กุมรา
ทุกวันนี้ ผู้หญิงของเราหลายนาง ใช้เวลาและลิพสติคเปลืองเสียจนเรานึกว่าหล่อนเอามันไปทางปากครก
ดูรา
กุมารี
รีบ ๆ แต่งงานเสียเถอะ
การหาผู้ชายในอุดมคติให้พบนั้น
ไม่ผิดอะไรกันการที่เที่ยวได้ตั้งหน้าตั้งตาท่อม ๆ ไปหาปลาบนต้นมะขามริมสนามหลวงนักหรอก
"กระจกฝ้า"
นักเขียนหนุ่มผู้ไม่อื้อฉาว เมื่อพูดถึงสตรีและอุปกรณ์ในบ้านในครัว
ทั้ง ๆ ที่ภาระกิจในหน้าที่ออกรัดรึงตรึงตัวจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ถึงปานนั้น
แต่เขาก็ยังสู้อุตส่าห์เจียดเวลาตระเวนท้องสนามหลวง ตลาดเก่าเยาวราชเสาะหาเครื่องปรุงเพื่อสาธิตวิธีการประกอบอาหาร
ซึ่งนัยว่าเป็นคนหนึ่งที่ตระหนักในรสชาติและคุณค่าของอาหารเป็นอย่างสูง
"ทุกวันนี้"
กระจกฝ้าพูดเหมือนปรารภ "ผู้หญิงของเรา ขั่งเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่เก่งกาจยิ่งขึ้นทุกวี่ทุกวันแล้วละซี
.
ก็ดูอย่างคุณมาเรียมเธอปะไร
อาหารมื้อค่ำอันแสนเอร็ดอร่อย
รสชาติโอชาหาไหนมาปาน
ที่วางเกลื่อนกลาดดาษดาเต็มไปทั้งโต๊ะนั่นน่ะ
เธอสู้อุส่าห์ซื้อหามาด้วยน้ำมือตัวเองเชียวนะ
ว่าแล้วก็หัวร่อกร่อย
ๆ พลางเหลียวซ้ายแลชวาก่อนจะขอตัวไปเอารายชื่ออาหารที่นัยว่า เจ้าตัวชอบบริโภคหนักหนามาให้
"กระจกฝ้า"
ยกมาให้ทั้งแฟ้มหุ้มพลาสติคอย่างเรียบร้อย ประณีต มีรายชื่ออาหารพร้อมด้วยวิธีปรุงครบครัน
อาหารแต่ละอย่าง มีเครื่องหมายรูปดาวติดไว้เคียงข้างชื่อบางชนิดติดไว้เพียงดาวเดียว
อย่างสูงสุดไม่เกินสามดาว
"หลวงเมือง"
ถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อพลิกแฟ้มบรรจุตำราสาระพัดอาหารของ "กระจำฝ้า"
"ปั้ดโธ่ ผมนักว่ามหาคัมภีร์ทัศนะแพทยาจาริย์เสียอีก
แต่ความจริงคุณน่าจะหมายเหตุกำกับรายการอาหารของคุณไว้ด้วย ไม่ใช่เขียนให้ดาวสองดาวอย่างเดียว"
"นั่นน่ะซี" 'กระจกฝ้า' สำนอง "ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า
จะอธิบายประกอบยังไงดี สูตรอาหารนี่เขาก็บอกไว้ถี่ถ้วนว่าใส่อะไรบ้าง
ปรุงยังไง รสชาติเข้าขั้นแค่ไหน ผมก็ใส่ดาวให้แล้ว ว่าอย่างนั้น ขนาดสองดาว
อย่างนี้ถึงสามดาว ไอพรรค์โน้นให้ดาวเดียวเท่านั้นเพราะไม่ค่อยถูกปากผม"
"มันต้องยังงี้" หวงเมืองว่า พลางขยับขาแข้งนั่งขัดสมาธิ ทำท่าเหมือนท่านพระครูขึ้นธรรมาสน์
ยังขาดแต่ตาละปัดที่จะเอามาตั้งบังหน้าให้ศีลเสียก่อน "หลวงเมือง"
เอ่ยช้า ๆ อย่างสำรวม ด้วยสุ้มเสียงเป็นจังหวะจะโคนชวนให้เลื่อมใส
"อาหารแต่ละอย่าง ควรชี้แจงประกอบไว้ด้วยว่าอย่างโน้นควรประกอบให้พ่อบ้านแม่เรือนรับประทานในเวลาขึ้นห้าค่ำ
อย่างนี้ ควรปรุงให้รับประทานในเวลาแรมสิบสองค่ำ และอย่างนู้น ต้องทำให้รับประทานเวลาแรมสิบหกค่ำ
เอ๊ะ!
