ชีิวิต | วัยหนุ่ม | เพื่อนและงาน | ย่ำโลก  


ผ่านชีวิตมามากพอ จึงมีวัตถุดิบสำหรับงานประพันธ์ มีใจรักหนังสือและรับ
รสวรรณคดีจากการอ่านให้พ่อและยายฟัง เริ่มเขียนหนังสือลงจุลสารของโรงเรียนเตรียม
อุดม พึงใจและรับผลสะเทือนจากสำนวน "สวิง" หรือสำนวนเพรียวลมของ วิตต์ สุทธ
เสถียร ครั้น 'รงค์ เขียนหนังสือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรียกสำนวนของเขาว่าสำนวน
"เพรียวลม" เมื่อออกจากโรงเรียนเขาเคยเป็นนายท้ายเรือโยงจากบางบัวทอง นนทบุรีไป
สุพรรณบุรี เคยขึ้นไปอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคนคุมปางไม้ เมื่อกลับกรุงเทพฯ
ได้แสดงภาพยนตร์ ในบทพระรอง จากเรื่องชั่วฟ้าดินสลาย บทประพันธ์ของเรียมเอง
และเป็นนายแบบของนิตยสารจึงรู้จัก ม.ล.ต้อย ชุมสาย ศิลปินทางการถ่ายภาพนู้ดของไทย
'รงค์ ได้เรียนการถ่ายภาพจาก ม.ล.ต้อย และเป็นผู้พาไปรู้จักคนในวงหนังสือพิมพ์ กระทั่ง
ได้เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐ พ.ศ.๒๔๙๗ ต่อมาเริ่มถ่ายภาพที่ชวนสนใจทั้งภาพ
และการเขียนคำบรรยาย จากนั้นเริ่มเขียนคอลัมน์ "รำพึง-รำพัน" ด้วยนามปากกา "ลำพู"
ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ทำให้ชื่อเสียงเริ่มรู้จักทั่วไป และมีผลงานรวมเล่มเรื่อง หนาวผู้หญิง ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓


งานเขียนของ รงค์ วงษ์สวรรค์ มีหลายประเภท อาทิ นวนิยาย เรื่องสั้น ปกิณกะ บทความ และ ฯลฯ ผลงานที่จัดพิมพ์รวมเล่มมีประมาณหนึ่งร้อยเล่ม เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ประกาศเกียรติคุณว่า รงค์ เป็นหนึ่งในจำนวนนักเขียน เรื่องสั้นดีเด่นของไทยในวาระครบรอบร้อยปีเรื่องสั้นไทย พร้อมผกับพิมพ์เรื่อง "แจ้ง ใบตอง ผู้ยิ่งยงแห่งสวนกล้วย" อันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเสเพลบอยชาวไร่ อีกสิบปีต่อมา
คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกาศเชิดชูเกียรติให้ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๘

ผลงานรวมเล่มที่มีชื่อเสียงนอกจากเสเพลบอยชาวไร่แล้ว ยังมีอีกหลายเล่ม อาทิ สารคดีไฉไลคลาสสิค เถ้าอารมณ์ สนิมสร้อย สนิมกรุงเทพฯ ปีนตลิ่งคืนรัก และ ผู้ดีน้ำครำ เป็นต้น ล้วนได้รับความชื่นชมเป็นที่กล่าวขวัญ