>> อาหารพื้นบ้าน 6 ตำหรับของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์:
[an error occurred while processing this directive]

 
รางวัลคนค้นฅน : นักเขียนรางวัลสารคดี คน ค้น ฅน
‘รงค์ วงษ์สวรรค์
OLD JOURNALIST NEVER DIE
ขุนเขา-พญาอินทรี และกีตาร์ปืน
กิตติ กาญจนสถิตย์ และ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
การพบกันครั้งแรกในรอบ 30 ปี
เปลี่ยนแว่นม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ประจำปี 2547
สืบชะตา วาระ 72 ปี 'รงค์ วงษ์สวรรค์
อะเดย์ ฉบับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
เป็นความดีใจของเราที่เรื่องราวของพญาอินทรีย์
ได้รับการถ่ายทอดสู่หนุ่มสาวร่วมสมัยอีกครั้ง
'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง
พญาอินทรีย์บินเหนือดอยสูง

และ ประวัติของพญาอินทรีย์ โดย สมรม สทิงพระ
ลูกผู้ชายชื่อ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ คนของแม่น้ำ แผ่นดินและป่าไพร
อาหารพื้นบ้าน 6 ตำรับ
จากอาหารนักเขียน
ลิขสิทธิ์ - สิทธิ์ที่นักเขียนถูกปล้น
บทสัมภาษณ์
Sex Life "ถ้าต้องประกอบการสังวาส จะตั้งใจทำให้งดงาม"
'รงค์ วงษ์สวรรค์ บน Milestone เรท X
เหตุและผลของ 2 ปีที่หายไป

บทสัมภาษณ์โดยองอาจ ฤทธิ์ปรีชา
'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง ครบรอบ 64 ปี
พิธีเปลี่ยนแว่น หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
ณ สวนทูนอิน ต.โป่งแยง อ.แม่ริม เชียงใหม่
และวาระครบ 71 ปี ของ'รงค์ วงษ์สวรรค์ 20 พฤษภาคม 2546
2 ปีที่หายไปของ
'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในงานมติชนบุ๊คเดย์
30 ส.ค. - 7 ก.ย. 2545
'รงค์ วงษ์สวรรค์ 69 (2544)
'รงค์ วงษ์สวรรค์ 60 ปี
   
   
   
   
   
   
   
 
 
 
 

 



อาหารพื้นบ้าน 6 ตำหรับของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์

.................................................................................................................................
จากหนังสือ "อาหารนักเขียน" โดย ชัย วิชิต
สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ตุลาคม 2514

(ก่อน) (ต่อ)
สูตรสำคัญของอาหาร "กระจกฝ้า" อยู่ที่เสียงรำพันในกระเพาะ
ข้าวผัดเกลือป่น
กุ้งกระจกฝ้า
ต้มยำกุ้ง
หมูกระจกฝ้า
หน้าตั้งทรงเครื่อง
แกงเลียง ๘๙
แกงเลียง ๙๑

