| คืนรัก |
| พอเห็นหน้าโกสุม พลันก็ให้ขยั้นอะไร
บางอย่างในความรู้สึกอยากจะหลบลี้ให้ไกลแสน เขาจึงกระเถิบตัวเบี่ยงเข้าในกลุ่มคนเดินผ่านไป
มา ครั้นแล้วหันมองอย่างซ่อนเร้นอีกที พอมอง เห็นหน้าผู้หญิงคู่เคียงของโกสุม
เขากลับเปลี่ยน ใจ เขาหยั่งได้ถึงความต้องการที่มีอยู่และมัน กำลังโลดเต้นอยู่ด้วยแรงของความใคร่จะได้
ความคิดของเขาไม่เคยมดเท็จต่ออารมณ์ เขา เต็มเปี่ยมด้วยความหมายมั่นขณะเดินแทรกกลุ่ม
คนฉาดหน้าไปที่นั่น พร้อมกับยิ้มด้วยในตาพิศวง
โกสุมเหลียวมาเห็นเขาเหมือนกัน อย่าง เสียไม่ได้จึงยื่นมือออกทักทาย
"จำรูน นึกว่าใครเสียอีก"
"ไม่พบกันเสียนาน สบายดีหรือโกสุม?"
ถ้อยทีถ้อยขัดเขินกันอยู่บ้างทั้งสองคน ขณะเขย่ามือกันแน่นแฟ้น
และต่างพยายามแสร้งทำว่ายินดีต่อกัน จนล้นออกมาเต็มหน้า อากาศเดือนนี้ร้อนอ้าวแม้เวลาจะล่วงเข้าเย็น
จวนค่ำ ทั้งสองรู้สึกถึงฝ่ามือที่ชุ่มด้วยเหงื่อระหว่างกัน จำรูนชำ
เลืองมองผู้หญิงคนนั้นเต็มตา เขาให้อภัยตัวเองเสมอหากจะมอง ผู้หญิงด้วยในตาล่วงเกิน
หล่อนสวมเสื้อชนิดไม่มีแขน ลวดลายดอก ไม้ละเอียดอ่อนขับให้ผิวผุดผาดน่าลูบชมโค้งตะเข็บที่ลอดออก
มา ตามซอกรักแร้มีเหงื่อซึมชุ่มอยู่บริเวณนั้น เขามองจาบจ้วงต่อ ไปว่า
หล่อนไม่นิยมใช้ครีมทาขนร่วง หรือคมมีดโกนนั่นยิ่งทวีให้เขา ป่วนใจในหล่อน
แล้วโกสุมแนะนำภริยาให้รู้จักเพื่อนเก่าวิเวียน
ช่างฟังรื่นหูดีเหลือเกิน
จำรูนบอกตัวเอง ยื่นมือให้หล่อน สัมผัสและกุมไว้นานเกินกว่ามารยาทการทักทายเล็กน้อย
ร่างขาว โปร่งที่มีรูปรอยของหล่อน ริมฝีปากแดงระเรื่อ อกเต็ม ผมสีน้ำตาล
เข้มอมดำดัดสั้นอวดต้นคอระหง ในตาของหล่อนเท่านั้นเหมือนมี แววของความหวั่นระแวงต่อชีวิต
บางครั้งมองดูสวยซื่อ บางครั้งก็ ชวนให้คิดไปได้สารพัน สิวเล็กน้อยประอยู่ตามร่องจมูกและเนื้อ
แก้มบริเวณนั้น เป็นอีกสิ่งเพิ่มเสน่ห์แก่หล่อนในความคิดของเขา
เขายิ้มแก่หล่อนอย่างไว้ตัวเล็กน้อย
เพื่องำความคิดถึงหล่อน ในทางใคร่จะได้
โกสุมพะวักพะวนว่าควรทำอย่างไรจะสาสมความเกลียดชัง
ที่ต่างรู้จักมักคุ้นมาในกาลก่อน แล้วเขาจึงชักชวนให้แวะคุยกันสัก
หน่อยในกาแฟสถานแถวนั้น จำรูนรับคำเต็มใจไม่ต้องรอให้คะยั้น คะยอ เขาโปรดปรานจะดื่มที่คนอื่นซื้อให้อยู่เนืองนิจ