ขอโทษ ไอ้แรมสิบหกค่ำนี่ดูเหมือนจะไม่มี เผลอไป"
หยุดไปอึดใจหนึ่ง พลางชำเลืองซ้ายขวา ยังเห็นมีคนตั้งใจฟังอย่างสนใจจึงสังวัธยายต่อไป
"เนื้อสัตว์ที่เอามาปรุงเป็นอาหารก็เหมือนกัน ถ้าพอทำได้ ช่วยสอบถามวันเดือนปีของสัตว์พวกนั้น
เอ๊ะ
ทันโทษ ถามวันเดือนปีคนขายมาให้ด้วยก็จะเป็นการดี เพราะดวงของคนขายอาจเป็นอริกับคนทำก็ได้ลงท้ายคนรับประทานอาจถูกราหูกุมลัคน์
อาทิตย์เล็งเสืออะไรทำนองนั้น อาจถึงตายเอาได้ง่าย ๆ อย่าประมาทเรื่องนี้
พระท่านยังว่า ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย เพราะฉะนั้น ถ้าพอจะทำได้
ก็ควรจะแนะนำให้พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย ผูกดวงชะตาของตนให้เรียบร้อย
ทำเป็นแผ่นหุ้มพลาสติคกันเปียกน้ำเสียด้วยยิ่งดี เผื่อเวลาคนซื้อเขาต้องการ
ก็จะได้ยื่นดวงมาให้ดูกันเสียทันที จะได้ไม่เป็นที่ขัดข้องหมองใจกัน
และถ้าพ่อค้าแม่ค้าคนใดทำได้ถึงเพียงนี้ ก็จะมีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้น
อันเป็นแนวทางให้บังเกิดความเจริญรุ่งเรืองในอาชีพของตนสืบไป
"
"ขอโทษครับ คุณหลวง" ชายร่างชะลูดชื่อชาย บางกอก ยื่นหน้าเข้ามาขัด
"ดูเหมือนเขาจะให้ "กระจกฝ้า" ช่วยเปิดเผยเรื่องข้าวปลาอาหารที่คุณ
"กระจกฝ้า" แกชอบรับประทานนะ ยังไม่ถึงเวลาของคุณหลวงไม่ใช่เรอะ
!"