หมูกระจกฝ้า
          อาหารของ 'กระจกฝ้า' ขนานนี้ เหมาะสำหรับคนเนื้อน้อย ส่วนคนที่ไม่ชอบอ้วน หรือเอียนของมัน ๆ ก็ไม่ควรกิน
           อุปกรณ์ในการปรุง ดังนี้
           มันหมู เลือกเอาอย่างมันแข็ง
           มะพร้าวขูด
           แป้งข้าวเจ้า
           แป้งสาลี
           น้ำพริกเผา
           น้ำตาลทราย
           น้ำตาลหม้อหรือน้ำตาลปีบ
           น้ำมันหมู
           ผักชี
           เกลือ
           เมื่อเริ่มทำ ไม่ต้องตั้งนะโมสามจบอย่างเวลาก่อนนอน เพราะนี่เป็นเรื่องการกิน เคยมีบางคนเมื่อคิดจะทำอาหารแปลก ๆ ที่ไม่เคยกินมาก่อน เกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นมา ก็เล่นตั้งนะโมขึ้นก่อน เป็นทำนองของพรพระให้ช่วยคุ้มครอง ตำราอาหารที่เอามาบรรยายให้ทราบกันชุดนี้ ไม่ต้องถึงเพียงนั้นหรอก รับรองว่าถ้าทำตามสูตรก็อร่อยและไม่เป็นอันตรายต่อกระเพาะ นอกเสียจากว่ารับประทานเกินอัตราที่ถังของตนเองจะรับไหว อาจถึงขึ้นกะเพาะครากหรือถึงแตกตายอย่างชูชกก็ได้
           เริ่มด้วยการเอามะพร้าขูด มาคั้นเอาแต่หัวกะทิไม่ต้องถึงข้นจัดนัก แต่อย่าให้ใสเป็นหางก็แล้วกัน
           ต่อจากนั้นก็เอาแป้งสาลีกับแป้งข้าวจ้าว มาปนกัน แล้วละลายด้วยน้ำกะทินั่นแหละพอเห็นเข้าท่าคือข้นพอสมควร กะว่าพอใช้มันหมูลงคลุก ก็ติดขนาดแป้งกล้วยทอดทีเดียว บางคนใช้แค่นี้ก็พอ แต่คนที่ชอบมีรสในตัวนิดหน่อย ก็เอาน้ำตาลทรายกับเกลือป่นละลายเข้าไปกับแป้งที่ผสมแล้ว อย่าให้ถึงหวานทีเดียว พอนิด ๆ ให้มีรสบ้าง
           จากนั้นก็เอามันหมูแข็งต้มเสียก่อน พอสุก ก็เอามาหั่นเป็นชินบาง ๆ อย่าให้บางเกินไป เอากันขนาดสองสามมิลลิเมตร กะว่าแผ่นกว้างพอดีคำ
           พอหั่นเรียบร้อย ก็เอากระทะขึ้นตั้งไฟ พอน้ำมันจวนร้อน ก็เอามันหมูต้มสุกที่หั่นชุบกับแป้งที่ผสม แล้วเอาลงทอดจนเหลืองกรอบทีเดียว
           ก่อนที่จะตักขึ้น เตรียมกระดาษฟาง หรือกระดาษอะไรก็ได้ ดูที่มันสะอาดหน่อย พอจะซึมซาบน้ำมันได้สะดวกเป็นได้การ
           ก็แค่นั้นเอง แต่ความสำคัญอีกตอนหนึ่งว่า หมูกระจกฝ้า จะอร่อยหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับน้ำจิ้ม ซึ่งก็บอกเครื่องเคราให้ทราบแล้ว
           น้ำจิ้มอย่างที่ว่านั้น ทำดังนี้
           เอาน้ำพริกเผาละลายกับน้ำปลาดี มะนาวเอาแต่น้ำระคนกันเข้าไป น้ำตาลปี๊บจะเป็นน้ำตาลเพชรหรือน้ำตาลเมืองสมุทรใช้ได้ทั้งนั้น
           ผสมแล้วลองชิมดู กะให้ได้ทั้งเปรี้ยวเค็มหวานมีเผ็ดน้ำพริกเผาเจือด้วย แล้วเอาผักชีเด็ดแต่เป็นใบ ๆ ใช้จิ้มหมู่กระจกที่ทอดไว้กรอบรอท่าอยู่แล้ว
           บางคนยักกระสายทำน้ำจิ้มเป็นอย่างอื่น บ้างก็เอาพวกซ้อสศรีราชาตามอัธยาศัย แต่หลายเสียงร้องว่าน้ำพริกเผาผสมตามตำหรับที่ว่ามา เป็นแซ่บกว่าอย่างอื่นทั้งหมด