มันเป็นทั้ง กำไรความกระหายและกำไรของการมีชีวิตตามทรรศนะมักจะได้ของ
เขา
เมื่อได้เบียร์ เขายิ้มชื่นชมให้กับฟองล้นขอบเหยือกของมัน
พลางชูเหยือกขึ้นและเอียงหน้าก้มศีรษะแก่หล่อน
"...ผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งในเย็นนี้"
เขาดื่มอึกแรกและไม่ ครั่นจะกำนัลหล่อนด้วยถ้อยคำเยินยอ
วิเวียนแสร้งจะไม่ได้ยิน
"ในนี้อากาศเย็นกำลังสบายนะคะ" หล่อนตอบถ้อย
"บาง ครั้งดิฉันชอบนั่งนาน ๆ เหมือนกัน"
"จริงซี! ถ้าเรามีเวลาพอ โชคดีจริงที่วันนี้เราพบกัน"
โกสุมว่า
จำรูนเหลือบตามองชาเย็น เขารู้ว่านั่นหาใช่น้ำใสใจจริง
"ยังเป็นอาร์ติ๊สท์อยู่หรือเปล่า?" เขาถามเพื่อนเก่า เหลือบ
มองต่อไปที่แฟ้มวางอยู่บนเก้าอี้อีกตัวข้าง ๆ
"ยังงั้นแหละ" โกสุมตอบ
"รูปสีน้ำมัน?"
"ถ้าพอมีเวลาเจียดได้บ้าง กันถือเป็นการพักผ่อนเท่านั้น
เดี๋ยว นี้กันเป็นครูโรงเรียน"
โกสุมบอกตามจริง เขามิพักจะพะวงว่าจำรูน จะเย้ยหยันเพียงไหนต่อการที่เขาพลาดจะเป็นศิลปินมีชื่อเสียง
มีงาน แสดงที่ได้รับความนิยมอยู่ในหอศิลป์ เขากลับดำรงชีวิตอยู่ด้วยเงิน
รายได้ไม่มากนัก แลกเปลี่ยนกับการยืนอยู่หน้ากระดานดำบอกให้ นักเรียนเขียนรูปหม้อหรือรูปดอกไม้
ดูเป็นงานต่ำต้อยเหลือเกิน สำหรับคนที่ได้รับการฝึกฝนอยู่ในวงแวดล้อมของศิลปะ
และเคยมี ความทะเยอทะยานมาเหลือล้น
"ไม่เลวเลยนี่ ใช่ว่าใครจะเป็นครูกันได้ทุกคน"
จำรูนพูดขึ้น ดูเหมือนไม่ใส่ใจกับความเป็นมาหรือเป็นอยู่ของเพื่อนเก่านัก
แล้ว เขาจึงถาม
"แกก็ดูจะมีนิสัยทางครูอยู่ไม่น้อยเหมือนกันไม่ใช่หรือ?"
"งานง่าย ๆ พรรค์นั้น"
โกสุมตอบด้วยซุ่มเสียงเอือมระอา
จำรูนพยักหน้า เขายั้งไว้เพียงนั้นเพื่อหาลู่ทางสนทนาอื่นอีก
เขาไม่ยินดียินร้ายอะไรกับชีวิตนัก เขาเป็นคนในแบบของเขาซึ่งชอบ จะคลำหาความเกษมให้อารมณ์มากกว่าจะแสดงความคิดยุ่งยากอื่น
ใดให้เปลืองเปล่า
"แกล่ะ? จำรูน"
เพื่อนเก่าเชื่อมการพูดคุยด้วยคำถามขึ้นบ้าง
"กันเป็นเอเย่นต์ขายเหล้าต่างประเทศ
แกคงไม่นึกเหมือนกัน ละซีว่ากันจะเหมาะกับงานพรรค์นี้ กันทำอยู่ในสาขาของจรวยและ
บุตร ไม่ได้ไม่ดีอะไรนักหรอก แต่ไม่ถึงกับขัดสน"
"ดูแกไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยนะ
ยังไงก็ยังงั้น"
"ทำไมล่ะ?"
