ถึงว่าผลงานของเขาจะได้รับการตีราคาในอันดับสูงผู้หนึ่งในโลกหนังสือเวลานี้ แต่เขาคงไม่บ้าพอที่จะชื้อหานกเขาราคาตัวละเป็นร้อยเป็นชั่งมาผัดกิน
          ดูเครื่องปรุงของเขาก่อนดีกว่า
          หัวปลี, เนื้อวัว, หัวหอม, กะปิ, พริกชี้ฟ้า, มะนาวหรือมะขามก็พอแทนกันได้ ถ้าเป็นหน้าแล้งที่มะนาวลูกละบาทยังมีน้ำไม่ถึงแปดหยด อย่าลืมน้ำปลาด้วย เลือกไอ้ที่มันดีหน่อย ชนิดขวดละหกสลึงสองบาท อย่าเอามาใช้ดีกว่า นั่นมันน้ำเกลือใส่สีแล้วเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ว่าน้ำปลา
          หากาละมันหรืออะไรก็ได้ที่พอเป็นภาชนะใส่ของเลือกที่ไม่รั่วด้วยเป็นดี เพราะจะต้องเอาน้ำเทใส่ลงไป ประมาณสักค่อนขัน บีบมะนาวหรือน้ำส้มมะขามใส่ลงไปหน่อยหนึ่ง
          เอาหัวปลีที่ตัดมาจากสวนหลังบ้าน ถ้าไม่มีของเขาก็ได้ถ้าเพื่อนบ้านไม่หวง แต่ถ้าจะตัดความรำคาญ ซื้อเอาดีกว่า หัวละบาทหรือหกสลึงเท่านั้น เอามาลอกกาบนอก ไอ้ที่สีม่วงเข้มออกเหลือแต่ตอนในที่เริ่มจะขาวผ่องขึ้นเรื่อย แต่อย่าลอกจนเหลือแค่หัวแม่มือ นั่นมันเกินไปเอาออกสักสี่ห้ากาบก็เห็นจะพอ แล้วหั่นฝอยอย่างที่เขาทำเหมือนน้ำพริก พอหั่นเสร็จเอาใส่ในน้ำที่แช่มะนาวเข้าไว้ ปล่อยไว้ก่อนอย่างนั้น ที่ต้องแช่น้ำเปรี้ยว ๆ ก็เพื่อจะไม่ให้มันดำเท่านั้นเอง
          ทีนี้ก็จัดการกับเนื้อสด จะเป็นเนื้อควายหรือเนื้อวัวไม่เกี่ยง ขอให้สดแล้วเลือกอีตรงไม่เหนียวเป็นใช้ได้ หั่นให้ได้ขนาดหนาสองสามเซ็นต์ แต่ไม่จำเป็นต้องวัดให้ตายตัวขนาดที่เขาใช้ใส่แกงเนื้อธรรมดานั่นแหละ เอามะพร้าวมาคั้นเอาแต่กะทิกลาง ๆ ไม่ใสและไม่ข้นเกินไป ครั้นเสร็จตั้งไฟ แล้วเอาหัวหอมกับกะปิ ตำให้แหลกเข้ากันดี ใส่ในกะทิพอเดือด เอาเนื้อที่หั่นไว้แล้วใส่ เคี่ยวสักครู่ ก็เอาหัวปลีใส่ตาม แล้วเคี่ยวเรื่อยไป อย่าให้ไฟแรงนัก เพราะมันจะไหม้เสียก่อนหมั่นดูบ่อย ๆ เป็นดี ถ้าใช้เด็กลูกมือทำคอยเตือนอย่าให้เอาแต่ฟังเพลงลูกทุ่งนานนักเดี๋ยวจะไหม้ติดก้นหม้อ เอากันแต่ว่า พอรู้สึกว่าน้ำงวดเหลือขลุกขลิกก็ใช้การได้ แล้วหั่นพริกชี้ฟ้าแฉลบ ๆ เป็นเสี้ยวยาว ๆ โรย ลงไป แล้วเติมน้ำปลาดีให้ได้รสเค็มถูกปาก ผงชูรสไม่ต้องเพราะออกหวานมันดีแล้ว

