เช้า,
ก่อนลมเย็นปลายหนาวถูกแดดรอน
มลังเมลืองของยอดดอยสุเทพในม่านหมอกปรากฏเด่นชัดขึ้นเบื้องหน้า
ในระหว่างทางที่ข้าพเจ้า และ ‘ฮัว-อารยา’ เพื่อนรักแต่ครั้งเยาว์วัย
สาวใต้ผู้ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของร้านหนังสือเช่า ‘ปั๊กกะตืน’ ในซอยวัดอุโมงค์
และอาสาเป็นสารถีจำเป็นยามนี้-กำลังเดินทางไปยังจุดนัดหมาย
‘กิตติ
กาญจนสถิตย์’ หรือขาร็อครู้จักกันดีในนาม ‘กิตติ กีตาร์ปืน’ กำลังรอเราอยู่ที่
โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง เชียงใหม่
วันนี้,
๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ กิตติ กีตาร์ปืน มีคิวแสดงคอนเสิร์ตในงาน ‘เชียงใหม่
มาดิกราส์ ครั้งที่ ๓’ ร่วมกับ แหลม มอริสัน และมอริสันแบนด์ และข้าพเจ้า,
ขออนุญาตติดตามเขา ‘เสมือนเงาปืน’ ในแทบทุกที่หลังจากได้สัมภาษณ์กันมาหลายครั้ง
เนื่องจากอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลเพื่อเขียนหนังสือบันทึกตำนานร็อคเกอร์เมืองไทย
ตั้งแต่ยุค จี.ไอ. ถึงปัจจุบันสมัยในชื่อ
‘บุปผาในตีตกาลร็อค
กิตติ กีตาร์ปืน’
หลังพบ
พูดคุย พร้อมละเลียดอารมณ์ด้วยกาแฟหลายแก้วในโรงแรมหรูโอ่อ่า กิตติ
กีตาร์ปืน เอ่ยวาจาว่ายังพอมีเวลาเพราะกว่าจะขึ้นเวทีก็มืดค่ำดึกดื่น
จึงอยากไปคาวระพญาอินทรี ‘’รงค์ วงษ์สวรรค์’ ณ สวนทูนอิน
ไม่นานเวลาต่อมา
คณะของเราอันประกอบด้วย กิตติ กีตาร์ปืน ฮัว-อารยา และข้าพเจ้า จึงเดินทางไปดอยโป่งแยง
หลังโทรศัพท์แจ้งกำหนดการขอเยี่ยมโดยมารยาทเป็นการล่วงหน้า
“เฮ้ย
กิตติ สบายดี ไม่พบกันมาตั้ง ๓๐ ปี”
ทักทายคำแรกขณะนั่งทอดอารมณ์บนโต๊ะในห้องทำงาน
และสีใสของสายส่งออกซิเจนยังระโยงยางข้างตัวก่อนไปสิ้นสุดที่ปลายจมูก
มีเพียงสายออกซิเจนที่ทำให้
’รงค์ วงษ์สวรรค์ ดูเหมือนคนป่วย แต่หัวใจยังเข้มแข็ง ใบหน้าสมบูรณ์สุขกว่าคราครั้งก่อนที่ข้าพเจ้ามีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ
โดยมีศรีภริยานั่งเคียงข้างคอยดูแลตลอด เช่นเดียวกับ ‘ญาติน้ำหมึก’
ที่แม้อยู่ไกลแค่ไหนก็ส่งกำลังใจให้เสมอนับตั้งแต่รู้ว่าความป่วยไข้กำลังคุมคามและยื้อยุดชีวิตของพญาอินทรีแห่งฟ้าอักษร
วาระนี้ข้าพเจ้าและเพื่อนรัก
มีโอกาสดีได้ฟังเรื่องราวครั้งอดีตสมัยจากการพูดคุยกันหลายๆ เรื่องระหว่างคู่สนทนา
‘พญาอินทรี’ และ ‘กีตาร์ปืน’
ความทรงจำของ
’รงค์ วงษ์สวรรค์ จำหลักแม่นในทุกเรื่องราว และเป็นคนทันกาลสมัยเสมอในทุกเหตุการณ์และทุกปรากฏการณ์ของสังคม
สมดังที่ ‘แจ๊สสยาม’ นักกำกับหนังลือชื่อจาก ‘คนทรงเจ้า’ ที่เพิ่งขึ้นดอยมาเยี่ยมเยียนก่อนหน้าคณะเราเพียงไม่กี่วันเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า
“พี่ปุ๊คุยได้ทุกเรื่อง
ดีทั้งความรู้และเกาะติดทุกข่าวสาร แม้กระทั่งผมแสดงละครพี่ปุ๊ยังรู้เลยทั้งที่ตัวแกอยู่บนดอย
ไปเยี่ยมพี่ปุ๊ทุกครั้งก็ได้ข้อมูลความรู้หรือปรัชญาใหม่ๆ มาแทบทุกครั้ง”
(ทราบต่อมาด้วยความชื่นใจว่า
ต้นฉบับ “แสงเงา...หลังแผ่นฟิล์มแจ๊สสยาม” ที่ข้าพเจ้าเขียนและ ’รงค์
วงษ์สวรรค์ ร่ายคำนิยมให้แจ๊สสยามด้วยมิตรภาพอันเก่าแก่-ยาวนาน ยังคงวางอยู่บนโต๊ะทำงาน)
อัธยาศัยความเป็นกันเองและความห่วงใยน้องๆ
รุ่นลูกรุ่นหลานของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ นั้นดีเยี่ยมไม่เคยเปลี่ยน เท่าที่ได้รับรู้มายาวนานและได้สัมผัสโดยตรงเป็นหลายครั้ง
จำได้ว่าครั้งที่ข้าพเจ้าเดินทางไปกับ
‘แคน สังคีต’ นักเขียน/นักแปลชื่อดัง พร้อมกับพี่นักข่าวผู้จัดการ
และนักเขียน/คอลัมนิสต์อิสระอีกคนหนึ่ง ‘ชรินทร์ แช่มสาคร’ และค้างแรมรับลมหนาวบนเรือนรับรองอยู่บนดอยโป่งแยงด้วยกันเมื่อปีใหม่ค่อนปีมาแล้ว
พี่นักข่าว (ดัน) ไปเรียกคุณ ’รงค์ ว่า ‘ท่าน’
คำสบถหลุดจากปากทันที
พร้อมคำพูด “....เราเหมือนพี่น้องวงการเดียวกัน เรียกอาหรือเรียกพี่เรียกน้องกันก็พอ
คำว่าท่งว่าท่านไว้ใช้กับพวกนักการเมืองโน่น-...”