จำรูนยักไหล่
"แต่งงานแล้วหรือยัง?"
"ลูกสองคนเข้าแล้วน่ะซี"
จำรูนตอบเหมือนเขาพูดถึงเหล้า สองแก้วหรืออะไรที่เป็นของคู่กัน "นั่นทำให้กันรู้สึกว่ามีความผูกพัน
อยู่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน" เขาหันไปทางคนเดินโต๊ะที่กำลังฉาด
ผ่านมา กระดิกนิ้วเรียกแล้วบอก "เอาเบียร์มากินกันอีก"
เขาชำเลืองวิเวียน ทำเป็นว่าไม่ใส่ใจหล่อนนัก
เด็กรุ่นหนุ่มลูกครึ่งจีนเดินแวะวนไปตามโต๊ะโน้นโต๊ะนี้
แล้ว มักจะถามเซ้าซี้ว่า ใครต้องการซื้อถั่วของเขาบ้าง โกสุมละเหยือก
เบียร์ ตวัดมองด้วยสายตารำคาญบนกระบะคล้องคอที่แบ่งไว้เป็น ช่อง ๆ
สำหรับถั่วปากอ้า ถั่วเขียว ถั่วคุด และถั่วเม็ดมะเขือ แล้วโบก มือไล่ไปให้พ้น
"กันรำคาญคนพวกนี้ที่สุด
เขาทำได้ทุกอย่าง ขายถั่ว ขาย ข้าวแกง ขับรถแท็กซี่ ขายหนังสือพิมพ์
เขาพยายามแทรกแซงทุก อย่าง เป็นนักกฎหมาย เล่นการเมือง เป็นอะไรสารพัด
จนแม้ใน วงการค้าเขาก็กำเอาไว้ในมือของพวกเขาทั้งหมด" โกสุมพูดอย่าง
ดุดัน "อายุเท่านี้พวกเขาค้าขายกันเป็นแล้ว ส่วนอีกพวกหนึ่งก็กำลัง
เข้าไปแย่งที่นั่งของเด็กไทยที่ยากจนตามมหาวิทยาลัย"
"แกยังมีความคิดเรื่องชาตินิยมรุนแรงอยู่เหมือนเคย"
จำรูน กล่าวอย่างสุขุม เขานึกว่าได้กลั่นกรองคำพูดดีแล้วเพื่อไม่ให้ขัดขืน
ต่อความรู้สึกของเพื่อน เขาไม่สนใจเด็กหนุ่มลูกครึ่งจีนเหล่านั้น มากไปกว่าบางครั้งทำให้เขาเกิดความรำคาญเท่านั้น
"บางพวกก็ก่อกวนผู้หญิงให้เดือดร้อน"
โกสุมรู้สึกคลั่งคำ พูดของเขาเอง หันมองวิเวียนเชิงหารือ แล้วพูดถึงย่านที่อยู่ของเขา
ในกลุ่มคนจีนแห่งหนึ่งทางฝั่งธนบุรี เขาเม้มริมฝีปากแน่น แล้วระ เบ็งคำพูดออกมาอีก
"คนพวกนี้ชอบจับกลุ่มกันเดินไปตามถนน เอะอะระรานจนชาวบ้านหัวซุน
พอสักสามทุ่มเท่านั้นผู้หญิงไม่กล้า ออกจากบ้าน"
"ทำไมไม่บอกตำรวจ
ถ้าเขาทำความเดือดร้อนให้?" จำรูน เบือนหน้าถามวิเวียน
"ก็ไม่มีอะไรนักหนาหรอกค่ะ
โกสุมคุณก็พูดเกินไป เพียง แต่ดิฉันนึกรำคาญบ้างเท่านั้น เด็กหนุ่มพวกนั้นนึกว่าการเป็นนักเลง
เป็นของโก้เก๋ ชอบทำให้เรากวนโมโห"
"กวนโมโห!"
