ใต้ถุนป่าคอนกรีท >> เหมือนมาส ชารี ไม่มีหัวใจทิ้งไว้ที่แซน แฟรนซิสโก

บท ๑.
เหมือนมาส ชารี
ไม่มีหัวใจทิ้งไว้ที่แซน แฟรนซิสโก

นานเท่านานเพียงไร หล่อนคร้านจะจรดใจรำพึง แล้วในเดือนมีนาคม๒๕๐๙ หล่อนกำหนดการเดินทางกลับกรุงเทพฯ และด้วยเหตุผลบางประการ รวมทั้งเพื่อจะมิให้ขวยเขินถึงกับเปลื้องผ้าอาบน้ำ แล้วเชือนตามองขาอ่อนของตัวเองไม่ได้ ก่อนนั้นสี่เดือน หล่อนบินจากแซนแฟรนซิสโกไปล้อสแซนเจลิส เข้าเรียนในสถาบันเอกชนที่มีหลักสูตรสั้น ๆของวิชาโรงแรม การเรียนวิชานั้นอย่างผิวเผินเพียงให้รู้ว่าควรจะโอภากับผู้มาพักแรมชาวต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษให้ฟังนุ่มนวล หรือให้รู้จักเหล้าก่อนและหลังอาหาร บัญชี ค.ศ. ของไวน์ และรายการอาหารบนเมนูนั้นไม่ยากสำหรับใครทุกคนจะเรียน แต่ไม่ควรประมาท เหมือนมาสชารีจึงใช้เสน่ห์บนผิวคล้ำแบบตะวันออกของหล่อน และนัยน์ตามีประกายไฟชื่นออกนัดทำเปื้อนกับผู้สอนทั้งหนุ่มและวัยกลางคนหลายหนและหลายคน หล่อนบอกตัวเองว่า มิสส์แฮร์เรียทผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันแห่งนั้นอายุคราวสี่สิบสอง ยังงามรสนิยมแต่งกายบรรจง เคร่งครัดมารยาทสังคม และช่างบ่นจู้จี้น่าเบื่อ ถ้ามิสแฮร์เรียทเป็นเลสเบียน หล่อนก็หาได้รังเกียจ บังเอิญผู้หญิงคราวน้าคนนั้นเป็นเพียงสาวทึมทึกสามัญมีอารมณ์อ่อนไหว ฉุนเฉียวง่าย แต่กลีบซอกในหัวใจสะอ้าน เหมือนมาส ชารี จึงไม่มีโอกาสได้ใช้ความสันทัดจัดเจนในกามวิถีแขนงจูบชม หากหล่อนก็ผูกใจมิสแฮร์เรียท ผู้มีบทบาทค่อนข้างมากในการพิจารณากระดาษสอบ โดยสั่งผ้าไหมจากกรุงเทพฯ และแหวนนพเก้ามากำนัลหล่อนได้ประกาศนียบัตรใบนั้นมาเป็นเจ้าของสมหมาย
          หล่อนมองเห็น เหมือนมาส ชารี ผู้ยังหมาดกลิ่นแดดแคลิฟอร์เนียเดินเฉลิดอยู่ในกลางคืนของกรุงเทพฯ หล่อนจะยิ้มน้อยนิดบนมุมปากและวางทาบสายตาข้ามไหล่คู่สนทนา เหมือนว่าไม่แยแสกับใครคนไหนดื่มมาร์ทีนี่เวลาบ่าย สูบบุหรี่มวนยาว รวมทั้งเส้นยาและก้นกรองหนึ่งร้อยหนึ่งมิลลิเมตร และออกอุทานภาษาอเมริกัน
          "เอ๊าช์!" หล่อนจะเปล่งเสียงบอกความเจ็บคันอย่างนั้น "ยุงชุมเหลือเกิน! และดิฉันเป็นแอลเลอจิคกับกลิ่นยากันยุงเสียด้วยสิคะ"
          เหมือนมาส ชารีนั่งไขว้ขาให้เห็นสายรัดถุงเท้าที่ต่อกับลูกไม้ชายตะเข็บชั้นใน และหล่อนจะพูดถึงสีสันของกลางคืนริมถนนบรอดเวย์ พลางยักไหล่พองาม และไว้ท่า
          และถ้าบังเอิญได้รับการแนะนำให้รู้จักกับแถมสิน รัตนพันธ์ หรือนักเขียนข่าวสังคมคนไหนก็ตาม ที่จะบันดาลให้มีชื่อของหล่อน ปรากฏในคอลัมน์ของเขาได้
          หล่อนจะยิ้มอ่อนหวาน และยื่นมือให้เขาสัมผัส พูดดัดเสียงสูงหยาด เหมือนว่าลิ้นยังไม่คุ้นกับภาษาไทยดีนัก "ค่ะ ดิฉันจบวิชาโฮเทลแมนเนจเมนท์จากฮอลลีวู้ด ดิฉันคิดว่ายังไม่เคยมีคนไทยแกรดจากที่นั่นมาก่อนนะคะ ดิฉันเป็นคนแรก สถาบันนั้นพิถีพิถันการรับนักเรียนต่างประเทศมากค่ะ โดยเฉพาะจากทางตะวันออกไกล แต่ดิฉันคงจะพูดได้ว่าโชคดีกว่าคนอื่น นักบริหารธุรกิจทางโฮเทลมีชื่อเสียงของอเมริกาส่วนมากจบจากที่นั่น..."
