|
คำนำของผู้เขียน
ก่อนจะถึงหน้านี้ ท่านผู้อ่านคงจะได้ผ่านคำนำจากฝ่ายวิชาการของสำนักพิมพ์
"ผดุงศึกษา" มาแล้วเช่นเดียวกับข้าพเจ้า นั่นเป็นคำกล่าวถึงแต่ในส่วนดีจนข้าพเจ้าคิดว่าน่าจะมีความจำเป็นต้องเขียนอะไรเพิ่มเติมอีกบ้างเกี่ยวกับการทำให้หนังสือเล่มนี้มีขึ้นมา
นอกจากการเขียนหนังสือเป็นงานอาชีพ ข้าพเจ้าได้พยายามค้นหาสาเหตุหนึ่งว่าทำไมจึงเขียนหนังสือ?
และยังไม่พบคำตอบที่ถึงใจ
หลังจาก "สนิมสร้อย" บทแรกๆ ได้ลงพิมพ์ใน
"สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์" ข้าพเจ้าไม่ได้คาดคิดเลยว่ามันจะได้กลายเป็นหนังสือขนาดหนาถึงกว่าเจ็ดร้อยหน้าขึ้นมาได้
โดยไม่กล่าวว่าเป็นความเรียกร้องต้องการของผู้อ่าน เพราะนั่นไม่ใช่วิสัยของข้าพเจ้า
หรือจะโดยเหตุผลอย่างไรก็ตาม เมื่อได้ตกลงกับสำนักพิมพ์แล้ว ข้าพเจ้าตกอยู่ในความลังเลและไม่แน่นอนใจตลอดมา
แม้ขณะที่ท่านกำลังจับอ่านตอนนี้ ข้าพเจ้ากำลังทำอะไรและได้ทำอะไรไปแล้ว?
ท่านผู้อ่านคงทราบบ้างกระมังว่า ข้าพเจ้าเขียนเรื่องต่างๆ
จากความจริงหรือจากชีวิตที่ข้าพเจ้ารู้จัก ในเมื่อ "สนิมสร้อย"
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสำนักโสเภณีแห่งหนึ่ง ก็แน่ละข้าพเจ้าจะต้องเขียนถึงหล่อน
ชีวิตของหล่อน ผู้ชายที่เกี่ยวข้องกับหล่อน เจ้าสำนัก ตลอดจนลิปสติกหรือกระโปรงชั้นในของหล่อนด้วย
ความลังเลและไม่แน่นอนใจจึงได้เกิดขึ้น ข้าพเจ้าควรจะเขียนถึงอะไรหรือไม่ควรเขียนถึงอะไรบ้าง
ดังเป็นที่รู้กันอยู่ว่าความจริงบางอย่างเป็นสิ่งที่เขียนไม่ได้หรือเขียนได้ยาก
ข้าพเจ้าได้ตระหนักเป็นอันดีว่าข้าพเจ้าไม่อาจสามารถจะเขียนที่ต้องการเขียนได้ทุกอย่างไป
ข้าพเจ้ามองหาลู่ทางออกดีที่สุดเท่าที่ทำได้ จะเขียนถึง
"สนิมสร้อย" อย่างไร? แล้วหลังจากได้พบกับชายแมงดามากกว่าสองคน
ก็จึงได้ความคิดว่าเขาควรจะเป็นผู้เล่าได้ดีกว่าข้าพเจ้า และนี่เอง
"ก้าน" จึงเกิดขึ้นเป็น ข้าพเจ้า แทนตัวข้าพเจ้าในหนังสือเล่มนี้
พร้อมกันนั้นก็นำความยุ่งยากมาสู่ข้าพเจ้าอีก เพราะการจะแปรสภาพจิตใจให้เป็นชายแมงดาคนหนึ่งนั้นไม่เคยมีอยู่ในความคิดของข้าพเจ้ามาก่อนเลย
ต่อมาอีก เหตุการณ์ชักนำให้ข้าพเจ้าต้องไปพบกับเจ้าสำนักหรือที่เรียกกันว่า
"แม่เล้า" อีกกว่าครึ่งโหล ทำความรู้จักมักคุ้นกับความเป็นหล่อนเพื่อจะให้มี
"พี่สมร" ขึ้นมาอีกคนหนึ่งและเป็นตัวละครสำคัญของ "สนิมสร้อย"
เมื่อ "กลางคืนยอดรัก" บทแรกของหนังสือเล่มนี้ถูกนำลงพิมพ์
มีผู้อ่านถามมาทางจดหมายและโทรศัพท์ว่าจะไปพบ "พี่สมร" ได้ที่ไหน
ข้างบนนี้ก็คือคำตอบว่า ท่านผู้อ่านจะพบกับหล่อนได้ก็แต่ใน "สนิมสร้อย"
ที่ข้าพเจ้าเขียนขึ้นแห่งเดียวเท่านั้น รวมตลอดจน วงเดือน บังอร พิศวง
สมทรง กลีบผกา นรีและใครต่อใครอีกยกเว้นสิรีคนเดียวเท่านั้น หล่อนตายไปทั้งจากในหนังสือของข้าพเจ้าและในชีวิตจริงของหล่อน
ข้าพเจ้าคิดว่ารู้จักคนเหล่านั้นดี ความลังเลและไม่แน่นอนใจต่อมาก็คือ
ข้าพเจ้าจะเริ่มต้นถึงเขาอย่างไรและแนะนำให้ท่านผู้อ่านรู้จักกับเขาด้วยวิธีเช่นไร
นี่ก็จึงเป็นอีกสองอย่างทำให้ข้าพเจ้าอ่อนโรยเกือบจะล้มความตั้งใจให้