โกสุมคำรามเสียงสะท้าน เขาเย้ยหยันใส่หน้า หล่อน "เพียงแต่ดิฉันนึกรำคาญบ้างเท่านั้น
ชอบทำให้เรากวนโมโห หยุดพูดพรรค์นั้นเสียทีได้ไหมวิเวียน ผมทนฟังไม่ไหว
หรือจะต้อง รอให้พวกมันฉุดคุณขึ้นรถไปปรันเสียก่อนถึงจะ..."
"โกสุม!" หล่อนวอนเขาด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน
จำรูนพยักหน้าเชิงเห็นด้วยกับหล่อน
ขยับท่อนขาใต้โต๊ะให้ กระทบกระทั่งหล่อน ทำเหมือนบังเอิญ ในตาจับจ้องหล่อนเชิงถาม
ไถ่ และบอกความมุ่งหวังเบียดเสียด หล่อนเสนอทางอื่นด้วยรู้เท่า ทันกับความคิดนั้น
พลางขยับตัวเล็กน้อยเบี่ยงหลบการลวนลามของ เขา
จำรูนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
ชำเลืองมองว่าโกสุมจะทันสัง เกตเห็นเขาได้ทำอะไรกับหล่อนหรือเปล่า
พลันให้รู้สึกกำเริบในใจ โกสุมมัวแต่พล่ามพูดถึงข้อบกพร่องในการปล่อยให้คนพวกนั้นเข้า
เมืองมากเกินไป เปิดช่องทางอาชีพให้กว้างขวาง และทำให้ค่อยมี อำนาจในทางเศรษฐกิจ
คนพวกนั้นขยันขันแข็ง ไม่เลือกงาน พวก เขาร่วมมือช่วยเหลือกันทุกวิถีทางจะทำได้
โกสุมแค้นเคืองมากด้วย ความยึดถือชาตินิยมจัด หัวคิดจิตใจเขาฝังแน่นอยู่กับการเมืองมา
แต่ไหนแต่ไร เขาเห็นว่าวิธีประนีประนอมไม่ได้ผลเท่าวิธีรุนแรง เขา
เต็มด้วยความหงุดหงิดและอารมณ์พลุ่งพล่าน พูดซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย
จำรูนยิ้มสมคะเนในหน้า
"เบียร์กันอีกหน่อยเป็นไง?"
เขาเอ่ยเชิญชวน
โกสุมพยักหน้า เบียร์ทั้งหมดที่ได้ดื่มทำให้เลือดฉีดแรง
รู้สึก ร้อนผ่าวทั้งเนื้อตัว เขายังติดใจจะพูดคุยถึงคนพวกนั้นอีก เสียง
ค่อยดังแรงขึ้น บางครั้งเขาทำท่าประกอบอย่างเผ็ดร้อน กำหมัด แน่นกระแทกลงบนฝ่ามืออีกข้างหนึ่ง
โต๊ะข้างเคียงที่เข้ามาพักผ่อน ในกาแฟสถานเริ่มหันมามอง
อากาศเดือนนี้ร้อนอ้าวแม้เวลาจะล่วงเข้าเย็นจวนค่ำ
จำรูนพยายามใช้ความคิดให้เป็นประโยชน์แก่เขา เมื่อคน เดินโต๊ะเสิร์ฟเบียร์อีกรอบ
เขายกขึ้นดื่มช้า ๆ และอย่างชื่นชมในน้ำ รสของมัน
"ทำไมพวกเราไม่แก้เผ็ดให้สาสมบ้าง
คนพวกนั้นควรจะต้อง ได้บทเรียนที่ทำให้เจ็บช้ำ" โกสุมมองตรงไปข้างนอกบานหน้าต่าง
กระจก
ผู้คนกำลังเดินรีบร้อนบนบาทวิถี
ต่างเร่งรีบจะกลับบ้าน ข้า ราชการและพนักงานขายของตามหน้าร้านที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดวัน
นักธุรกิจผู้มีนัดตามภัตตาคารชั้นสูง คนนำเที่ยวพาลูกค้าชาวต่าง ประเทศเที่ยวชมสินค้าพื้นเมือง
เด็กขายหนังสือพิมพ์วิ่งตะโกนบอก พาดหัวข่าว สาวสังคมลงจากรถยนตร์โอ่อ่าของหล่อนพลางสอดส่าย
ตามองหาชายที่นัดพบ ต่างเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวรวดเร็ว ขณะ ที่จำรูนคิดว่าเขากำลังพักผ่อนอย่างมีชั้นเชิงที่สุดต่อหน้าผู้หญิงสวย
คนหนึ่ง เขาไม่สนใจว่าโกสุมเป็นใครนักหรอก
หยัดเหยียดหลังกับพนักเก้าอี้ในท่วงท่าแสนสบาย
"มีแต่คนพูดพรรค์นี้"
เขาจงใจยั่วเพื่อนที่นั่งตรงข้าม "กัน ไม่เคยเห็นใครทำได้เหมือนปากพูดสักคน"
"ทำไมแกไม่คิดว่าทำไมเราจึงลงมือทำไม่ได้?"