          หล่อนหมายจะให้สังคมกรุงเทพฯ พิศวงและริษยาในหล่อนเหมือนมาส ชารี


ทำนองกังวานเนียนหูเรียกมาจากเครื่องรับโทรศัพท์ในห้องนั่งเล่น หลังเวลาสิบนาฬิกาสองสามนาฑี เรืองแมน ตนัยสบถถึงขี้ในสำนวนอเมริกัน ชายหนุ่มอายุยี่สิบสี่กำลังหมกอยู่ในอารมณ์โกรธจัดอย่างไฟนรกเผา และถึงขนาดอยากลุกขึ้นวิ่งไล่เตะความหนาวที่ มันกรีดเข้ามาเฉือนใบหน้าจากรอยร้าวขอบหน้าต่างจดหมายสิบกว่าฉบับที่ได้รับเช้าวันนั้น เป็นจดหมายภายในประเทศทุกฉบับ และบัดซบ จากห้างสรรพสินค้ารูส/แอ็ทกินส์ ยากยิ่งนัก หลังจากนักเรียนชั้นปริญญาโทจากกรุงเทพฯผู้หนึ่งทำหนี้ไว้แล้วหนีกลับบ้าน โดยไม่คำนึงถึงความเสื่อมเสียเกียรติยศของเพื่อนร่วมชาติถุย! เรืองแมน ตนัยครุ่นคิดว่าเขาจะหาเงินจากที่ไหนให้ได้ทันกำหนด เวลา จดหมายอีกฉบับจากพ้าร์ค แอนด์ช้อพ ตลาดใกล้บริเวณมหาวิทยาลัยริมถนนเทเลแกรฟ ฝั่งเบอร์คลี่ย์ เตือนให้เร่งจัดแจงกับเช็คล่วงหน้า ขอขึ้นเงินสดยี่สิบห้าเหรียญที่เซ็นไว้สัปดาห์ก่อน และยังอีกสองฉบับจากตลาดอื่น ในราคาหนี้สินเดียวกัน อีกฉบับจากรีดีมเมเบิ้ลโลน แอสโซซิเอชั่นโรงรับจำนำริมถนนมิสชั่นแซนแฟรนซิสโกบอกมาว่าสายสร้อยคอทองคำที่จำนำไว้หกสิบเหรียญจวนขาดแล้วรีบส่งดอกเบี้ย (โว้ย) จดหมายจากบริษัทจำหน่ายรถยนต์จากบริษัทขายเครื่องเล่นแผ่นเสียง จากบุ๊คคลับ จากทบวงการตรวจคนเข้าเมืองให้รีบต่อวีซ่า และอีกหลายฉบับเป็นโฆษณาให้ซื้อเอ็นไซโคลพีเดียยาคุมกำเนิด ยาทาชาและผลิตภัณฑ์ใยเคมีอวัยวะเพศปลอม บางฉบับชวนให้เป็นสมาชิกคลับแผ่นเสียง ชวนดูงานประกวดหมา บอกขายกุหลาบ และ ฯลฯ เรืองแมน ตนัย ผิดหวังเพราะเขาหวังจะได้รับแดร๊ฟท์จากกรุงเทพฯ อย่างน้อยหกร้อยเหรียญ ตามที่โกหกขอไปว่าจะใช้เป็นค่ารักษาโรคกระเพาะอาหารพิการโรค ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากความวิตกกังวล และความจริงก็น่าเป็นเช่นนั้น เขามีวิตกกังวลตลอดเวลาห้าปีในสหรัฐฯ แต่ไม่ใช่วิตกกังวลในวิชาฟอเรน เทรด หรือบิสสิเนสลอว์ในแขนงวิชาบริหารธุรกิจที่กำลังเรียนอย หรือสมมุติว่ากำลังเรียน วิตกกังวลของเขาร้ายกาจกว่านั้นแม้ว่าแผลในกระเพาะของเขายังไม่ฉีกสักหนึ่งมิลลิเมตร เรืองแมน ตนัย พังกลับมาจากสนามม้าโกลเด้น เกทวันอังคารก่อน นั่นหมายถึงว่าเงินเก้าร้อยกว่าเหรียญของเขาได้กลายเป็นเศษกระดาษหล่นเกลื่อนอยู่ในฝุ่นดิน เงินจำนวนนั้นเป็นค่าเล่าเรียน ตลอดเซมเมสเต้อร์ เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าเช่าบ้าน เมื่อมันแพ้อย่างบรรลัยกลับมา ถ้าเขาไม่โกรธ เส้นประสาทของเขาก็คงจะสานกันไว้ด้วยแขนงลวด หรือหัวใจของเขาเป็นหินผา หรือไม่ใช่คน
          "เฮ้ย! รับโทรศัพท์ซีโว้ย" เขาตะโกนข้ามความน่าเบื่อหน่าย ในห้องบอกเพื่อนที่ไหนโทร.มา หนวกขูชิบหาย"
          บุญแทน ปณต ยักไหล่ ขยับกายจากที่นั่งแชล่มด้วยความหิว สองวันมาแล้วที่หิวจนเขานึกว่ามันน่ากลัวกว่าความตาย เย็นวานค้นหาเศษเพ็นนีได้สามสิบกว่าอัน ซื้อได้ปลาซาร์ดีนกระป๋องเอามา โรยหอมซอย โรยเกลือให้เค็มจัด และพริกป่นเม็กซิกัน ป้ายบนแผ่นขนมปังจวนขึ้นรา กินพลางน้ำตาไหลคิดถึงข้าวราดแกงปลาดุก กับเนื้อเค็มฉีก เป็นฝอย และหมูผัดขิงที่เขาชอบกิน จากเย็นวานผ่านมาตลอดคืนถึงสายวันนั้น เขายังไม่ได้กินอะไรอื่นนอกจากน้ำร้อนเทลงล้างขวดกาแฟผงแล้วรินใส่ถ้วยแบ่งกันกินพอให้ร้อนท้อง รสมันบัดซบ แต่ดีกว่าน้ำเปล่าเป็นแน่นอนมิใช่หรือ?
          หิวควัน มันทารุณนักเวลาหิวขึ้นมา เขาหยิบก้นบุหรี่เก่าจากที่เขี่ยมาฉีกเอาเส้นยาแห้งกรัง หลายก้นกว่าจะบรรจงมวนกับกระดาษเขียนจดหมายแอร์เมล์ได้สักมวน และดูดกินควันหยาบและ ร้อนเผาผนังคอของมัน
          เ-ฮ-ล-โ-ล บุญแทน ปณต พูดเนือยเนิบ ครับ...ผม บุญแทน พูด...คิดถึงจริงไม่ได้พบกันนาน...สบายดีหรือพี่ปราง... อย่างนั้นหรือครับ...อือม์...คงสนุก...ครับ...ครับ...ทุ่มตรงผมจะไปที่นั่น...โอมายน์...น่าอร่อย...ครับแล้วพบกัน
          เขาหันหาเพื่อน "พี่ปรางจะมีพาร์ตี้คืนนี้ นัยว่าเป็นแฟร์เวลล์ พาร์ตี้ให้เหมือนมาส
          "จะลงนรกงั้นหรือ" เรืองแมน ตนัย ฉีกจดหมายบางฉบับโปรยเกลื่อนพื้นพรมเห็นว่าจะกลับกรุงเทพฯ
          "กูเบื่อ"
          บุญแทน ปณต ไม่แยแสกับปรารมภ์นั้น เขาว่า "พี่ปรางจะแกงเขียวหวานไก่ ผัดวุ้นเส้นทรงเครื่อง เนื้อหวาน แล้วก็...มีขนม หม้อแกงด้วยโว้ย มึงไม่อยากแดกหรือ เบียร์เหล้ามีพร้อม นายเรือโทอะไรไม่รู้มาดูงานที่เทรสเช่อร์ ไอส์แลนด์ เขาซื้อเหล้าพีเอ๊กซ์ได้ถูกจะขนมาช่วย กูรู้สึกว่าเขาวิ่งจันทนี มึงจำได้ไหม คล้ำและท้วม สะโพกหล่นลงเกือบจะถึงน่อง หน้าตาตอหลด ดูเหมือนเพิ่งมาได้หกเจ็ดเดือนเท่านั้น ทนอยู่กับแฟมิลี่ไม่ไหวเลยออกมาอยู่กับพี่ปราง"
          "จันทนีขับพ็อนติแอคไปตามภูเขาหรอกโว้ย มึงอย่ารายงานข่าวผิดพลาด"
          "มึงอย่ายื่นจมูกเข้าไปแยงธุระของคนอื่นดีกว่ากูซิค" เพื่อนหนุ่มอายุคราวเดียวกันเดินกลับมาเหยียดกายนอนบนเก้าอี้ชิดผนัง รูดซิพลูบเล่นจำปีงามพลางดีดเล่นผึงผังกับหนังท้องด้วยมือซุกซน และความรู้สึกว่างเปล่าเหมือนไม่มีอื่นทำดีกว่านั้น และว่า "มึงจะไปไหม? เขานัดทุ่มตรงที่บ้าน ถนนสามสิบ แกงเขียวหวานไก่ ขนมหม้อแกง"
          "เอาของกินมาเท้มพ์กูละซิ ไอ้บุญ กูเคยแดกแล้วขนมหม้อแกงพี่ปราง ห่... แข็งอย่างดินท้องนาไม่โดนฝน เหมือนแดกถั่วกวน แต่ไอ้ถั่วกวนมันยังอร่อยกว่า ก็เหมือนคนทำนั่นแหละวะ สี่สิบสองแล้วไม่ใช่หรือชำราจนฝ้าผุดขึ้นที่เหงือก แล้วเคยได้น้ำเสีย เมื่อไหร่ งานไหนงานนั้นกูเห็นโชว์แต่ผัดวุ้นเส้นกับ..."