หลวงเมืองทำตาขุ่น หันขวับมาทางคนที่เอ่ยขัดคอ
"คุณน่ะไม่มีความรู้ทางนี้แล้วเฉยดีกว่า ผมสมเพช"
"อ้าว!" ชาย บางกอกลุกขึ้นยืนโอนเอน เหมือนสมต้องลมระเนนไปทางโน้นทีทางนี้ที
ด้วยความเรียวงามของร่างกาย แต่เพื่อนฝูงสะกิดกันให้ดูและบ่อทำนองว่าสงสัยจะถอนตั้งแต่เช้า
"พูดพรรค์นี้ เดี๋ยวพ่อลดยศลงมาเหลือแค่ขุนเท่านั้น
" หลวงเมืองเต้นผาง ตบมือดังฉาดฉาด
"มา เก่งจริงมาลดยศผมมานี่ แน่ะราษฎร์ทินนามนะเพื่อน จะบอกให้ คนอย่างคุณจะมาลดยศผมได้ง่าย
ๆ ให้มันรู้ไป เก่งจริงก็เข้ามาลดมะ
"
เราเห็นท่าจะบ่อนแตกตั้งแต่ยังไม่ได้ตำราอาหารของ "กระจกฝ้า" จึงของแรงเพื่อนฝูงบางคนในที่นั้น
ให้ช่วยจูงชาย บางกอกที่ยืนแอ้แอ่นอยู่ ออกไปจากที่นั้นเสียก่อนเป็นการช่วยทุเลามิให้มีการทุ่มเถียงรุนแรงยิ่งไปกว่านี้และช่วยเจรจาปลอบประโลมหลวงเมืองให้คลายความขุ่นเคือง
หลวงเมืองเอียงหน้าเข้ามากระซิบ
"ผมทำโมโหไปยังงั้นเอง ทำพูดดีด้วย เดี๋ยวพี่แกขวนผมไปร่ำสุรากับแกอีก
นี่ก็เข้าพรรษาแล้ว ไม่ได้หรอกครับผมถือ เหล้ายาปลาปิ้ง เข้าพรรษาแตะไม่ได้เด็ดขาด"
มีคนยื่นหน้าออกมาทางของประตู ส่งเสียงอ้อแอ้
"ทำมาย! จะเป็นอาบัติหรือไง ท่านขุน
?"
เพื่อนที่ช่วยพอเอาไปข้างนอก คงเผลอปล่อยให้เล็ดลอดกลับมาอีก
พ่อนั่นถึงได้พยุงสังขารเข้ามาก่อกวนอีกคำรบหนึ่ง ร้อนถึงพรรพวกอีกหลายคน
ช่วยกันโอ้โลมให้ไปตั้งมั่นที่ร้านไอ้โกมุมถนนสำเร็จ จึงเป็นอันว่าพอจะพ้นทุกข์พ้นร้อนไปได้อีกคราว
สักประเดี๋ยว "กระจกฝ้า" ยกแฟ้มมามอบให้อีกแฟ้ม
"นี่ก็อีกปึ๊งเบ้อเริ่มเทิ่ม ตำราอาหารทั้งนั้น
"
เสียงร้องโอ้โฮไปตาม ๆ กัน เพราะไม่นึกเลยว่าจะเป็นคนกว้างขวางเก่งกล้าสามารถในเรื่องการกินถึงเพียงนี้นึกว่าเก่งแต่เรื่องรถถัง
กับเรื่องบันเทิงใจที่ขึ้นชื่อลือชาทั้งในหมู่หญิงชาย
"ตลอดทั้งแฟ้ม มีบอกเครื่องปรุงกับวิธีทำเสร็จสรรพเหมือนกัน
เสียอย่างเดียวเท่านั้น" กระจกฝ้าอธิบายพลางแล้วหยุดไปเฉย ๆ เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้
เมื่อมีเสียงถาม เขาก็พูดต่อ
"เสียอย่างเดียวที่ตำราชุดนี้บอกไว้กินไม่ได้ซักอย่าง"
อพิโธ่เอ๋ย แล้วไม่รู้จะเก็บไว้หาสวรรค์วิมานอันใด
ตกลงเอากันเฉพาะกินได้ก็แล้วกัน แต่ก็ต้องเลือกเฟ้นพอสมควร เพราะอาหารบางอย่าง