โกสุมหันมา ด้วยความโกรธ เขาไม่คาดคิดว่าจะได้รับการโต้แย้งจากเพื่อนเก่า
นาน ๆ จะพบกัน มือที่กำแน่นอยู่ฟาดโครมลงบนพื้นโต๊ะค่อนข้าง แรง ใบหน้าแดงก่ำ
"นักการเมืองนอกเวทีมักเข้าใจว่าความคิดของตนถูกเสมอ"
จำรูนไม่สนใจกับท่าทางโกรธแค้นเหล่านั้น เขาพูดด้วยซุ่มเสียงปกติ
โกสุมใบหน้าเครียดยิ่งขึ้น
"ดิฉันคิดว่าไม่ใช่เวลาที่คุณจะถกเถียงกันเลยนะคะ"
วิเวียน เอ่ยขึ้นด้วยเสียงโอนอ่อนผ่อนตามใจสามี
หล่อนหันมองจำรูนด้วยสายตาชิงชัง
จำรูนก้มศีรษะให้หล่อน เล็กน้อยเชิงขอโทษ
"เราเคยถกเถียงกันรุนแรงกว่านี้อีกครับในมหาวิทยาลัย
จริง ไหมโกสุม?" เขาหันไปทางเพื่อนเก่า
ฝ่ายนั้นพลิกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา
"ได้เวลาที่กันจะทำธุระแล้ว"
เขาพูดพึมพำ เอื้อมมือคลำซอง ธนบัตร
จำรูนขยับตัวรวดเร็ว
เขาโบกมือห้าม รีบควักธนบัตรออก มาปึกหนึ่งจากกระเป๋าด้านหลัง ใบละร้อยบาทล้วนพับเหน็บไว้เรียบ
ร้อยด้วยคลิปเงินลงยาจำนวนกว่าเจ็ดพันบาท เขากรีดออกมาใบ หนึ่งด้วยท่าทางคารวะต่อมันลึกซึ้งและดูภาคภูมิต่อการได้หยิบฉวย
เขายิ้มและพูดอ่อนโยนกับคู่สามีภริยา
"คงไม่แปลกใจกันมากมายหรอกนะ"
เขาว่า "งานการของ กันเกี่ยวข้องอยู่กับเงินจำนวนมากเสมอ ถึงจะไม่ใช่ของกันทั้งหมด
กันก็มีส่วนจะจับจ่ายได้เท่าที่กันเห็นว่าจำเป็น แล้วก็ผลักเข้าไว้ใน
ยอดเงินรับรองของบริษัท"
เขาพูดเอาง่ายดายอย่างนั้น
ขณะสังเกตเห็นว่าโกสุมกำลังจับ ตาเขาอย่างพะวงสงสัย ดูเหมือนจะมีแววริษยาบ้างเล็กน้อย
อาชีพ ที่ยืนอยู่หน้ากระดานดำและกำช้อล์คสีต่าง ๆ ไว้ในมือไม่อาจจะหยิบ
ฉวยเงินจำนวนเท่านี้ได้เลย ถ้าไม่มีทางทำมาหาได้อย่างอื่น
"ดีใจด้วยที่เลือกงานได้เหมาะสม"
โกสุมยังไม่คลายความ รู้สึกบนใบหน้า
"จริงนะ กันไม่ใช่คนร่ำรวยเลย
เพียงแต่เริ่มต้นเท่านั้น" จำ รูนเอี้ยวขยับตัว ยัดปึกธนบัตรไว้ในที่เดิมของมัน
จำรูนทั้งคารวะ ต่ออำนาจของมันและตระหนี่ถี่เหนียว แม้ฐานะเปลี่ยนแปลงไปจาก
ก่อน เขาก็ยังพอใจจะดื่มเหล้าที่คนอื่นซื้อให้เสมอมา เขาจะพึงจ่าย
เมื่อไตร่ตรองว่าเห็นควรหรือมองเห็นลู่ทางจะได้สิ่งแลกเปลี่ยนคืนมา