          ไม่รอให้เพื่อนพูดจบ บุญแทน ปณตขัดขึ้นก่อน "แต่กูมีฟิลลิ่งว่ามึงควรจะพบเหมือนมาสไม่ใช่หรือ มึงเคยวิ่ง"
          "นั่นมันอดีต มึงอย่าเอาอดีตมาชนกับปัจจุบัน เหมือนนรกของกู" รอยยิ้มผาดขึ้นบนใบหน้าเรืองแมน ตนัย เขาคิดย้อนยอกถึงฤดูร้อนสองปีก่อนบนฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เขาพบหล่อนที่นั่นในงานชมรมนักเรียนไทยประจำปี ช่วงเวลานั้นดูเหมือนหล่อนจะมีใครสามหรือสี่คนวิ่งอยู่อย่างไม่ลดรา แต่เขาเฉือนหล่อนมาจากคนเหล่านั้นได้ ด้วยยิ้มเห็นไรฟันขาวบริสุทธิ์เหมือนทารกหิวน้ำนม ด้วยความหนุ่มมีเสน่ห์แบบก้าวร้าว และตำแหน่งทางการเมืองสูงเด่นของบิดา และจะด้วยเหตุผลอัปรีย์อะไรอีกก็ตาม เรืองแมน ตนัยเต้นรำกับหล่อนทุกเพลงในคืนนั้น จูบคว้านในปากหอมกลิ่นลิสเทอรีนของหล่อน แล้วหลังสองยามเขาพาหล่อนไปในอีกพาร์ตี้ที่อพาร์ทเม้นท์ของเพื่อนอเมริกัน กินเหล้า และเล่นสทริพโปเก้อร์ หลายต่อหลายรอบหล่อนหวิดชนะ แล้วถึงรอบเด็ดเขาถือสี่ตัวแปด ขณะที่กองกลางเต็มว่อนด้วยเสื้อเชิ้ร์ท กางเกง ถุงตีน เน็คไท บราเซียร์ส์ และกระโปรงชั้นนอกและใน เหมือนมาส ชารีถือเพียงตองคิงกับคู่สิบ หล่อนเหลือเพียงแพนตี้เท่านั้น และถอดออกไม่ขัดเขินเพื่อชำระหนี้ในเกมละเล่นนั้น แต่‚แต่ในรอบต่อมา เขาถือสองคู่แจ๊ค หล่อนคู่เก้ากับคู่แปด และยังไม่มีอารมณ์ชำระหนี้ตามตกลงกันอยู่ในทีด้วยสายตาเพื่อนอเมริกันหัวเราะขบขัน แล้วฉวยกล้องถ่ายรูปเปลือยของหล่อนไว้ชมเล่น. ถึงวันนี้เรืองแมน ตนัยยังมีรูปนั้น มีไว้เพียงเพื่อจะคุยว่าเขาเคยได้หล่อน
          เขาถามบุญแทน ปณต "มึงคันอยากไปนักหรือ?"
          "ก็ทำไมจะไม่ไป แกงเขียวหวานไก..."
          "จะไปยังไง ว่ายน้ำข้ามอ่าวงั้นหรือ แก๊สไม่มี เขาคิดถึงหนทางจากอพาร์ทเมนท์ไปถึงตีนสะพานแซนแฟรนซิสโก-โอ๊คแลนด์ เบย์ บริดจ์ สะพานบัดซบนั้นเหยียดยาวแปดกับหนึ่งในสี่ไมล์แล้วจากตีนสะพานฟากโน้นขึ้นฟรีเวย์ตัดลงหาถนนบรอดเวย์ และเลี้ยวลงถนนสามสิบในโอ๊คแลนด์บ้านของพี่ปราง หรือ ปราง มลิน ผู้หญิงไม่มีผัวและอยากมีถึงคราง หนทางนั้นควรจะมีน้ำมันในถังโอลด์ส โมบิลไม่น้อยกว่าสี่เหรียญ
          "ไม่มีเลยหรือ?" หัวใจของบุญแทน ปณต เหมือนหล่นลงอยู่ใต้ฝ่าตีน
          "เชียท!" เรืองแมน ตนัย สบถถึงขี้แบบอเมริกัน ราวกับมันเปื้อนอยู่บนริมฝีปากของเขาตลอดเวลา "ถ้ามีกูจะนอนถ่างขาอยู่กับบ้านทำไม"

ถ้าจะให้พาร์ตี้มีอาหารไทยกินสำหรับคนไทยในแคลิฟอร์เนีย หรือขีดอาณาบริเวณให้แคบกว่านั้น คนไทยในบริเวณเบย์แอเรีย ซึ่งหมายถึงอยู่อาศัยในเมืองบนแผ่นดินล้อมอ่าว แซนแฟรนซิสโกแซน แมเทล โอ๊ค แลนด์ เบอร์คลี่ย์ ริชม็อนด์ เอล เซอริโต้ ลาฟาเยทท์ และ ฯ แถวถิ่นนั้นการจะมีอาหารไทยกินไม่ลำบากนักถ้ามีเงินเพียงพอเรามีข้าวสารเมล็ดเรียวขาวยาวปลูกจากนาของอเมริกัน บริษัทที่บรรจุถุงขายให้ชื่อหรูอย่างพยายามจะให้ฟังเป็นตะวันออกว่า -- มหาตมะ เนื้อ (ไก่ หมู และผักสด) อุดม ราคาของมันอย่าพูดถึงให้แค้นคอ แพงบัดซบ แตงร้านสองผล ห้าบาทในฤดูของมัน และผลละเจ็ดบาทนอกฤดู กระเจี๊ยบก็มี เพราะคนอเมริกันดันชอบกินกระเจี๊ยบต้มกับครีม มะเขือ--มีมะเขือบางชนิดเรียกว่า เอ๊กก์แพล้นท์ ผลโตเท่ามะขวิดหรือใหญ่กว่านั้น ผิวสีม่วงจัด เม็ดละเอียด และเนื้อหยุ่นอย่างมะเขือยาว เรามักเรียกมันด้วยอารมณ์สนุกว่า มะเขือโปกช้าง