หน้าตั้งทรงเครื่อง
           "ผมมันคนชอบของกินเล่น ของชอบของผมก็ไอ้พวกของกินเล่นเคี้ยวเล่นสารพัดสารเพพวกนี้แหละ"           'กระจกฝ้า' กล่าวถึงเรื่องของกินที่โปรดปราน
          "ผมมันไม่ใช่คนเลือกของกิน แต่ชอบของอร่อยอะไรก็ได้ ไอย่างที่ไม่ต้องประดิดประดอยมากนัก แต่จำพวกหน้าตั้งจะว่าไปมันก็มีเรื่องที่ต้องเตรียมโขอยู่ ใครจะทำก็ได้ไม่ว่า แต่ถ้าทำได้อย่างที่ว่านี่ ก็ชอบกินแหละครับ…"
          หน้าตั้งทรงเครื่องชุดนี้ นับว่าเป็นตำหรับมาจากในวังทีเดียว แต่จะเป็นวังไหนยังไม่ได้สอบถามกันแน่นอนเอาแต่ว่าเป็นของทำกันอย่งมีตระกูลเชียวแหละ ว่างั้นเถอะ
           เครื่องปรุงก็มีปูทะเล แกะเอาแต่เนื้อ ก้ามกระดองแข็ง ๆ ไม่ต้องเพราะกินไม่ได้ ถ้าเห็นว่าปูทะเลแพงไป จะเปลี่ยนเป็นปูม้าก็ได้ไม่ว่า แต่คงไม่อร่อยถึงปูทะเลหรอก
           นอกจากปูทะเล ก็มีเนื้อหมู เนื้อไก่ กุ้ง มันหมู ถั่วลิสง เต้าหูเหลือง มะพร้าวขูด รากผักชี น้ำมันหมูหรือน้ำมันพืช กระเทียม พริกไทย ผักชี เกลือป่น น้ำตาลทราย น้ำปลาดี
           ที่กล่าวมาแล้ว เป็นส่วนของเครื่องหน้าตั้ง ของรับประทานกับหน้าตั้งก็มีข้าวตังข้าวเกรียบสิงค์โปร์ ข้าวเกรียบแก้ว ขนมปัง สุดแต่จะพอใจรับประทานอย่างไหน
           เมื่อได้เครื่องมาครบตามต้องการแล้ว ก็จัดแจงตระเตรียมด้วยการแกะเอาเนื้อปูเนื้อไก่ เนื้อหมู กุ้ง สับปนกัน สำหรับกุ้งนั้น รีดเอาแต่มันแยกไว้ต่างหากไว้เหยาะตอนหลัง
           ถั่วลิสง ใช้ถั่วลิสงคั่วอย่างที่กินกับแหนม เอามาขยี้เปลือกออก จะหยิบใสปากเคี้ยวเล่นแก้ขวย หรือเพื่อช่วยมิให้ปากว่างก็ยังได้ ตำพอย่อยเป็นชินเล็กน้อยไม่ต้องถึงกับแหลกละเอียด กระเทียมปอกเปลือกทิ้งใบเอาแต่เนื้อ ซอยเสียหน่อย เต้าหูเหลือง หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเล็ก หรือจะหั่นเป็นชิ้นยาว อย่างที่เขาหั่นใส่ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยก็ใช้ได้เหมือนกัน
           รากผักชี หั่นให้ละเอียด เอาลงครกตำ ถ้าชอบเผ็ดนิดหน่อยเอาพริกแห้งสักครึ่งเม็ดถ้าชอบเผ็ด ซึ่งความจริงพริกแห้งครึ่งเม็ดไม่ถึงกับเผ็ด แต่จะช่วยให้สีสันดูแดงน่ารับประทานขึ้น