เขาคิดว่าเขารู้จักคุณโทษของการมีและไม่มีเงินมาอย่างแจ่มชัด เขา นิยมความร่ำรวย
แต่ก็ตระหนักดีถึงความยากจน สองสิ่งนี้แตก ต่างกันอย่างไร เขาเข้าถึงความปรารถนาและต้องการของคน
เขาเรียนรู้เหล่านี้ด้วยการผ่านพบมาของตนเอง
จำรูนเบนความคิดมายังหล่อน
เขาลอบมองหล่อนระมัด ระวังอยู่ในที วิเวียนดูไม่เหมาะสมกับผู้ชายพรรค์นั้นเลย
เขาไม่ อยากแม้จะเอ่ยชื่อโกสุมในใจด้วยซ้ำ ครูวาดเขียนยากจนคนหนึ่ง
กับผู้หญิงแสนสวยดูหล่อนเอิบอาบด้วยแรงรักแรงใคร่ เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลด้วยไฟตัณหา
ทรวดทรงได้สัดส่วน เต้าอกงดงามรับกับ สะเอวคอดและสะโพกผายกลมเกลา น้ำเลี้ยงในตาของหล่อนเย็น
ซ่านชวนให้นึกลำพอง เขาขยับท่อนขาเบียดเสียดหล่อน
วิเวียนชำเลืองมอง
เขารู้สึกว่าหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงเต็มเปี่ยมด้วยความสุข
หล่อน มีความหวาดระแวงและเหมือนพยายามไขว่คว้าอะไรบางอย่าง หรือ หล่อนไม่สมใจในอะไรอย่างนั้น
สามีของหล่อนหลงความคิดตัวเอง และวุ่นกับการเมืองมากกว่าควร เขาใช้เวลาให้หมดไปกับข้อถกเถียง
มากกว่าจะกำนัลหล่อนด้วยคำพูดอ่อนหวานหรือประเล้าประโลม โกสุมเป็นคนพรรค์นั้นตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย
เขาเหมือนคนเจ็บไข้ ได้ป่วยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันด้วยความไม่สมคะเน
หงุดหงิด และเป็น คนน่าเบื่อหน่ายชิงชัง โลกของเขาไม่ชื่นชม ชีวิตของเขาไม่เบิกบาน
ให้แสนขมขื่นไปทั้งหมดทั้งสิ้น
และถ้าโกสุมยัดเยียดให้หล่อนคุ้นเคยกับชีวิตของเขาเพียงไร
หล่อนก็หนีไม่พ้นจะพลอยเบื่อหน่ายชิงชังตัวหล่อนเองด้วย เขารวบ รัดความคิดเอาง่าย
ๆ ว่า หล่อนจะเป็นผู้หญิงเร่งเร้าความปรารถนา ได้ถึงใจเหลือเกินกับผู้ชายคนอื่น
ไม่ใช่โกสุม
เขาตวัดปลายลิ้นเล็มริมฝีปากแห้งผากให้ชุ่มชื่น
"ตั้งเกือบสิบปีละมัง
เราไม่พบกัน" จำรูนเปลี่ยนซุ่มเสียงให้ กระตือรือร้น พยายามกลบเกลื่อนรอยขุ่นมัวให้หมดสิ้น
"ทำไมเรา ไม่กินข้าวเย็นให้อร่อยกันสักมื้อล่ะ ว่าไงโกสุม? วิเวียนล่ะครับ?"