"สนิมสร้อย" เป็นเล่มขึ้นมาเสียหลายครั้งหลายหน ข้าพเจ้าเซ็นเซ่อร์ตัวหนังสือของข้าพเจ้าเองทุกครั้งก่อนจะได้รับการพิมพ์
แล้วมันก็ยังไม่พอที่จะทำให้ข้าพเจ้าทำงานต่อไปได้ ข้าพเจ้าส่งต้นฉบับให้พี่และเพื่อนในสนามอาชีพเดียวกันต่อไป
และต่อไปอีกแก่นายแพทย์ คนขายดอกไม้ ช่างตัดกางเกง นักเรียนมัธยม คนขับแท็กซี่
และอีกหลายคนในหลายอาชีพ รวมทั้งโสเภณีเองซึ่งเป็นเจ้าของบทบาททั้งหมดในหนังสือเล่มนี้
ข้าพเจ้าต้องการคำตอยและความรู้สึกของเขา
แล้วต่อมาอีก นักเรียนมหาวิทยาลัยสี่ห้าคนแนะนำให้ข้าพเจ้าเขียนคำนำนี้ขึ้น
เหตุผลของหล่อน "คุณจะได้ไม่ต้องรับความเข้าใจผิดไงล่ะคะ"
ข้าพเจ้าจึงได้เขียนขึ้นและบอกตัวเองมาจนถึงบันทัดนี้ว่า ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่หวังดีต่อข้าพเจ้านั้นเลย
ข้าพเจ้าคุ้นเคยกับการถูกเข้าใจผิดจนไม่สะทกสะท้านต่อมันเสียแล้ว ข้าพเจ้าไม่ชอบจะขออภัยให้กับตัวเอง
รวมทั้งก็จะไม่ขออภัยให้แก่โสเภณีทุกคน ในการที่หล่อนมีและเป็นเฉกเช่นหล่อน
ขอบใจต่างหาก ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านผู้อ่านจนสุดถ้อยคำที่ต้อนรับข้าพเจ้าอบอุ่นเสมอมาและจนขณะนี้ที่ท่านหยิบ
"สนิมสร้อย" อ่านด้วยความรู้สึก... (นี่แหละที่ข้าพเจ้าอยากรู้นัก)
ของท่านอีกสองคนควรจะได้เอ่ยไว้ในที่นี้อย่างยิ่ง คุณวสิษฐ เดชกุญชร
ผู้ซึ่งนอกจากความเป็นเพื่อนยังได้ให้ความเป็นห่วงบ่วงใยในงานชิ้นนี้ของข้าพเจ้าเสมอมา
แล้วก็อีกคนหนึ่ง คุณหมอโอฬาร ชิตวารี ในฐานะที่ได้ให้ความรู้เรื่องซิฟิลิสโดยชัดแจ้ง
ท่านผู้อ่านคงได้พบเมื่อไปถึงบทท้ายๆ ของหนังสือเล่มนี้ มันไม่เป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้าเวลาเขียนเท่านั้น
จะยังประโยชน์แก่ผู้อื่นอีกมากมายนัก โดยเฉพาะคนในวัยเที่ยวเตร่ (ซึ่งรวมทั้งข้าพเจ้าเองด้วย)
หากเขาเกิดความสะพึงกลัวขึ้น
ความรู้เรื่องนี้มาจากนายแพทย์ ข้าพเจ้าได้พยายามจะทอดถ่ายให้สมบูรณ์ที่สุด
อาการไข้ได้ป่าวยของวงเดือนนั้น ย่อมจะพึงเกิดขึ้นกับใครก็ได้หากตกอยู่ในสภาพของหล่อน
เว้นเสียแต่ในกรณีระยะเวลาที่โรคร้ายฟักตัวเท่านั้น ข้าพเจ้าได้ย่นย่อให้สั้นเข้าเล็กน้อย
ด้วยเหตุผลเพื่อเราจะได้ไปถึงจุดอันตรายน่ากลัวของมันรวดเร็วขึ้น และตัวข้าพเจ้าเองก็อยากจะรีบๆ
ผ่านให้พ้น เพราะข้าพเจ้าเองก็มิได้สบายใจเลยที่เห็นภาพเหล่านั้นในห้องของวงเดือน
หรือในร่างกายเน่าเหม็นของหล่อน แม้มันจะปรากฎขึ้นจากปลายไส้ดินสอของข้าพเจ้าเอง
มันเป็นเรื่องแสนเศร้าและน่าขยิดเขยียนมากกว่า ถ้าท่านผู้อ่านจะมีความรู้สึกเช่นนี้ก็เป็นการสมควรอย่างยิ่ง
เพราะมันก็เป็นความรู้สึกของข้าพเจ้าเองเหมือนกัน มันเป็นความจริงที่น่ากลัวและยากจะรับรู้ไว้ด้วยอารมณ์วางเฉย
ในฐานะเป็นผู้ทำให้ "สนิมสร้อย" มีขึ้นมาในวงการหนังสือ
ก็อยากมองเห็นประโยชน์ของมันบ้าง แต่ถ้าท่านผู้อ่านเห็นว่าเป็นการทำชั่วหยาบและบาป
ข้าพเจ้าก็ได้พร้อมจะรับความเสียใจอยู่แล้วตลอดเวลากว่าแปดเดือนที่เขียนขึ้นมา
เอาละ! ขอให้ช่วยกันอ่านจนจบด้วย
สำนักงานหนังสือพิมพ์ "สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์"
๗ มีนาคม ๒๕๐๔
เวลากลางคืน |