           พริกแห้งที่ว่านี้ ท่านให้เอามาแช่น้ำ พอเนื้อน่ายแล้วเอาลงต่ำกับเกลือ ซึ่งจะช่วยให้แหลกโดยง่าย แล้วเอาพริกไทยลงตำปนไปด้วย พอทั้งสามอย่างคือพริกแห้ง พริกไทย รากผักชีแหลกลาญเข้ากันดี ก็เอากะทิที่คั้นไว้ช้อนเอาแต่หัวที่ลอยหน้าอยู่ มาแทนน้ำมันตั้งไฟแล้วเอาของที่ตำลงผัดจนหอมฉุย ส่วนกะทิที่เหลือ ก็ใช้ละลายกุ้งหมูไก่ปูที่สับเข้าไว้ เทลงไปในหม้อที่ผัดเครื่อง ตอนนี้เต้าหู้ ถั่วลิสง และของอะไรต่ออะไรซึ่งจำเป็นต้องใส่อย่างเช่นกระเทียมก็รวมกันเข้าไว้ ไฟอย่าให้แรงนัก เรียกว่าไฟกลาง ๆ เป็นดี เพราะจะช่วยให้เดือดพล่านโดยไม่เร่งไหม้เสียก่อน ถ้ามีเนื้อวัวเนื้อปลา และสิ่งของอื่น ๆ นอกจากนี้ ก็อย่าอุตริเอาใส่ไปด้วยเพราะคนละเรื่องคนละอย่างกัน
           พอเดือดดีแล้ว ถ้าต้องการให้ข้นจัด ก็เคี่ยวไปอีกหน่อย แต่ก็ไม่ควรให้ข้นนักเพราะเวลาเอาหน้าใส่ข้าวตังหรือขนมปัง มันเปลือง
           ยังไม่เรียบร้อยทีเดียว เพราะจะต้องเอาน้ำปลา น้ำตาล คะเนใส่แล้วชิมดูให้รสกลมกล่อมเสียก่อน เรื่องน้ำปลานี่สำคัญมาก จะต้องเลือกเอาน้ำปลาดีหน่อย อย่างเอาอย่างน้ำปลาแกง ขวดละบาดสองบาท จะทำให้รสชาติเสียไปหมด อันดับสุดท้ายก็คือ ผักชีที่เด็ดไว้เป็นใบเอามาโรยให้เก๋ย์ทีเดียว
           เมื่อหน้าตั้งทำเสร็จสรรพแล้ว ก็มาถึงเรื่องข้าวตังขนมปัง ข้าเกรียบอะไรต่ออะไรที่บอกไว้ตอนแรก
           สิ่งของเหล่านี้ จะให้กรอบอร่อยมันต้องทอด แต่ก่อนนี้นิยมน้ำมันหมู มาเดี๋ยวนี้ พวกที่กลัวอ้วน ก็หันมาใช้น้ำมันพืชแทน การทอดข้าวตัง ข้าวเกรียบ และขนมปัง ก็ไม่มีเคล็ดอะไรมาก นอกจากว่าควรทอดเสียแต่น้ำมันยังร้อยจัด จะทำให้กรอบและเหลืองน่ารับทาน สำหรับขนมปังนั้น ถ้าได้หั่นเป็นชิ้นขนาดนิ้วครึ่งแล้วตากสักครึ่งแดดก่อนทอด จะช่วยให้กรอบง่ายและเหลืองอร่ามน่ารับประทานขึ้น
           ข้าวเกรียบแก้ว ข้าวเกรียบสิงคโปร์ก็ต้องน้ำมันร้อนจัดเหมือนกัน บางรายเอาข้าวเกรียบงาทอดจิ้มหน้าตั้ง แต่ส่วนมากข้าวเกรียบงา มันจะหวานในตัว ทำให้รสชาติสู้ข้าวเกรียบพวกอื่นหรือว่าขนมปังไม่ได้
           หน้าตั้งทรงเครื่องขนานนี้ เจ้าของตำหรับว่าแกล้มกับเบียร์ยามแดดร่มลมตกก็ไม่เลวเหมือนกัน