หน่อไม้ใช้หน่อไม้กระป๋องจากญี่ปุ่นพริกเม็กซิกันรูปทรง อย่างน้องพริกหยวก ผิวพันธุ์เหมือนกันแต่เผ็ดบรรลัย... น้ำพริกแกง สั่งอย่างสำเร็จรูปของหม่อมหลวงติ๋วหรือของนายผลจากกรุงเทพฯ ใช้ได้ดี และมีทุกชนิดแกง บางคนที่พ่อแม่มีอิทธิพลสูง หรือโคตรวงศ์กำลังหรูในตำแหน่งทางสังคม ถึงกับมีพริกขี้หนูสดตะไคร้ ข่า และใบมะกรูด โดยสั่งผ่านไปรษณีย์ทหารอเมริกัน กะทิก่อนเคยใช้นมสดหรือเฮฟวี่ครีม แทนการคั้นเอาจากมะพร้าวนั้นเป็นอดีตเสียแล้วสำหรับคนไทยในแคลิฟอร์เนีย เพราะมีกะทิใส่กระป๋องขาย จากฮาไวอี คนอเมริกันดัดจริตเรียกนมมะพร้าว มีไว้เปิดกินเล่นแก้กระหาย หรือผสมค้อคเทลบางชนิดให้ได้บรรยากาศของเกาะ และทะเลคนไทยใช้แกงเผ็ดด้วยความรู้สึกเย้ยหยัน ไชน่าทาวน์--เมืองจีนในแซนแฟรนซิสโก ใหญ่เป็นที่หนึ่งในสหรัฐฯ ทั้งในพื้นที่และจำนวนคนจีนโพ้นทะเล ที่นั่นมีอาหารสดและแห้งทุกชนิดเท่าที่โภชนศาสตร์ของชาวจีนบัญญัติไว้ และเรากินได้ทั้งนั้น เป็ดย่าง หมูแดง และพิราบอ่อนอบ ซีอิ๊ว และ ฯ ไฉลุ้ยหรือผักกาดขาวราคาไม่สู้แพงนัก คะน้าแพงกว่ามะระแพงกว่า มันแกวหัวเท่าผลหมากสุกหัวละสิบกว่าบาท ฟักเขียวตัดเป็นชิ้นขาย แพงเหมือนมันเติบโตด้วยปัสสาวะเทวดา คนจนไม่มีสิทธิ์กิน และผักบุ้งดูเหมือนแพงที่สุด เพียงเจ็ดแปดยอดราคาเกือบยี่สิบบาทและไม่มีกินทุกวัน... อีกแถบของแซนแฟรนซิสโกเป็นถิ่นญี่ปุ่น ทีนั้นมีถั่วงอกขาวเหมือนตัวหนอน งามอย่างว่า ถ้าถั่วงอกด้วยกันมีตามันจะชมกันว่างาม แต่ค่อนข้างผอมผิดกับถั่วงอกโพธารามที่อวบกว่า ขายเป็นพาวด์ละประมาณสองบาท และที่นั่นเหมือนกัน มีผักดองสารพันรส และเส้นหมี่ญี่ปุ่นบางอย่างเอามาลวกแล้วขดให้เป็นจับแทนขนมจีน... ในย่านของฟิลิปปิโน กล้วยไข่มีขาย มะขามสดฝักลีบ ฝักละเกือบสิบบาท แต่ถ้าอยากได้มะขามเปียกต้องบินไปซื้อที่ล้อสแซนเจลิส และโชคดีอาจจะได้ทุเรียนกวนจากพีแนง -- หรือปีนัง บางเดือนมีมะม่วงและมะละกอเม็กฮีโก หรือเม็กซิโก ตามชื่อที่คนต่างประเทศ เรียกชาติพันธุ์ของเขา... ถั่วฝักยาวพอหาได้ไม่ยากนัก ขิงอ่อน และเห็ดสดมีให้กินตลอดสามร้อยหกสิบห้าวัน ใบสะระแหน่ขึ้นดาษดื่นริมถนนและใบโตเกือบเท่าใบละมุด ถ้าใครบ้าอยากกินใบโหระพา หรือใบแมงลักขโมยเอาได้ในสวนพฤกษชาติ โดนจับได้ดูเหมือนจะปรับราวหมื่นบาท ใบกัญชาหาง่ายกว่า
          เพราะความอุดมราคาแพงบัดซบในรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น แกงเขียวหวานไก่และผัดวุ้นเส้นของปราง มลิน จึงไม่ใช่สิ่งน่าพิศวงกว่าจะหาด้วงโสนกินในกรุงเทพฯ หรือไข่ปลาบึกดองจากอีสานของเรา แต่หลายคนก็มีเหตุผลแผกกัน ที่จะไม่ปฏิเสธคำชวนของหล่อน

ปราง มลิน หรือ พี่ปราง สวมแหวนทั้งสิบนิ้ว ถ้าบังเอิญหล่อนมีนิ้ว ติ่ง เป็นสิบเอ็ดก็จะสวมเป็นแน่นอนตามรสนิยมป่าของหล่อน แหวนสิบวงนั้นเป็นเพชรซีกเพียงหนึ่งวง นอกนั้นเป็นพลอยและหินขัดต่างสีแวววามราวภาพวาดบนใบหน้าแอฟริกัน หล่อนมีความสุขที่ได้เป็นเจ้าบ้านทำแฟร์เวลล์ พาร์ตี้ให้กับเหมือนมาส ชารี
         ใช่ --- ปลายทางแห่งความปรารถนาของหล่อนมิได้อยู่ที่โฉมยุพานามนั้น