"กระจกฝ้า" เขาติดาวให้ไว้ดาวเดียว บางอย่างถึงสามดาว และเจ้าตัวเองบอกไว้ด้วยวา
"อย่ามาเอาตามดาวที่ผมให้ไว้ไม่ได้หรอก ของอย่างไหนผมชอบ
ผมก็ให้เยอะหน่อย ที่ผมไม่ชอบผมก็ให้ดาวเดียวหรือไม่ให้เลย แล้วบางอย่างที่ผมกินแทบไม่ลง
แต่ก็ต้องแขวนดาวเข้าไว้ถึงสามดวงก็มี"
มีเสียงสอดถามขึ้นมาด้วยความข้องใจว่าไหงถึงเป็นหยั่งงั้น
"กระจกฝ้า" พูดเบาเหมือนเสียงกระซิบ
"ก็เมียผมเขาชอบน่ะซี ถามได้"
ข้าวผัดเกลือป่น
ขนานแรก ของนักเรียนผู้ไม่อื้อฉาวเปิดตำหรับออกมา
เป็นอาหารกลางวันง่าย ๆ ที่เจ้าตัวชอบรับประทานมาก อ้างว่าทำไม่ยาก
อร่อย มีเครื่องปรุงดังต่อไปนี้
ข้าวหุงสวย ๆ แต่อย่าให้ถึงกับเป็นตากบ
หมูเค็ม
น้ำมันพืช
ซ้อสมะเขือเทศ
กะเทียม
เกลือป่น
พริกไทย
ต้มหมอผักชีล้างสะอาด แตงกวาเลือกอย่างผิวเขียวเข้ม
ถ้าออกเหลืองไม่อร่อยจะเหนียวและไม่กรอบ
เริ่มการปรุง ก็ทำหมูเค็มเสียก่อน ด้วยการหั่นหมูเป็นชิ้นเล็กขนาดใส่ผัดใส่แกงตามธรรมดา
หมูควรเลือกเอาแต่เนื้อ ๆ ทุบกระเทียมขนาดพอเจียว แล้วเอาน้ำมันพืชหรือน้ำมันหมู
ตามแต่ใจชอบ สำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วน หรือไม่อยากเพิ่มไขมันในเส้นเลือด
ก็น่าจะใช้น้ำมันพืชแทน ใส่ลงกะทะ เอาเนื้อหมูรวนลงไปน้ำปลาหรือเกลือป่นเหยาะนิดหน่อยอย่าให้เค็มนัก
พอสังเกตว่าเนื้อหมูเริ่มสุกทั่ว ก็เอากระเทียมใส่เข้าไป
อย่าใสกระเทียมก่อนแบบกะเทียมเจียว เพราะยางกะเทียมจะไม่ละลายออกมาปน
แล้วก็เหยาะพริกไทยป่นให้มากสักหน่อย เรียกว่าพอออกกลิ่นฉุน เอาตะหลิวตระหวัดสักห้าหกตลบ
ก็ใช้ได้ ตักใส่ถ้วยพักไว้
ตอนนี้ก็เอาน้ำมันพืชอีกนั่นแหละ ใส่กระทะ
เอาข้าวสวยที่ยีจนแตกตัวไม่เป็นก้อนเทลงไป คลุกจนทั่วน้ำมัน แล้วเอาหมูเค็มลงคลุก
ตามด้วยซ้อสมะเขือเทศเคล้าจนทั่วกัน เร่งไฟให้จัดหน่อยแล้วตักขึ้น
เมื่อลงจานแล้ว จึงค่อยโรคเกลือป่นเบา ๆ มือให้ทั่วแล้วเคล้าก่อนรับประทาน
ซึ่งเกลือที่ใช้โรย ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเกลือนอกหรือเกลือผลิตในนี้
ขอให้ออกเค็มเป็นใช้ได้ขอสำคัญก็คือ อย่าใช้ดีเกลือแทนก็แล้วกันเพราะมันขมและยังทำให้ถ่ายท้องอย่างแรงอีกด้วย
การโรยเกลือป่นแทนน้ำปลา จะทำให้บังเกิดความ