????
พบปะกันครานี้
กิตติ กีตาร์ปืน สนทนาความหลังค่อนข้างนานและลึกในประสบการณ์เดียวกันที่เคยพบพาน
คุยกันจนถึงสมัย ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ยังเป็นเพียงนักข่าวสะพายย่ามลุยทำสารคดีข่าวไปจนถึงสัตหีบ-ตาคลีด้วยมอตโต้
“เรามีเพียงปากกาและปืนกระบอกเดียว ขณะลุยไปในดงนักเลง” โดยสมัยนั้นมีหนุ่มน้อยละอ่อนนาม
‘สุรชัย จันทิมาธร’ เดินตามต้อยๆ ขณะยังไม่รู้คอร์ดกีตาร์ด้วยซ้ำ ก่อนจะโด่งดังภายหลังเป็น
‘หงา คาราวาน ณ สามช่า’ ส่วน กิตติ กีตาร์ปืน สมัยนั้นเล่นกีตาร์ขับกล่อม
จี.ไอ. อยู่ที่ร้านแม็กซ์เวลพลัม กม.๑๐ สัตหีบ เจ้าของกิจการคือ ทิม
ยัง พ่อของ ‘ทา ทา ยัง’ ณ วันนี้ที่กำลังโด่งดังบนเส้นทางแห่งการโก
อินเตอร์
“เขียนเรื่องตำนานร็อคเมืองไทยก็ดี
เป็นเรื่องน่าสนใจ เราเคยเขียนหนังสือเรื่อง “สัตหีบ : ยังไม่มีลาก่อน”
และ “ตาคลี : น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้” ลองไปหาอ่านดู เผื่อจะเอามาเป็นข้อมูลเขียนประกอบได้”
’รงค์ วงษ์สวรรค์ แนะนำด้วยเมตตาเมื่อทราบว่าข้าพเจ้ากำลังจะเขียนหนังสือบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับวงการเพลงเมืองไทยตั้งแต่สมัย
จี.ไอ. ในสงครามเวียดนาม พร้อมกับคำแนะนำอันมีประโยชน์อีกหลายหลาก
ใกล้เวลา
๑๔.๐๐ นาฬิกาซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนประจำของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ คณะของเราเตรียมตัวลา
แต่ก่อนจาก กิตติ กีตาร์ปืน ขอชักภาพร่วมกับพญาอินทรีไว้เป็นที่ระลึก
และ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ซึ่งจะเป็นประธานเปิดตัวงานแสดงภาพเขียนของน้าหว่อง-มงคล
อุทก และผองเพื่อน ที่ร้าน Take Off แถวกาดสวนแก้วเมืองเชียงใหม่ในค่ำคืนของวันถัดไป
ยังได้เชื้อเชิญคณะของเราให้ไปร่วมงานด้วย
“มาแล้วมานอนพักที่นี่ซิ
แต่โทร.มาก่อนสัก ๒-๓ วัน จะได้เตรียมตัว”
อีกครั้งที่
’รงค์ วงษ์สวรรค์ ให้โอกาสรุ่นลูกหลานที่เอ่ยวาจาว่าอาจรบกวนขอสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับวงการดนตรี
เพราะทราบกันดีว่า ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ใช้ชีวิตช่วงบุปผาชนเบ่งบานอยู่ในซานฟรานซิสโกยุค
’๖๐ กระทั่งมีผลงานเขียนหลากเล่ม ไม่ว่าจะเป็นใต้ถุนป่าคอนกรีท, หลงกลิ่นกัญชา
และ ฯลฯ
ระหว่างเดินทางกลับจากสวนทูนอิน
คำ “ขุนเขา-พญาอินทรี และกีตาร์ปืน” ดูเหมือนจะส่งเสียงอึงอลอยู่ในใจตลอด
ทุกคำมีความหมาย
ทุกความมีนัยสำคัญ...
๓๐
กว่าปีที่คนทั้งคู่ไม่ได้พานพบ แต่เมื่อเจอกันบรรยากาศช่างขลึมขลังนัก
และ,
แน่นอน นอกจากข้อมูลมากมายจาก ’รงค์ วงษ์สวรรค์ อันเกี่ยวแก่วงการดนตรีแล้วบรรยากาศเช่นนี้ย่อมต้องถูกบันทึกอยู่ในหนังสือ
“บุปผาในคีตกาลร็อค-กิตติ กีตาร์ปืน” ซึ่งเตรียมเปิดตัวในอีกไม่นานวัน
ขาร็อค
คอเฮฟวี่ พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
ชุมศักดิ์
นรารัตน์วงศ์ บันทึก
|