เขาทอดสนิทกับหล่อนกรุ้มกริ่ม
โกสุมมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างอัดอั้น
"กันจะต้องไปพบใคร หลายคนภายในชั่วโมงนี้ จำรูน" เขาทอดเสียงให้เหมือนว่าลืมสิ่งที่
ถกเถียงกันมาแล้ว "จำเป็นมากเสียด้วย และกันก็ไม่รู้ว่าจะเสร็จสิ้น
กันเมื่อไหร่"
"สำคัญมากมายนักหรือ?"
"ก็เห็นจะต้องว่าอย่างนั้น"
โกสุมพยักหน้า "ไว้วันว่างกัน จะโทรศัพท์นัดแกใหม่ดีไหม? เหมือนใจ...กันก็อยากจะเลี้ยงดูกัน
ให้ครึกครื้นสักหน แล้วกันจะบอกแกถึงเรื่องธุระจำเป็นคืนนี้ด้วย ก็ได้"
"ชุมนุมนักกวีหรือจิตรกรงั้นละมัง?"
จำรูนเอ่ยถามเหมือน เอาใจใส่เหลือล้น
"กันไม่วุ่นกับเรื่องพรรค์นั้นนานแล้ว"
โกสุมสั่นหัว
"หรือการเมือง?"
โกสุมมองเพื่อนที่นั่งตรงข้ามฉับพลัน
ในตากระด้างและซุ่ม เสียงหนักแน่น
"แล้วกันจะบอกไงล่ะ"
เขาตอบ
จำรูนยิ้มในหน้า ตรองหาลู่ทางที่ครุ่นคิดเอาไว้ด้วยความมัก
จะได้กับวิเวียน
"กันก็มีธุระจะข้ามฟากไปทางฝั่งธนเหมือนกัน"
เขาพูด "ถ้า งั้นดีแล้ว กันจะขับรถไปส่งให้"
"มีรถยนตร์ส่วนตัวแล้วเชียวหรือ?"
โกสุมไม่อาจระงับความ ใคร่รู้ไว้ได้ เขายกเหยือกเบียร์ขึ้นดื่มจนหมด
จำรูนหัวเราะเบา ๆ เพื่อขจัดความแตกต่างระหว่างกัน
เขา พูดว่า "รถของบริษัทน่ะ แต่กันเอามาใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ
ดูก็ เลยเหมือนรถส่วนตัว"
"ขอดีใจด้วยอีกหน"
โกสุมพูดตะกุกตะกัก "แกเป็นไม่กี่คน ในหมู่พวกเพื่อนเราที่โชคดี"
"วิเวียนจะไปที่นั่นด้วยหรือเปล่า?"
จำรูนตัดบท
"ถ้าเป็นผู้หญิงอื่นก็ควรจะอย่างนั้น"
โกสุมกลับมาสู่อารมณ์ ขุ่นมัวของเขาอีก "แต่วิเวียนไม่สนใจธุระของกัน
ดีแล้ว ไม่ยุ่งยาก"
เขาหันมองหล่อนเชิงตัดพ้อ
"กันจะไปส่งหล่อนจนถึงบ้าน"
จำรูนหมายมั่นหล่อนอย่าง สุขุม เขายิ้มให้ทั้งสองแล้วพูดขึ้นอีก "ขอให้กันร่วมดีใจกับแกบ้าง
โกสุมแกเป็นเจ้าของผู้หญิงสวยที่สุดคนหนึ่งจนกันอิจฉา"
วิเวียนเบือนมองทางอื่น
หล่อนพูดกระแทกกระทั้น
"อย่าลำบากขับรถไปส่งเลยค่ะ
ดิฉันชินกับขึ้นรถประจำทาง มานานแล้ว"
|
| ^ TOP |
Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2003-2006 All rights reserved. Create and powered by
Tune-in People |
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย
หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด
นั้นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง
โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com
ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ลอกเลียน ทำซ้ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต |
|