แกงเลียง ๘๙
          จำพวกของซดน้ำ แล้วได้ผักอันเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เราชอบรับประทานแกงเลียงกัน           "กระจกฝ้า" ก็ชอบ เขาบอกว่าแกงเลียงควรจะใส่ผักหลาย ๆ อย่าง ถ้าจะให้อร่อยมันต้องแกงเลียง ๘๙           "ถ้าคงจะใส่ผักตั้ง ๘-๙ อย่าง"
           มีคนถามขึ้นอย่างอวดรู้
           นักเขียนเรื่องโปกฮาหัวเราะ แต่ไม่ตอบออกมาตรง ๆ ได้แต่พูดเสียงอุบอิบ
           "แกงจับฉ่ายเขายังมีผักไม่ถึงสิบอย่างเลย แกงเลียงจะเอาผักเยอะแยะใส่เข้าไปได้ยังไงกัน"
           แต่เราก็รู้ว่า แกงเลียง ๘๙ ของ "กระจกฝ้า" เขามีวิธีปรุงอย่างไรบ้าง
           ก็ไม่มีอะไรพิสดารไปกว่าที่แกงกันทั่วไป แต่ขนานนี้ของเขา ไม่นิยมใส่ปลากรอบอย่างตำราคนอื่น           ปลาช่อนย่างใหม่ ๆ จะหอมดีกว่าปลาย่างค้างคืนตามที่เขาว่า
           สำหรับผักก็เลือกเอาหลายอย่าง ผักที่เหมาะแก่แกงเลียงก็มี บวบเหลี่ยม ยอดฟักทองลอกผิวเสียก่อนน้ำเต้า ใบตำลึง ใบแมงลัก พริกไทย หัวหอม ถ้ามีน้ำสต๊อคก็ยิ่งดี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร           กะปิควรเลือกเอากะปิที่ดีหน่อย พวกกะปิที่ใช้คลุกข้าวรับประทานได้ยิ่งดี กะปิแกงตามตลาด อย่าเอามาใช้ทำแกงเลียงเลย เหม็นสาบเปล่า ๆ
           กุ้งทะเลสด ๆ เด็ดหัวออก ปอกเปลือกเหลือหางติดไว้นิดหนึ่งปอกแล้วใส่ชามไว้ต่างหาก           พวกผักก็ทำไว้เสียก่อน ที่ควรเด็ดก็เด็ดเสีย อย่างใบแมงลัก ก็ใช้เฉพาะใบ ลำต้นไม่เอา เม็ดแมงลักก็ไม่ต้องการ บวบเหลี่ยมปอกเปลือกเสียก่อน ให้เรียบเซี่ยมที่เดียว บางคนปอกผิวตอนในติดไว้ประปราย อ้างว่าช่วยให้กรอบขึ้นอีกนิด
           น้ำเต้า ควรเลือกใบที่มันอ่อนสักหน่อย ปอกผิวผ่าเป็นชินเล็กนุ่ม ถ้าได้น้ำเต้าอ่อน ๆ เวลาแกงเนื้อจะหวานนุ่มฟันนัก ตำลึงหน้าฝน เป็นตอนที่ใบก้านงามสะพรั่งกว่าเวลาอื่นเด็ดเอาแต่ก้านอ่อน ส่วนใบก็เอาจนถึงเกือบแก่ ก้านเหนียวอย่าใสเข้ามา เพราะเคี้ยวไม่อร่อยชวนให้รำคาญ เหมือนกับเคี้ยวเส้นปลาสติค ยอดฟักทองหาไม่ค่อยได้ง่าย ๆ นัก แต่ถ้าได้ ลอกผิวที่มีขนอุยอ่อนทิ้งไป เอาแต่ก้านหวานกรอบอร่อย
           ก่อนเด็ดผักเหล่านี้ ควรล้างเสียก่อน เมื่อเด็ดแล้วอย่าล้างอีก เพราะยางดี ๆ ของผักที่มีประโยชน์จะละลายลอยตามน้ำไปเสียหมด
