|
สนิมสร้อย คืออะไร?
สนิมสร้อย วรรณกรรมที่โด่งอังอื้อฉาวที่สุดเรื่องหนึ่งของโดย
รงค์ วงษ์สวรรค์ เมื่อราวกว่า 40 ปีที่แล้ว และทางได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์
ทราบว่าขณะนี้ถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังตัดต่ออยู่
หนังสือ
สนิมสร้อย เป็นวรรณกรรมที่ รงค์ วงษ์สวรรค์ เขียนขึ้นขณะเพิ่งผ่านวัยเบญจเพศเพียงปีเศษ
ๆ ไม่เกินสองปี ลงพิมพ์เป็นครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
(พ.ศ.๒๕๐๔) ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และได้รับการต้อนรับ
ติดตามอ่านกันอย่างไหลหลงทั่วประเทศ พิมพ์รวมเป็นเล่มใหญ่หนาถึง ๗๒๐
หน้าครั้งแรกโดย สำนักพิมพ์ผดุงศึกษา หลังจากนั้น มีการพิมพ์อีกเป็นระยะ
ๆ สำหรับผู้อ่านใหม่เปลี่ยนหน้าไปตามยุคสมัยรวม ๗ ครั้ง และขณะนี้
แพรวสำนักพิมพ์ กำลังจะพิมพ์เป็นครั้งที่ ๘
ทำไม สนิมสร้อย จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น
มหากาพย์แห่งกะหรี่?
ข้อความ มหากาพย์แห่งกะหรี่ มีพิมพ์อยู่ที่ปกหลังของหนังสือเล่มพิมพ์ครั้งที่
6 ส่วนฉบับก่อนหน้านี้จะมีหรือไม่-ไม่รู้ เพราะยังไม่ได้เห็นด้วยตา
ใครมีไว้ในกรรมสิทธิ์ กรุณาบอกด้วยแล้วกัน อย่างไรก็ดี แพรวสำนักพิมพ์
เริ่มพิมพ์วรรณกรรมเรื่องนี้ตั้งแต่ครั้งที่ 6 และกำลังพิมพ์เป็นครั้ง
8
ในคำแนะนำหนังสือ
วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนนักหนังสือพิมพ์ ท่านได้เขียนแนะนำไว้ว่า
.หนังสือเล่มนี้ ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์นักเขียนว่าเป็นอย่างนั้น
เพราะไม่มีหนังสือเล่มไหนจะบรรยายพรรณนาถึงชีวิต จิตใจ ความเป็นอยู่
และพฤติกรรม ของผู้หญิงในอาชีพนี้ได้อย่างลุ่มลึก เป็นกลาง ไม่ดูถูกดูแคลน
แต่ทุกคนเป็นมนุษย์มนาเหมือนปุถุชนคนธรรมดา
ท่านได้ระบุไว้ด้วยว่า
จนแล้วจนรอด งานที่กล่าวกันว่า ผู้เขียนถะนุถนอมหวังเห็นเป็นภาพบนจอภาพยนตร์
ก็ยังคงเป็นแต่ตัวอักษรประทับตาบนหน้ากระดาษ และประทับใจอยู่ในจินตนาการของผู้อ่าน
และมั่นใจว่ายากนักที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นภาพบนแผ่นฟิล์มได้ใกล้จินตนาการในการอ่าน
เนื่องด้วยหลายบทตอน เป็นการพรรณนาความรู้สึกละเอียดพิไร เช่น ความรู้สึกของ
ก้าน แมงดาหนุ่มที่มีต่อสาวรุ่นพี่ชื่อสมร ผู้เป็นหัวหน้าซ่อง
ไขมันหน้าท้องไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของพี่สมรจืดจางลงไป ในความดื่มด่ำของข้าพเจ้า
พี่สมีมีอย่างอื่นอีกหลายอย่างน่ารักน่าทะนุถนอม ฟันเรียบขาวสะอาดผิวขาวอมชมพู
นัยน์ตาอ่อนโยนที่เมื่อมองประสานกันครั้งใด ข้าพเจ้าจะรู้สึกตัวเหมือนกับหมามีเจ้าของขึ้นมาทันที
จตุพล บุญพลัด บรรณาธิการ แพราวสำนักพิมพ์
พูดว่า วรรณกรรมอมตะของ รงค์ วงษ์สวรรค์ เรื่องนี้ ท่านไม่ได้เขียนด้วยภาษาโป๊
หยาบคาย หากแต่เขียนขึ้นด้วยลีลาของ นักเลงภาษา จริง ๆ
.