          ความกำหนัดอันไม่เคยบรรลุถึงขั้นสุขสุดของหล่อนวางแน่วไว้กับการได้เดินเหินอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มและหญิงสาวต่างวัยมาชมรมกันนั้นต่างหาก หล่อนซ่านเสียวทุกหนที่ยินหนุ่มคราวยี่สิบเอ็ดหรือสิบหกเรียกขานหล่อนด้วยถ้อยคารมอ่อนโยน บางคนนบนอบ ยกเยินว่าหล่อนแต่งตัวสวยและทำกับข้าวเก่กาจบรรลัย และถ้าใครสักคนได้พูดถึง หรือนินทาคนที่ไม่ปรากฏกายในขณะนั้น ดูเหมือนหล่อนจะสำเร็จความใคร่อันเหมือดหมาด มิเคยชื่นในอายุสี่สิบสองของหล่อน ชีวิตของปรางมลินน่าสนใจ และไม่น่าสนใจ น่าสงสาร ในบางครั้งเท่ากับบ่อยครั้งน่าสมเพช หล่อนมีริษยาเป็นลมหายใจ
          พาร์ตี้คืนนั้นดูเหมือนจะเริ่มต้นหลังจากหล่อนตะโกนบอกเพื่อนคราวน้องสาวที่อาศัยอยู่ในบ้าน
          อากาศค่อนข้างเย็น หล่อนตะโกน "มายเดียทำไมไม่เปิดฮิด"
          นั่นหล่อนหมายถึงจะให้เปิดไออุ่นจากฮีทเท่อร์ แต่ลิ้นของมันแข็งเหมือนหนามสะแก หล่อนจะพูดให้ได้กังวานสำเนียงเหมือนใครอื่นได้อย่างไร หล่อนไม่รู้จัก ร.เรือ และ ล.ลิงสัปดน เดียร์ของหล่อนจึงเปล่งออกมาเป็นเดียอย่างช่วยไม่ได้
          เรืองแมน ตนัยสะกิดศอกเพื่อน และกระซิบอย่างไม่เกรงใครจะได้ยิน เดี๋ยวกูจะไปเด็ดเล้ดโล้ดมาปักแจกัน แล้วไอ้สกปรกโสโครกทั้งหลายในครัวกูจะโยนใส่ในกาบิด แค็น
          เล้ดโล้ด คือ กุหลาบแดง
          กาบิด แค็น --- ถังขยะ
          พิเชด --- appreciate
          ซ้อน --- เกลือ
          วิสซากี้ ออน เดอะ ล็อค --- เหล้าใส่น้ำแข็ง
          และ ฯ
          เวลากว่าสิบปีของปราง มลิน ในสหรัฐฯ หล่อนไม่รู้จักความแตกต่างระหว่างอักษร r กับ l ภาษาอังกฤษแบบของหล่อนไม่มี s th หรือ wh นั่นอาจจะเป็นเพราะหล่อนไม่เคยกระดอดลิ้นจูบกับใคร ทั้งไทยและอเมริกัน -- ตามความเห็นหมิ่นแคลนของเรืองแมน ตนัย

พาร์ตี้นั้นไม่เลว ชายหนุ่มบางคนขับรถยนต์มาไกลกว่าร้อยไมล์ด้วย ความหวังว่าจะได้พบหญิงที่ตนหวังปอง และหลายคนหน้าเก่าสำหรับ ทุกงานที่ได้เชิญหรือไม่จำเป็นต้องได้เชิญหญิงคราวรุ่นที่เพิ่งมาถึงแคลิฟอร์เนีย ยังมีกลิ่นกรุงเทพฯ หล่อนจะรู้สึกตื่นเต้นกับการแต่งตัวตามแนะนำของนิตยสารแฟชั่น รอชายหนุ่มขับรถคันยาวกว้างและหรูของเขามารับ ชีวิตดูเหมือนจะอบอุ่นขึ้นบ้างในเมืองที่มีฤดูหนาวนานเดือน บางคนที่ผิดหวัง --- หล่อนครุ่นคิดด้วยความหวังขาวเลือนเหมือนหมอกว่า บางทีอาจได้พบเทพบุตรว้าเหว่ และหล่อนจะบรรจงให้ท่าเขาอย่างแนบเนียน การไม่มีผู้ชายไว้ประดับชีวิตในฐานะคนรักหรือคู่เล่น หรือคนขับรถยนต์ให้นั่ง ผู้หญิงหลายคนถือว่าหล่อนเสียหน้า งานพาร์ตี้จึงค่อนข้างจำเป็นอยู่มากสำหรับคนเหล่านั้นคนที่ไม่คิดว่าการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจนบรรลุจุดมุ่งหมายเป็นสาระสำคัญของชีวิตมากกว่าเพียงจะให้ได้ชื่อว่า ได้เคยอยู่ต่างประเทศนาน พาร์ตี้ซึ่งหมายถึงการได้มาชมรมกันดื่มและกินและเต้นรำ คือจังหวะเต้นหัวใจของเขา และพาร์ตี้คืนนั้นไม่เลว ตามความหมายนั้น เหมือนมาส ชารีนั่งไขว้ขาให้เห็นสายรัดถุงเท้าเหมือนคืนก่อนและคืนก่อนและคืนก่อน วาดยิ้มบนมุมปากเหมือนไม่อยากยิ้ม และไว้ท่าว่าหล่อนอวดเสน่ห์ในซอกรักแร้ฉีดฝอยประทิ่นกลิ่นลาเวนเด้อร์ เคลือบกลิ่นจริงเร่าร้อน หล่อนถือจานอาหารไว้ แต่หยิบใส่ปากกินน้อยกว่าใส่จริต
          "ใจคอจะกลับจริงหรือ พี่คงคิดถึงคุณ..." ปราง มลิน ดัดเสียงชื่น
          "แปดปีแล้วนะคะ เหมือนอยากกลับบ้านทำงานให้เป็นหลักเป็นฐานสักที" เหมือนมาส ชารียักไหล่บอบบาง "ไม่งั้น มันฟีล กิลตี้"
          "ได้งานแล้วหรือยังคะ?"