"มัน" และเหมาะกับผู้ที่รังเกียจกลิ่นสาปของน้ำปลา
ต้นหอมล้างให้สะอาด ไว้เคี้ยวแกล้มแก้เลี่ยน
กับผักชีเด็ดเป็นใบโรยหน้า บางคนชอบกลิ่นทางไทย ๆ จะใช้ใบโหระพาล้างสะอาด
เด็ดเป็นช่อแกล้มแทนก็ได้
ข้าวผัดเกลือป่นที่บอกตำรามานี้ ควรมีแกงจืดผัดกาดดองต้มกะเพาะหมู
หรือว่าฟักเขียวต้มซี่โครง เอาน้ำซดแก้เลี่ยน ช่วยให้คล่องคอเจริญอาหาร
เป็นของทำง่ายไม่ยากเย็นอะไรนัก
กุ้งกระจกฝ้า
ฟังแต่ชื่อ คอสุราอาหารที่ชอบไปหาอะไรรับประทานแถวเมืองปทุม คงเข้าใจว่าก็คงจะเป็นกุ้งกระจก
อย่างที่เมืองปทุมเขาทำกัน ซึ่งขอรับรองว่าไม่ใช่ เพราะจะให้รสเฉียบขาดอีกแบบหนึ่ง
ส่วนวัตถุประสงค์ซึ่งเหมาะแก่การใช้เป็นเครื่องแกล้มนั้น ขอเรียนว่าน่าจะใช้การได้เหมือนกัน
กุ้งกระจกฝ้า ตามตำราของ "กระจกฝ้า" นั้น ใช้กุ้งจำพวกกุ้งชีแฮ้หรือกุ้งนางน้ำจืดก็ได้
ไม่เกี่ยง
เอากุ้งมาปอก รีดอุจจาระตามเส้นสันหลังออกและไม่ใช้หัวทั้งสองชนิดไม่ว่าจะเป็นกุ้งทะเลหรือกุ้งน้ำจืดถ้าเป็นกุ้งใหญ่
ก็แบะกลางออกเป็นสองซีก ไม่ต้องหั่นซอยให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่วนกุ้งชีแฮ้พวกนั้น
ใช้ทั้งตัวแกะเปลือกเอาหัวออกไปให้เรียบร้อยอย่างที่บอกไว้
นอกจากนั้นก็เตรียมเครื่องปรุงไว้ดังนี้คือ
มะนาวจำนวนมาก
ขิงอ่อนซอยให้ละเอียด
กระเทียมดอง หั่นฝอย
ข้าวคั่ว
งาคั่ว
ผงชูรส
เกลือป่น
ผักกาดหอม
กรรมวิธีมีดังนี้
ขั้นแรก เอามะนาวคั้นน้ำให้พอแก่การ คือพอที่จะใช้น้ำเคล้ากุ้งให้เนื้อสุกได้บ้าง
เพราะว่ากุ้งนั้นสุกง่ายเพียงแต่บีบมะนาวรดลงไปก็จะสุกเอาเสียแล้ว
จะให้ดีต้องแช่ไว้นิดหน่อยพอเคล้าทั่วแล้วพักไว้สักครู่ เอาขิงอ่อนซอยไว้
มาเคล้าช่วยให้สุกหนักขึ้นอีกนิด โดยไม่ต้องตั้งไฟให้รำคาญ และจะเป็นการทำลายรสโอชาของกุ้งไปเสีย
คลุกจนทั่วแล้ว เอาพริกขี้หนู บุบให้แหลกเจือกับกุ้งบ้างพอสมควร หมายถึงใครชอบเผ็ดก็ลงให้หนักหน่อย
สู้เผ็ดไม่ค่อยไหว ก็ใส่นิดหน่อย
ต่อจากนั้น ก็เอากะเทียมดองหั่นฝอย ไม่ต้องมากลงคลุก ตามด้วยข้าวคั่วกับงาคั่วอย่างละนิดหน่อยเท่านั้น
ผงชูรสโรยลงไปตามแต่จะชอบ เกลือป่นใส่เป็นตาสุดท้าย ก่อนรับประทานเอาช้อนไม้อย่างคลุกสลัด