แกงบวนหม่อมปุ๊
          เมื่อพูดถึงการปรุงอาหารแบบไทย ๆ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ชอบอาหารที่ดูเหมือนจะธรรมดาเหลือเกิน เครื่องเคราในการปรุงก็ไม่มากมายอะไร ให้ร้อนจัด รสจัดเข้าไว้เป็นใช้ได้
          แต่อย่าพูดเชียวว่า อาหารไทยชนิดที่ปรุงยาก ๆ ลำบากลำบนอยู่สักหน่อยเขาจะไม่ประสาเอาเสียเลย ถ้าพูดกรอกหูทำนองนี้ ปื้นหนวดทั้งแผงของเขาจะกระดิกพร้อมกันเหมือนจะพลอยขุ่นเคืองตามเจ้าของไปด้วย
          อย่างแกงบวนแน่ะเฮ้ย จะทำให้พวกเอ็งกินกันก็ได้ เขาบอกเพื่อนฝูงที่นั่งหน้าสลอนเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ ก็มีบ้างที่ทำเป็นสนใจไยดี มือซ้ายยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปากกลืนน้ำสีเหลืองลงลำคออย่างแช่มช้ายวนยี ก็ใช่ เหล้าของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์น่ะซีเล่า
          แต่ข้าไม่อยากทำให้พวกเอ็งกิน เพราะว่ารสนิยมเอ็งมันไม่ถึงแกงชั้นดีของไทยเราแต่เก่าก่อนอย่างนั้น เอางี้ดีกว่า เดี๋ยวพวกเอ็งจะหาว่าข้าทำไม่เป็น แน่ะเฮ้ย จะบอกตำหรับให้ก็ได้ว่าแกงบวน…เขาทำกันยังไง
          ขั้นแรก เอ็งควรมีเงินสักชั่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย ไอ้อย่างชนิดยี่สิบสามสิบบาทสมัยนี้ เห็นจะได้ก็แค่จั้บฉ่ายซักหม้อเป็นอย่างมาก ชั่งนึงน่ะ กระเบียดกระเสียนเต็มทีอยู่แล้ว
          พอเอ็งพกเงินไปตลาด ก็เลือกซื้อหมูมาเป็นการใหญ่ทีเดียว ข้าเปิดโอกาสให้เอ็งเลือกซื้อหมูได้อย่างเสรีจะเอาหมูเทศบาลชำแหละ หรือจะเอาหมูข้ามเขตก็ได้ ถ้าเคราะห์หามยามซวย ไปได้เอาหมูเป็นโรคมา ก็ช่วยไม่ได้นึกเสียว่า ถึงคราวเวรกรรมจำพรากก็แล้วกัน
          พอไปยืนตรงหน้าเขียงหมู ก็ชี้บอกคนขาย ว่าจะเอาหมูสามชั้น ตับหมู กระเพาะ ปอด ใส้ใหญ่ หัวใจ เอาแค่นี้ก็พอ อย่างละพอสัณฐานประมาณของกำลังเงินขึ้นสั่งเกินไปเงินไม่พอ คนขายจะให้กึ๋นหมูมาแทน
          ขั้นต่อไป ก็เที่ยวเดินหาซื้อปลาสลาดย่าง ตัวขนาดกลาง แล้วก็ปลาร้า ถ้ารังเกียจกลิ่นใช้ปลาเค็มแทนก็ได้ จะเป็นปลากุเลาหรือปลาอินทรีย์ก็ใช้ได้ทั้งสองอย่างแล้วก็เดินไปแถวแผงลอยที่เขาขายเครื่องแกง บอกซื้อข่า ตะไคร้ใบมะตูมด้วย อันนี้ดูจะหายากสักหน่อย ถ้าแกงบวนสักทีละก้อ หาใบมะตูมให้ได้เสียก่อนแล้วจึงค่อยลงมาหาซื้อข้าวของอย่าอื่น
          มั้ยล่ะ แค่นี้พวกเอ็งก็เห็นจะซึ้งแก่ใจแล้วละซีว่าข้าจะแกงบวนให้เอ็งกินกันได้ไหม