          "อูว์ ไม่ยากเลย โฮเทลที่กรุงเทพฯ มากมายเหมือนจะทำที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น บอกแดดดี๋ให้ฝากกับใครไม่เห็นจะลำบากนี่คะ รัฐมนตรีหลายคนเคยเป็นลูกศิษย์แดดดี๋เหมือน น้าเขยเหมือนอีกคนเป็นนายพล..." หล่อนขานนามนายพลบางคนประกอบคำพูด และว่า "แต่ก็ไม่แน่นะคะ เหมือนอาจเป็นเลขานุการให้เอ๊คแซ๊คคูถีฟว์อเมริกัน เงินดีกว่า สต๊าร์ทหมื่นหรืออย่างน้อยก็แปดพัน เหมือนใช้เงินเปลืองค่ะ อย่างจะได้พันสองพันห้าอย่างพวกจบข้างใน อูวอย่าหวัง เหมือนนอนเล่นอยู่กับบ้านดีกว่า จริงไหมคะ"
          "แหม! พี่อิจฉาคุณแล้วนะ"
          "อิจฉาทำไมกันคะ" หล่อนช้อนตามองพาร์ตี้ที่เริ่มมีชีวิตหลังจากบางคู่ผละจากข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ออกไปเดินไถและถูกันกลางห้องนั่งเล่นตามทำนองดนตรี และพูด "เหมือนอยู่ที่นี่สบายกว่าค่ะ เป็นอิสระใจ พอกลับกรุงเทพฯก็เป็นโดนแดดดี๋คุมแจ หวงลูกสาวเหมือนอะไรดี แล้วยังม็อมมี้ของเหมือนเช้อร์ชโกเอ้อร์ ธรรมะธรรมโมไม่มี ใครเกิน ถึงวันพระเป็นต้องลากเหมือนไปนั่งพับเพียบฟังเทศน์จนขาเป็นเหน็บ เหมือนเบื่อแสนจะเบื่อแล้วกรุงเทพฯ ก็ร้อนเหมือนจะตาย คอยดูสิ ถ้าทนไม่ไหวจะหนีกลับมาหาพี่ นะคะ"
          "จริงหรือ? เบื่อของพี่กับของคุณคงไม่เหมือนกัน" กังวานของปราง มลิน ระคนถ่ายถอนใจและริษยา
          "จะให้เหมือนเชื่อหรือ หน้าตาพี่ปรางออกแจ่มใสมีความสุข ผู้คนเต็มบ้านเกือบทุกคืน ใครก็นับถือพี่ปรางทั้งนั้น ทั้งเบอร์คลี่ย์ แซนแฟรนซิสโก" หญิงคราวน้องผู้จัดเจนกว่ายกเยิน "งานดี เงินไม่เคยขัดสน และมีความรัก อนุญาตให้เหมือนถามได้ไหมคะ เอ้อคุณพันยศของพี่ปรางไปถึงไหนกันแล้ว"
          ปราง มลิน ร้อนพล่านบนใบหน้า และเยือกต้นขาหล่อนซ่อนรันทดขณะดัดกังวานให้แช่มชื่น หล่อนว่า "ก็เขียนจดหมายถึงกันเกือบทุกวันพี่บอกให้เขียนสักเดือนละหนสองหนก็พอ คนเราเข้าใจกันแล้วก็ไม่ยอม ดื้อละไม่มีใครเกิน แล้วก็บ่นว่างานยุ่งแสนยุ่ง คุณพันยศบอกว่าได้เขียนถึงพี่ทำให้คลายคิดถึง และลืมกังวลการงาน ไม่งั้นจะคลั่งตาย..."
          "น่ารักจริง" เหมือนมาส ชารียิ้มปราย
          สาวสี่สิบสองเชิดใบหน้าภาคภูมิ "เดือนก่อนวันเกิดพี่อุตส่าห์ส่งผ้าไหมมาให้หลายชิ้น จะอวดว่าซื้อผ้าให้ผู้หญิงก็เป็น นึกแล้วพี่ยังขัน แต่ก็เลือกสีได้ถูกใจพี่ทั้งนั้น คุณพันยศว่าจะบินมาแต่งงานกับพี่ทันทีที่ได้ทะเบียนหย่ากับเมียพี่เลือกที่ไว้แล้ว เราจะฮันนีมูนกันที่คาเมน"
          คาเมน คือ Carmel เมืองพักผ่อนชายทะเลราคาหรูของแคลิฟอร์เนีย
          คุณพันยศ นักธุรกิจอายุกลางคน (ผู้เคยเดินทางผ่านเมื่อสองปีก่อน เขารู้จักนักเรียนไทยบางคนในแซนแฟรนซิสโก และชายหนุ่มผู้นั้นคุ้นเคยกับปราง มลิน จึงฉวยโอกาสบนความสาระแนของหล่อนชักชวนให้มีการเลี้ยงข้าวเย็นแบบไทยที่บ้านหล่อน ความเป็นสุภาพบุรุษของคุณพันยศ อัธยาศัยอ่อนโยนแบบนักธุรกิจ ความมั่งคั่ง และไฝดำเม็ดเขื่องริมจมูกของเขา หล่อนบอกตัวเองว่าได้พบชายในอุดมคติแล้ว ค่ำของสองวันต่อมา คุณพันยศนัดเลี้ยงตอบแทนหล่อนที่ภัตตาคารอิแทเลียน ย่านนอร์ธ บีช แล้วชวนหล่อนเข้ารมณียสถานริมถนนบรอดเวย์พร้อมกับนักเรียนอีกสามสี่คน ปราง มลินในวันต่อมาหล่อนบอกกับเพื่อนหญิงคราวน้องคนที่ปากบอนที่สุดว่าคุณพันยศขอความรักหล่อน และหล่อนยังปฏิเสธไว้ ก่อนแบบกุลสตรีรักนวลสงวนเนื้อ และ ฯ หล่อนพยายามเขียนจดหมายถึงเขาหลายฉบับ เขาตอบฉบับแรกฉบับเดียวโดยมารยาท แล้วไม่ตอบอีก และเขาหาได้เคยซื้อผ้าไหมส่งมาให้หล่อน)
          เหมือนมาส ชารี "นั่นคือการรอคอยที่มีความสุข"
          "เหมือนคิดอย่างนั้นหรือ ความสุข พี่หรือมีความสุข" ปราง มลิน กลืนก้อนสะอื้นที่ท้นขึ้นมาในลำคอ หล่อนพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวคุกคาม ฝืนยิ้ม และหล่อนไม่ปฏิเสธกับหัวใจตนว่าหล่อนใคร่ได้กำยำกายของบุรุษเพศเปื้อนชื้นในแห้งผากแห่งอารมณ์ แล้วเบือนหน้าซ่อนหยาดน้ำตาริน "ชำเนียนเดินมานั่น คงจะมาหาเหมือน..."