หรือว่าตะเกียบก็ได้ คนให้ทั่ว อย่าใช้ช้อนโลหะควรใช้ช้อนกระเบื้องหรือไม่ก็ช้อนสังกะสีเคลือบ
เสร็จแล้ว สำหรับผู้ที่ชอบห่อรับประทานแบบเมี่ยงคำหรือหรือเมี่ยงกุ้ง
ก็ใช้ผักกาดหอมห่อเป็นคำ ๆ ส่วนคอสุรานั้น ซดน้ำเหลือง ๆ ในแก้วโฮกหนึ่ง
ตักหรือคีบกุ้งกระจกฝ้าตามดับคาวเหล้าหรือจะเล่นแกล้มเสียก่อน แล้วซดน้ำดีกรีล้างคอทับลงไปก็ได้
เจ้าของตำหรับไม่ต่อว่าด้วยประการใด ๆ ทั้งสิ้น
บางคน อาจเพิ่มเติมด้วยการใช้ถั่วลิสงคั่ว
ต้นหอมผักชี ทำนองเครื่องประกอบแหนมหรือส้มฟักก็ได้เหมือนกัน ตามแต่จะต้องอัธยาศรัย
ไม่บังคับ
กุ้งต้มยำ
เมื่อตกลงจะเสนอต้มยำตามแบบแผนของ "กระจกฝ้า"
ก็มีนักภาษาข้างวัดเป็นอันมากขอเสนอชื่อใหม่ ๆ โดยอ้างว่า ชื่อเดิมสามัญเกินไป
และกระเดียดไปทางเชยอย่างยิ่ง พร้อมกันนั้น ผู้เสนอตัวตั้งชื่อ ก็เอาภาษาบาลีและสันสกฤตต่าง
ๆ มาตั้งให้ รวมกระทั่งภาษาบาลีหวนซึ่งออกจะสัปดนโขอยู่ มาตั้งให้ใหม่ด้วย
บางชื่อฟังเหมือนชื่อม้าแข่ง
เคราะห์ดีที่เจ้าตัวไม่อยากบ้าตามไปด้วย ยืนกรานแต่ว่า
ต้องการให้คนทำตามรับประทานได้ และฟังชื่อก็พอรู้ว่าหมายถึงอะไร เท่านั้นเป็นพอ
ต้มยำกุ้งก็มีเครื่องตามที่ทำกันทั่วไป มีเคล็ดบางอย่าง
เฉพาะกรรมวิธีในการปรุงเท่านั้นเอง
กุ้งต้องเลือกให้สดที่สุด เท่าที่จะหาได้ถ้าไม่ได้กุ้งนางหรือก้ามกราม
เป็นกุ้งพวกชีแฮ้ก็ได้ เอามาแกะหัวออก เปลือกก็เอาด้วย แยกไว้ต่างหาก
เอาหม้อต้มยำมาจัดแจงใส่นำให้พอดี ทุบตะไคร้ลงไปให้บุบ
ๆ ทั้งต้น อย่าใช้วิธีหั่นแฉลบอย่างต้มยำที่เจ๊กทำ เพราะเกะกะ เมื่อตักน้ำตักเนื้อมาซด
ตั้งไว้สักครู่ พอออกร้อนก็ใส่น้ำปลานิดหน่อย
เอาเปลือกกุ้งและหัวกุ้งใส่เอาไปเคี่ยวเรื่อย ๆ จนเของดีในเปลือกกุ้งและหัวกุ้ง
คายออกมาปนในน้ำที่ต้มแล้วก็ฉีกใบมะกรูดใส่ลงไปทีหลังสักสองสามใบก็พอ
พอจะรับประทาน เอาชามใส่เนื้อกุ้งมาวางรอท่าตักน้ำต้มเปลือกกับหัวกุ้งราดลงไปเฉพาะน้ำเท่านั้น
กุ้งจะสุกทันที แล้วบีบมะนาว เติมน้ำปลาตามรสที่ชอบ ตามด้วยพริกขี้หนูบุบแหลก
มะนาวที่บีบ ระวังเวลาหั่น อย่าผ่าให้เม็ดขาดจะมีรสขมนิด
ๆ ปนมาด้วยแต่ก็ไม่ทำให้รสเปลี่ยนไปเท่าใดนัก ส่วนเนื้อกุ้ง จะนุ่มหวาน
ไม่แข็งเหมือนเอาเนื้อกุ้งลงต้มด้วย
คนชอบผักชี เด็ดเป็นใบ ๆ โรยลงไปบ้างก็ได้
|