ปราย พันแสง นักเขียนสตรีรุ่นใหม่ที่ผลงานของเธอ
มีแฟนนักอ่านวัยรุ่นทั้งหญิง-ชาย ต่างติดตามผลงานของเธออย่างไหลหลงในขณะนี้
เธอได้กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ว่า
กะหรี่ของ รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นมนุษย์มนาที่มีสุข
มีเศร้า มีชีวิตจิตใจ มีคุณธรรม มีความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
กะหรี่ของ รงค์ วงษ์สวรรค์ จึงไม่เคยเป็นกะหรี่ในความหมายที่เราดูถูกเหยียดหยาม
จะเรียกว่าเป็นกะหรี่ที่ไม่ใช่กะหรี่ก็ได้
ขนิษฐา สังขทัต ปริญญาโทนิเทศน์ฯ
จาก ม.ธุรกิจบัณฑิต ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้กับ จรูญ วรรธนะสิน
กล่าวว่า
เห็นข้อความ มหากาพย์แห่งกะหรี่ ที่ปกหลังและปกพับของหนังสือ
ทำให้ยิ่งอยากอ่าน เพราะอยากรู้ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง พออ่านไปเรื่อย
ๆ ก็บอกได้เลยว่า เป็นมหากาพย์แห่งกะหรี่จริง ๆ สนุกมาก ลุงปุ๊ - รงค์
วงษ์สวรรค์ พรรณนาบรรยายความคิดความรู้สึกของ ก้าน ม.ด. ราวกับเป็นตัวของท่านเอง
แม้ตอนไปกราบเยี่ยมท่านที่สวนอินทูน ท่านยังบอกด้วยว่า ไม่รังเกียจเลย
ที่ท่านจะเป็น ก้าน ม.ด.
เมื่อคุยกับ
จรูญ วรรธนะสิน มีเสียงหัวเราะลึก ๆ ขึ้นมาก่อนพูดว่า
ผมเป็นแฟนนักอ่านคนหนึ่งของ รงค์ วงษ์สวรรค์ มาตั้งแต่แตกหนุ่ม
หนังสือเล่มนี้ไม่โป๊ครับ ถ้าโป๊ อาจารย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านคงไม่ยอมให้พิมพ์ในหนังสือ
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ซึ่งเป็นหนังสือระดับปัญญาชนเขาอ่านกันในตอนนั้น
แต่อย่างว่านะครับ จำความได้ว่า จินตนาการจากงานเขียนฝีมือชั้นเซียนแบบนั้น
ตอนอ่านในวัยที่กำลังแตกหนุ่ม เลือดในกายมันเดือดปุด ๆ ตามจินตนาการ
แต่มาอ่านอีกทีตอนอายุผ่าน 3 รอบไปแล้ว กลับเห็นชีวิตมากมายในหนังสือเล่มนี้
พอมาอ่านอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจทำเป็นหนัง กลับเห็นถึงปรัชญาชีวิตและคำสอนในทางพระพุทธศาสนาในหนังสือด้วย
ทั้ง ๆ ที่เป็นหนังสือเล่มเดียวกัน
.
สนิมสร้อย สร้างเป็นหนังโป๊ได้ไหม?
ผู้กำกับฯ จรูญ วรรธนะสิน ให้คำตอบทันทีว่า
แน่นอนครับ ก็เป็นเรื่องราวใน บ้านพี่สมร ซึ่งผมไม่อยากเรียกว่า
ซ่อง แม้พี่ปุ๊ (รงค์ วงษ์สวรรค์) ยังเรียกว่า บ้านพี่สมร ดูจะรื่นปากรื่นหูมากกว่า
แต่พูดก็พูดเถอะ จะใช้คำสูงคำสวยแค่ไหน เมื่อมันเป็นเรื่องของผู้หญิงที่มาทำงานให้บริการ
และผู้ชายที่เข้ามารับบริการ มันก็ต้องมีเรื่องอย่างว่า เพียงแต่เราทำให้มันสวยงาม
เป็นศิลปะไม่น่าเกลียดสกปรก ในโลกของความเป็นจริงแบบเปล่าดัดจริตหรือพูดเฉพูดไฉเอาสีข้างถู
ก็เรื่องอย่างนี้แหละ มนุษย์ถึงไม่สูญหายไปจากโลกนี้ ผมจำความได้ว่า
ตอนที่ไปร่วมอภิปรายที่จังหวัดสงขลาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา
อันเป็นงานประสานปณิธานของ พระเดชพระคุณท่านอาจารย์หลวงพ่อพุทธทาส
แห่งสวยโมกข์ ไชยยา ท่านดาโต๊ะอาซิส พิทักษ์คุมพล ประธานกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลา
ตอนหนึ่งท่านได้กล่าวถึงคำพูดของปราชญ์เมธีของพี่น้องมุสลิมท่านหนึ่งคือ
ท่านโต๊ะอิหม่ามฆอซาลี ท่านบรรยายตอนหนึ่งว่า
พลังทางเพศ เป็นภวังค์หนึ่งใน
3-4 อย่างที่เป็นส่วนหนึ่งในจิตวิญญาณของมนุษย์ ซึ่งซิกมันฟรอยด์กล่าวไว้ว่า
สัญชาตญาณทางเพศเป็นธรรมชาติประการแรกที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดวิวัฒนาการของมนุษย์
ซึ่งเป็นสัจจะ เป็นความจริงอย่างหนึ่ง ถ้าไปยุติพลังตัวนี้ มนุษย์จะสูญพันธุ์ไปจากโลก...
ผมว่ามันยิ่งกว่าความจริงเสียอีก
เพราะเหตุนี้กระมั้ง? ตอนหาบ้านที่จะนำมาถ่ายสมมุติเป็นซ่อง
บ้านของพี่น้องชาวพุทธทุกรายต่างปฏิเสธ แต่ผมกลับได้รับอนุญาตจากพี่เจ้าของบ้านซึ่งเป็นมุสลิมแถวลำหิน
ใช้บ้านของคุณพี่ถ่ายเป็นซ่องคุณยายในฉากแรกของหนังเรื่องนี้ นอกจากนั้น
ในระหว่างการถ่าย ผมมีโอกาสได้คุยสนทนากับคุณพี่และบุตรสาวซึ่งเป็นอาจารย์สอนระดับปริญญาโท
ผมพบความสงบอย่างไม่ยึดติดของครอบครัวนี้ พบกับความเข้าอกเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของมนุษย์กับพระเจ้า
และระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองอย่างเหลือเชื่อ เป็นการเรียนรู้อีกครั้งหนึ่งที่ล้ำค่าสวยงามเรียบง่ายแบบประทับใจไม่มีวันลืมไปจากความทรงจำของผมอีกบทหนึ่ง
โดยไม่ปากว่าตาขยิบกับเรื่องที่เป็นส่วนหนึ่งแห่งความเป็นมนุษย์ของคนเราโดยต้องขออภัยหากไม่ตรงกับความคิดของท่านผู้ใดเข้าครับ
|