หนุ่มยี่สิบสามนั้น ชำเนียน ไกร บุตรชายนักธุรกิจการเงินจากกรุงเทพฯผู้มีคำจำกัดความหลังความเป็นหนุ่มมากมายเกินจะโรยไว้บนสองบันทัดหนังสือ ขณะกอดกุมบนงอนช้อยสะโพกเหมือนมาส ชารี โขยกในทำนองปะทุ เหมือนปัสสาวะรดทรายในกระทะร้อนของดนตรีเธอะ บีเทิ้ลส์เขารู้สึกสงสารมือเหลือเกิน ทุดเขามิสมควรจะได้หยิบโลมมากกว่านั้นหรือ สองเดือนของการได้พบกันเขาวอดกว่าสองพันเหรียญ ใช้เงินจำนวนนั้นเป็นเสน่ห์พาหล่อนด้นไปในแห่งหนบรรเจิดของแซนแฟรนซิสโก พาหล่อนไปซื้อของริมฮอลลีวู้ด บูลวาร์ด และเที่ยวบาร์บนซันเซ็ท สทริพในเมืองการพนันรีโน เขาให้เงินหล่อนเล่นไพ่ยี่สิบเอ็ดและเช่าห้องในโรงแรมคอยที ครั้นถึงเวลาที่เขาควรได้ หล่อนยืนกรานคำเดียวว่าง่วง แล้วชิงเบียดกายเข้าประตูห้อง ขังเขาไว้ข้างนอกกับความอึงคะนึง พร่ำสบถของนักการพนัน กลิ่นธนบัตร และความงุ่นง่าน จนวันพรุ่งหล่อนจึงยอมให้ในเวลาก่อนเที่ยงของเมืองที่ดูเหมือนไม่มีกลางวัน แต่เขาสะทกและอ่อนเปลี้ยและไม่สุขสมเหมือนวาดเอาไว้ และก็เพียงเท่านั้นหาได้หยิบหล่อนมากกว่านั้น
          การเดินทางกลับกรุงเทพฯ ของหล่อนทำให้เขาโกรธ และคลั่งแค้น
          เขากระซิบบอกหล่อน
          ห่อลิ้นเล็มในซอกหูหล่อน
          "พอแล้วเนียน" หล่อนปรามพลางเอียงกายหลีก "ดิฉันไม่มีฟิลลิ่ง"
          "ฟิลลิ่งของคุณมันคงหล่นอยู่ในเหว" เขาทั้งเย้ยหยันและรวดร้าว
          เหมือนมาส ชารี หัวเราะพร่าง "ช่วยไม่ได้นี่คะ เสียใจ"
          และหล่อนปัดมือของเขาที่ล้ำจากงอนช้อยสะโพก

ใครอีกคนนั้นโทโสกับการจากของหล่อนเหมือนกัน สุดเปรียบ ชรวยผู้ยืนตระหง่านบนเรือนกายหนาและหนัก เอวคอด แขนกำยำ สูงห้าฟุทเก้านิ้วครึ่งเสียดความว่างเปล่า ฟันขาวประกายและแข็งแรง -- เป็นฟันชนิดที่ซ็มเมอร์เซ็ท มอห์ม คิดว่าผู้ชายทุกคนควรจะมีให้ได้อย่างนั้น ผมหยัก สลวย สันจมูกสอดคล้องกับริมฝีปาก และไฝเม็ดงามบนแก้มซ้ายเยื้องริมหู ความงามทั้งนั้น รวมถึงฐานะของการเป็นหนุ่มผู้ถูกยัดเยียดให้มาเป็นเสเพลบอยเมืองนอก และร่ำรวยบัดซบ หาได้มีอำนาจเพียงพอจะให้เขาได้หล่อนมากกว่า...
          เคยแอบดูหล่อนเข้าห้องน้ำในพาร์ตี้ที่อพาร์ทเมนท์ของเพื่อน อีกคนหลายเดือนก่อน
          "ถ้าได้สักฉึกกูจะมิลืมบุญคุณ" หลังจากเมาเบอร์เบิ้น เขากระซิบบอกความมืด
          พาร์ตี้คืนนั้น เหมือนมาส ชารี ปรายมองเขาเหมือนคนไม่รู้จักหล่อนยิ้มหยันในตาลูบคลึงของเขาบนต้นขาหล่อน

พาร์ตี้คืนนั้นคงเหมือนพาร์ตี้คืนอื่น ยกเยินกันจนเหน็ดหน่าย เต้นรำจนเหงื่อชโลมขา และดื่มไม่ยั้ง ชายหนุ่มบางคนเมาซบ แล้วผู้หญิงกอดกลุ่มกันตามเก้าอี้ยาวนั่งเล่น หรือหลีกเข้าในครัวห้องถัดกัน เหมือนมาสชารีดูเหมือนจะเพริดกับหนุ่มหน้าแปลกที่หล่อนเพิ่งรู้จักในมุมมัวมนข้างห้องนอน ปราง มลิน เจ้าบ้านอดปากไว้ได้ จนถึงสองยามสองนาฑีแล้ว หล่อนพูดเชิงปรารภ
          "พี่ว่าเหมือนสวยมากนะ เขาแต่งสีเขียวสวยแต่สะโพกเล็กไปหน่อยไม่รับกับแบบเสื้อ"
          มณีแสง เฉิดฉิน เล็มลิ้นบนริมฝีปากแสด "อกก็มีเนื้อจริงเสียเมื่อไหร่ ฉีดซิลิโคนเข้าไว้จนเกินตึง"
          "เชอะ!" ลมหวล พิไร บุตรีพ่อค้าอะไหล่รถยนต์หมายหมิ่นล้นบนใบหน้าสวยกราดเกรี้ยวของหล่อน "อวดว่าพ่อหรูหราในสังคม มีลูกศิษย์เป็นรัฐมนตรี ที่แท้ก็คุณหลวงเก่า ๆ นั่งงอมอยู่กับบ้านขายของเก่ากินจนไม่มีเหลือ กระถางลายครามเครื่องสังคโลกมีเท่าไรขายหมด ก็เคยอยู่ตึกเหมือนกันแต่มันหดลงเป็นบ้านไม้เท่ารังหนู แม่เขายิ่งร้าย ขบวนจุ้นจ้านละไม่มีใครเกิน วิ่งเข้าบ้านนี้ออกบ้านโน้นเป็นนายหน้าขายเครื่องเพชรพวกผู้ดีเก่า ใครเขารู้กันทั้งกรุงเทพฯที่ตะเกียกตะกายส่งลูกสาวมาถึงนี่ก็หวังจะให้จับผัวรวยสักคน..."
          "เลยเหม็นฉึ่งตั้งแต่อิ๊สท์โคสท์มาถึงเว้สท์" โฉมยุพาอีกนางชิงต่อเติมให้
          ลมหวล พิไร ยิ้มสมคะเน "เห็นคุยมาหลายเดือนจะกลับบ้านทางยุโรพ จะแวะตัดเสื้อที่แพรีส ซื้อรองเท้าที่โรม ดูแทงวัวที่สเปน โธ่! มีปัญญาเสียเมื่อไร คุณรู้ไหม... แค่อีตั๋วกลับทางแพซิฟิคนี่ยายแม่ซื้อผ่อนส่งให้ที่กรุงเทพฯ ฟลายนาว เพย์ เลเต้อร์ แล้วจะมีเพย์ให้เขาทุกเดือนหรือเปล่าก็ยังสงสัย นังลูกสาวทำอวดมั่งอวดมีนึกว่าใครเขาไม่รู้ ดิฉันขี้เกียจนินทา"
          พาร์ตี้คืนนั้นเต็มตามความหมายของมัน หลังจากประโยคนั้นของทีไร ผู้เย่อหยิ่งและยังไม่มีคนรักเหมือนกัน

วันพรุ่ง มีใครหลายคนเหมือนกันสู้ทนไปส่งหล่อนที่ท่าอากาศยานนอกเมืองแซนแฟรนซิสโก หนึ่งในหลายคนนั้นรวมทั้งอีแวนเชลบี้ หรือไอ้ห่ บี้ตามที่เราเรียกมัน หนุ่มอเมริกันพนักงานบัญชีธนาคารผู้ซึ่งในช่วงหนึ่งของชีวิตเหมือนมาส ชารีเคยโกหกตัวเองว่ารักมัน และสวมใส่จริตว่าวอนให้มันแต่งงานด้วย เพื่อหล่อนจะได้สิทธิโอนสัญชาติเป็นอเมริกัน หรืออย่างน้อยเพื่อจะได้วีซ่าแบบ อิมมิแกร่นท์มีสิทธิ์อยู่ได้ถาวรและประกอบอาชีพในสหรัฐฯ ถ้ามันเป็นผู้ค้ำประกัน แต่มันลื่นเกินกว่าหล่อนจะรัดรึงไว้ได้ ดูเหมือนหล่อนจะเสียใจอยู่หลายคืน แล้วอีกสองคืนหล่อนลืม
          "ยังจะแยแสดิฉันอีกหรือ" หล่อนตวาด
          "ผมคงจะคิดถึงคุณมาก" อีแวนเยือกเย็นตามมาดของเขา และว่า "คุณจะพาผมเที่ยวตลาดน้ำไหมถ้าผมมีโอกาสไปกรุงเทพฯ ประกายทองของพระราชวัง และพระจันทร์เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา..."