          แต่เอาเถอะ พวกเอ็งบางผู้ คงคิดว่า ข้าคงจะจำขี้ปากใครเขามา บางคนจะคิดรียำพรรค์นั้น ลับหลังข้า มันคงจะเหน็บแนมว่า ข้าดีแต่คุย ทำจริงก็คงชนิดพอเสร็จแล้ว ก็เรียกเจ้ากรมปั๋งมาเอาไปเทให้สุนัขข้างบ้านรับประทาน แต่ถึงจะเหน็บแนมเสียดสีข้าสาระพัดสาระเพ ข้าก็ไม่ถือ ข้ามันอารมณ์เย็นเสียแล้ว พวกเอ็งคิดดูเถอะว่า คนเรามันคงมีความรักบรรเลงกรอกรูหูอยู่เรื่อยเสียอย่าง มันแช่มชื่นรื่นอารมณ์ไปเสียทุกกระบวน
          เถอะน่ะ ข้าจะบอกให้เอ็งรู้ ไว้ประดับสติปัญญาเสียทุกคนว่า แกงบวนนี่น่ะ เขาทำกันยังไงมั่ง
          เอางี้นะ ไอ้เครื่องในหมูที่ซื้อมา ล้างเสียให้ดีอย่าให้มีกลิ่น ถ้าเป็นกลิ่นคาวตามธรรมดาของเนื้อสัตว์ก็ช่างมันเถอะ เอ็งล้างไปสิบชาติมันก็ไม่หมดหรอก กลิ่นยังงั้นปล่อยมันไว้
          พอล้างสะอาดสะอ้านดีแล้ว เอาลงหม้อต้มให้เปื่อยเลยเชียว พอเปื่อยได้ที่ดีแล้วก็จัดแจงเอาหอมเอากระเทียมตะไคร้ข่ามาโขลกให้ละเอียดยิบ แล้วก็แกะเนื้อปลาสลาดย่างที่ซื้อมาใส่โขลกปนเข้าไป ถ้าใช้ปลาร้า ก็หลนกรองเอาแต่น้ำ กากก้างทิ้งไปเถอะอย่าอาวรณ์มันเลย แต่ถ้าใช้ปลาเค็ม ก็ปิ้งเสียก่อน แกะเอาแต่เนื้อ โขลกเข้ากับเครื่องที่ตำแต่แรก
          ทีนี้ก็เอาใบมะตูมมาตำ แยกตำต่างหาก อย่ารวมกับเครื่องแกง พอโขลกแหลกกะว่า พอจะใช้ละลายน้ำได้ก็เอาน้ำปนคั้นเอามาเจือกับเครื่องที่โขลกเข้าไว้ ถ้าไม่มีใบมะตูมคั้นน้ำ เขาไม่เรียกแกงบวน เหมือนแกงแค ไม่ใส่ตะค้าน ใครเขาก็ไม่เรียกแกงแคสมบูรณ์แบบ
          พอได้ผสมน้ำใบมะตูมกับเครื่องแกงที่โขลก ก็เอาตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องในหมูที่หั่นเตรียมไว้แล้ว เดือดอีกพลุ่ง ใส่น้ำตาลปี๊บ ให้หวานนำเข้าไว้ ถ้าชอบปลาร้าก็เอาน้ำปลาร้าเทเติมลงไป เอาตะไคร้หั่นฝอยละเอียดอีกจำนวนหนึ่ง ใส่เข้าไปด้วยตามด้วยใบมะกรูดฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วลองชิมดูอีกที อ่อนเค็มก็เติมน้ำปลาแต่อย่าลืมว่า แกงบวนตามตำหรับ ต้องหวานนำเข้าไว้
ไหมล่ะ ยังงี้พวกเอ็งเชื่อฝีมือข้าหรือยัง…


อ่านต่อ
 
 





^ TOP

Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2004 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุดก็นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ก็
สงวนลิขสิทธิ์ก็ามมิให้ลอกเลียนก็ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต เว้นแต่เพื่อการศึกษาก็นคว้าก็างอิง