           หอมแดง ปอกเปลือกสักห้าหกหัว กะปิขนาดหัวแม่มือเขื่อง ๆ พริกไทย ๑๓ เม็ดคนชอบเผ็ดก็เติมพริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้าลงไปนิดหน่อย แต่ถ้าพอใจทางร้อนชนิดเหงื่อตก ก็เพิ่มพริกไทยได้อีก เกลือหยิบมือเล็ก ๆ โขลกเข้าด้วยกัน พอทำท่าจะแหลกดี ก็เอาปลาช่อนมาแกะเอาแต่เนื้อปลา พุงไม่ต้อง เกล็ดก้างอะไรไม่ต้องทั้งนั้น เอาแต่เนื้อล้วน โขลกจนเนื้อน่ายเข้ากับเครื่องแกงที่ตำไว้เดิมเป็นอันดี           ทีนี้ก็เอาน้ำสต๊อค หรือน้ำต้มซุบกระดูกไก่ กระดูกหมูได้ทั้งนั้น ยกเว้นแต่น้ำต้มเนื้อซึ่งมีกลิ่นไม่ค่อยจะเข้ากันกับแกงเลียง
           ถ้าขี้เกียจหาน้ำต้มกระ หรือไม่ได้ทำไว้ก่อน จะเอาซุบสำเร็จรูป พวกซุปไก่ใส่แทนก็ได้ หรือชั้นชั่วน้ำเปล่าโรงผงชูรสไปนิดก็ยังพออาศัย
           พอน้ำเดือดพล่าน ตักเครื่องที่ตำลงไป แล้วช้อนน้ำล้างครกเอาเทเติมไปอีก ตามธรรมเนียมของการครัวไทย
           พอเดือดดี ก็เอาเกลือป่นโรยลงไปแล้วชิมดู กะให้เค็มพอสัณฐานประมาณ เผื่อผักที่จะใส่ตามไปทีหลังแกงเลียงไม่ควรใส่น้ำปลา เพราะจะทำให้มีกลิ่นคาว น้ำตาลอีกอย่างควรระวังอย่าใส่ลงไป ให้หวานน้ำเนื้อปลาและหวานผัก หรือหวานผงชูรสก็ยังดี
           เอาผักสารพัดใส่ลงไป โดยใส่น้ำเต้าก่อน ตามด้วยบวบและยอดฟักทอง ส่วนใบตำลึงใส่ทีหลัง เพราะสุกง่ายมาก พอน้ำพล่านก็เอากุ้งที่เด็ดไว้ใส่ลงไปคนทีเดียว เทใบแมงลักตาม ยกลงจากเตาทันที ตักใส่ชามเสิร์ฟร้อน ๆ
           หรือจะเทใส่หม้อหยวนโล้อย่างของเจ๊กทำก็ได้ จะได้ซดน้ำแกงร้อน ๆ นาน ๆ หน่อยเหมาะสำหรับคนที่เพิ่งฟื้นจากไข้
           หรือใช้ถอนเมาก็ดีนัก เหงื่อแตกครู่เดียว จะค่อยยังชั่วทันใจ
           อีกขนานหนึ่ง 'กระจกฝ้า' เรียกแกงเลียง ๙๑
           แกงเลียง ๙๑นั้น เครื่องแกงเหมือนกันทุกอย่างเป็นแต่ว่า ผักเปลี่ยนเป็นเอาหัวปลีแทน หัวปลีหั่นสด ๆ แช่น้ำที่เอามะนาวบีบลงไปนิด กันยางหัวหลีออกสีดำ เวลาแกงก็แบบเดี่ยวกันนั่นแหละ           สูตรสำคัญของอาหาร "กระจกฝ้า"
           ทำไมถึงเรียกว่าแกงเลียง ๘๙ และแกงเลียง๙๑?
           ใครเคยฟังวิทยุยานเกราะภาคเอ็ฟ. เอ็ม. บ้าง! คงรู้ว่ามีทั้งภาคเอ็ฟ. เอ็ม. ๘๙ และ ๙๑ เพลงเพราะ ๆ ทั้งสองภาคเชียวแหละ 'กระจกฝ้า' ชอบฟังนักฟังพลางซดแกงเลียงพลาง เลยเรียกมันเสียใหม่ยังงั้นเอง คงไม่มีใครคัดค้านกระมัง กับข้าวของ "หลวงเมือง" แม้จะไม่มากอย่างนักก็ตาม แต่เป็นที่เลื่องลือทั่วไป ทั้งในวงการมอญและกะเหรี่ยง ว่าโอชารสจะหาไหนมาปาน พับเผื่อย…

 

อ่านต่อ
 
 





^ TOP

Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2004 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุดก็นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ก็
สงวนลิขสิทธิ์ก็ามมิให้ลอกเลียนก็ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต เว้นแต่เพื่อการศึกษาก็นคว้าก็างอิง