          "ไปให้พ้น! นรก" เหมือนมาส ชารี ขุ่นเคือง "ดิฉันสาบานว่าจะไม่พบหน้าคุณอีกในชีวิต"
          หล่อนจะหมายความตามนั้นหรือไม่? หลังจากผิดหวังกับชายหนุ่มหลายคน ทั้งไทยและอเมริกัน หล่อนเคยคิดว่าอ้อมแขนของอีแวน เชลบี้จะเป็นศาลาพักร้อนดีเยี่ยมบนกามวิถีระเหระหน เขาไม่ร่ำรวยมากกว่าคนอเมริกันระดับเหนือปานกลางเล็กน้อย อาจเปลี่ยนรถยนต์ทุกปลายปี เช่าอพาร์ทเมนท์ที่บานหน้าต่างหันเห็นอ่าวและสะพานอันมีเสน่ห์ วันสุดสัปดาห์เขาอาจพาหล่อนเที่ยว ค้างแรมนอกเมือง เล่นรักกันในบรรยากาศแปลกเปลี่ยนในดงสน หรือบนขรุขระของหาดกรวด นั่นไม่ใช่ปรารถนาของหล่อนหรือ?
          แต่มันไม่ใช่ปรารถนายั่งยืนของเขา เสเพลบอยอเมริกัน หล่อนยอมรับว่าเคยเสียดายสุดซึ้งเพราะหล่อนได้จากเขามากกว่าที่ให้เหมือนที่เคยให้หนุ่มไทยด้วยกัน ประสบการณ์รักที่แนบอยู่กับความใคร่หลายหนหลายคนกระตุ้นให้หล่อนลืมไม่ได้ว่าคนรักของหล่อนในต่างแดนอย่างน้อยสองคน หลังจากวางเขื่องว่ามั่งคั่งจนหล่อนเชื่อสนิทใจ และทอดกายให้คราที่เขาขัดสนอย่างชั่วคราวหรือถาวรก็ตาม สองคนนั้นจะแทะเอาจากความไม่มีของหล่อน
          เหมือนมาส ชารี บังเอิญหล่อนไม่มีน้ำตาจึงไม่เคยร้องไห้

เรืองแมน ตนัย คิดว่าเป็นหน้าที่จะสาระแนบ้างกับการกลับกรุงเทพฯ ของหล่อน เขาจึงกระซิบนุ่มนวลเป็นทำนองที่เขาคิดว่ามันชื่นรูหูหรือควรจะเป็นอย่างนั้น
          ดิฉันทิ้งหัวใจไว้ที่แซนแฟรนซิสโก
          เหนือบนเนินนั้นเพรียกหา
          รถรางน่ารัก
          ลิ่วพาเราถึงครึ่งทางถึงดวงดาว
          The morning fog may chill the air.
          เขาบิดสำเนียงของคำในความหมายของหมอกเป็นฟัค
          "ไอ้บ้าเรือง!" หล่อนตวาด และเบือนหน้ายิ้มทางอื่น
          I don't care. เรืองแมน ตนัยคงเล่นทำนอง
          หล่อนหันกลับมา "วันหนึ่งคุณจะแคร์ ตอนนี้พ่อยังมีให้ผลาญอยู่ไม่ใช่หรือ"
          "เอ้า! ทำไมยื่นจมูกเข้ามาพาลกับธุระส่วนตัวของผม แต่ว่าที่จริงผมก็มีสิทธิ์ไม่ใช่หรือ ถ้าผมไม่ผลาญพ่อแล้วใครจะช่วยแกผลาญ" ชายหนุ่มหมายความตามที่พูดนั้นอย่างเย่อหยิ่ง และเห็นหรู
          เหนือทะเลสีน้ำเงิน และลมครวญ
          ดิฉันกลับมาหาคุณในแซนแฟรนซิสโก
          ตะวันทองฉานให้ดิฉัน...
          โฆษกของท่าอากาศยานประกาศเรียกผู้โดยสารเที่ยวบินข้ามมหาสมุทร ฮอนโนลูลู --- โตเกียว ---- ฮ่องกง --- กรุงเทพฯ
          "แฮ้ปปี้ แลนดิ้ง"
          "แฮฟว์ อะ ไน้ส์ ทริพ"
          "เขียนจดหมายมาคุยกันบ้างนะคุณ"
          กินมะม่วงน้ำปลาหวานเผื่อพี่ด้วย" นั้น ปราง มลิน ตะโกน
          "คุณไม่ทิ้งหัวใจไว้ที่แซน แฟรนซิสโกจริงหรือ" หนุ่มอเมริกันพึมพำกับตัวเอง แต่ถึงอย่างไรเขามีกางเกงชั้นในสีเปลือกหอยมุกของหล่อนหล่นอยู่ใต้เตียงในห้องนอน
          เหมือนมาส ชารีดูเหมือนจะยิ้ม หล่อนไม่แยแสกับถ้อยคารมเหล่านั้น
          ปลายทางของหล่อนวางอยู่บนแห่งหนที่ชายหนุ่มทั้งสองกำลัง ครุ่นคิด จะลืมความฟกช้ำและหล่อนจะวิ่งไปให้ถึงที่นั่นด้วยความ เร็วของนางม้าเปรียวคะนองดง
          "กูภาวนาให้หล่อนได้ผัวเลวสักคน" เรืองแมน ตนัย
          "เอาไอ้พันธุ์ที่มีเงินให้ใช้วันละฟ่อน และโง่บรรลัย" ชำเนียน ไกรดุนปลายลิ้นเล่นในปาก




 

^ TOP
Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2003-2006 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด นั้นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง
โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ลอกเลียน ทำซ้ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต