| ใต้ถุนป่าคอนกรีท >> คำนำพิมพ์ครั้งที่ 1ในใต้ถุนป่าคอนกรีทขบวน
3 |
| ขบวน 1
ขบวน 2 ขบวน 3 |
|
(ข้าพเจ้าเคยเขียนไว้ว่า) ในแซนแฟรนซิสโก ข้าพเจ้าบังเอิญได้พบ
และรู้จักใครหลายคน เป็นคนน่ารัก น่าชัง น่าสงสาร น่าเคารพ น่าโดนเตะ
และน่าจูบ และ ฯลฯ คนเหล่านั้นเป็นความประทับใจในลักษณะแผกกัน สุดเปรียบ
ชรวย ผู้จองหองมักจะพูดพลางยักไหล่ให้เห็นว่าเขาไม่แยแสทั้งกับคนหรือหมา
เงินของพ่อแม่ผมโว้ย ! ถ้าผมจะถลุงมันให้มันวายวอดเท่าไหร่มันก็ไม่ใช่เรื่องของคนอื่น
บารอน สายัณห์ ผู้ไม่ยอมพูดภาษาไทย
และมีรอยร้าวในสมอง
ยิ้ม แซ่เหลี่ยน บังทองแห่งน็อบฮิลล์
หรือ บรรลาย นิล ไอ้ปลาหมอบก
หรือผู้หญิงอีกบางคนผู้เขียนจดหมายกราดเกรี้ยวกับมารดา และในทำนองขู่กรรโชกว่าถ้าไม่ให้เงินตามจำนวนที่หล่อนปรารถนา
หล่อนจะทำลายเกียรติยศของสกุลวงศ์ทุกประการ รวมทั้งความประพฤติสำส่อน
ข้าพเจ้าจะลืมตัวละคร เหล่านั้นได้หรือ
?
(และข้าพเจ้าได้เขียนไว้อีกว่า) ความบังเอิญชักชวนให้เรามาพบกัน และด้วยความบังเอิญนั้น
ข้าพเจ้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นนวนิยาย เป็นงานเขียนที่ถือว่าเป็นหน้าที่จะต้องเขียน
ด้วยความรู้สึกผูกพันของการเป็นคนไทย และเกียรติภูมิของคนไทยทุกคน
- ซึ่งเราหยิ่ง และต่างบอกตัวเองว่าต้องผดุงไว้ และหวงแหน
และถ้าข้าพเจ้าจะมีความรู้สึกในทางโต้แย้งกับความประพฤติของใครหน้าไหน
อย่างมากที่สุดที่จะพึงทำได้ก็คือพยายามเรียบเรียงความรู้สึกเหล่านั้นวางลงบนหน้ากระดาษในโฉมของนวนิยาย
การเขียนนวนิยายมันก็เป็นการทำงานเหมือนกัน
- หรือไม่ใช่ เป็นงานบันทึกความเคลื่อนไหวของสังคมไว้ในอีกลักษณะ เป็นงานที่นักประวัติศาสตร์
และนักสังคมศาตร์ และนักวิชาการในแขนงอื่นๆ ซึ่งต่างมีชื่อเรียกตัวเองไว้หรูหรา
- ย่อมทำไม่เป็น
ความในใจเหล่านั้น ใต้ถุนป่าคอนกรีท ขบวน๑ และ ๒ จึงได้ปรากฏออกมาสู่สายตาผู้อ่าน
และได้เมตตาต้อนรับอย่างสูงบำรุงความพากเพียรของข้าพเจ้าให้งอกงาม
และเป็นบันดาลใจเหนือความบันดาลใจอื่นไรเท่าที่ข้าพเจ้าเคยมี ขบวน
๓ ซึ่งจะนำลงพิมพ์สืบเนื่องกันในนิตยสารนี้ เป็นเจตนาที่ได้วางไว้ว่าจะให้เป็นงานชุดสามเล่มจบบริบูรณ์
(trilogy) เพื่อจะทำลายบันทึกของการแรมไกลจากบ้านไปนานถึงสี่ปีครึ่งในเบื้องประจิมของสหรัฐ
ฯ ให้หมดสิ้น ขบวนนี้นัยว่าจะเป็นวาระของการทุรัดทุรนออกจากบ้านใต้ถุน
- แซนแฟรนซิสโก ไปพบ พยุง ตระวัน กับ เอื้อน ขจี ที่ล้อสแซนเจสิส ฮอลลีวูด
ล้าสเวกัส และ ฯลฯ ในอีกหลายเหตุการณ์ตามความพอดี และพอเพียงของนวนิยาย
ข้าพเจ้าบอกตัวเองว่า พรุ่งนี้เขียน
พรุ่งนี้และพรุ่งนี้ แต่พรุ่งนี้มันถลันมารวดเร็วเท่ากับการผละไปของมัน
ข้าพเจ้าไม่เคยคว้ามันไว้ได้ทันเลย บรรณาธิการดูเหมือนจะขุ่นเคืองอยู่บ้าง
แต่เขาคงไม่รู้ว่าข้าพเจ้าเองนั้นถึงกับเกลียดตัวเองจนไม่อยากมองหน้ามันในกระจกเงา
และความแคลงใจเป็นอาการถัดมา ในช่วงเวลาหลังกลับจากแซนแฟรนซิสโก
ข้าพเจ้าสงสัยว่าได้เดินตามเข็มนาฬิกา หรือเดินนำหน้ามัน กรุงเทพฯได้ต้อนรับข้าพเจ้าด้วยอัธยาศัยงดงามและด้วยความกรุณาล้ำลึก
ข้าพเจ้ารู้สึกตัวเองเหมือนเด็กเกเร เดินหลงทางพลัดไปจากบ้าน และระบมระบอมกลับมา
ข้าพเจ้าพยายามพิจารณาตัวเองด้วยความเที่ยงธรรมที่สุดเท่าที่ความลำเอียงมันจะอนุญาต
แล้วข้าพเจ้าก็ลงโทษตัวเองด้วยความเหน็ดเหนื่อยและเพิลดเพลิน กับการทำงานวันละ
๒๕ ชั่วโมง อยากจะพูดให้เกินเลยว่าอย่างนั้น
แต่มันก็เป็นความสุขทุกขณะที่วางบรรทัดสุดท้ายลงบนหน้ากระดาษ
หลังจากแน่นอนใจว่ามันควรจะจบลงอย่างนั้น
ข้าพเจ้าเขียนหนังสือทุกวันโดยไม่มีความรู้สึกว่าตนเป็นเพียงจักรเฟืองบางชิ้นของเครื่องยนตร์
หากยิ่งตระหนักว่ามีเลือดเนื้อและวิญญาณอันฉับไวกับการสัมผัสกับความจริงของชีวิตผู้คน
เพื่อจะได้กรองความคิดและความประพฤติของเขาออกมาเป็นตัวหนังสือ ความน่ารักหรือความโหดร้ายของผู้คนเป็นเสน่ห์รุนแรงยั่งเย้าให้ข้าพเจ้าทำงาน
ข้าพเจ้าเขียนถึงคนกวาดถนน แม่ม่าย
คนขับรถบรรทุก นักธุรกิจระดับเศรษฐี เมียเช่า แมงดา คนขายต้นไม้ สัปเหร่อ
และเพลย์บอย และ ฯลฯ ใครก็ตามที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้รู้จักมักคุ้น
และข้าพเจ้าได้พบตัวละครสำคัญของ
ใต้ถุนป่าคอนกรีท เสมอที่บ้านบางซ่อน เอื้อน ขจี กับ พยุงตระวัน มีความผูกพันกันเสมอว่าเป็นเพื่อนเสมือนญาติ
กาลเวลาไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกของเราได้เลย คนแรกสุขุมยิ่งขึ้นตามอายุ
ขณะที่คนหลังมองเห็นลีลาของชีวิตอย่างตื่นเต้น และยินดีรับคำท้าท้าย
คราวที่ ชมรมละคอน สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย นำเรื่องของเราไปแสดงเป็นละครประจำปีของปี ๒๕๑๓ เราก็เข้าไปนั่งร้องไห้อย่างไม่ซ่อนน้ำตาด้วยความรู้สึกสะเทือนใจที่ได้มองเห็นตัวเองในร่างของผู้อื่นบนเวที
เรากลับมากินเบอร์เบิ้นกับน้ำเย็นกันที่บ้านคืนนั้น
ในรูหูอึงอลด้วยเสียงระฆังรถรางแห่งแซนแฟรนซิสโก
และจากบางวลีของเพลง มันไต่นูนเนินขึ้นไปครึ่งทางถึงดวงดาว...
เพียงครึ่งทางเท่านั้น พยุง ตระวัน
มีรอยยิ้มเศร้าบนใบหน้า แล้วคืนนั้นเขาก็ผลุนผลันขับรถยนต์ไปทางระวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
เข้าไปทำงานในป่า
ใครอีกหลายคนจาก ใต้ถุนป่าคอนกรีท ข้าพเจ้าได้พบเขาในกรุงเทพฯ
มาไล อัคนี
รเวียง คนึง
เหมือนมาส ชารี
เรืองแมน ตนัย
ปานนภ วที
และ กวาว ชไม
คนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่กลับมา
คำจร เปรียง เจ้าของปิยโวหาร ไอ้เหี้... เมื่อเราได้พบกันเกือบจะไม่มีข่าวจากเขาเลย
เพื่อนบางคนพูดอย่างไม่แน่ใจว่าเขาได้รับปริญญาเอกแขนงวิชาเคมีแล้ว
และมีเหตุผลหลายประการที่จำเป็นจะต้องอยู่ในประเทศนั้นต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
บางคนคิดว่าเขาแต่งงานแล้วกับผู้หญิงอเมริกัน การกระทำนั้นขัดแย้งรุนแรงกับญาติผู้อุปการะของเขา
ผู้เป็นเศรษฐินีทางเมืองริมฝั่งต้นแม่น้ำเจ้าพระยา และเพื่อจะขจัดความขุ่นหมองในสกุลวงศ์
เขาจึงเลื่อกการไม่กลับ และปิดข่าวไว้เป็นความลับ
แต่นั้นก็เป็นเพียงคำนินทากันหลังแก้วค้อคเทล
ข้าพเจ้ายังไม่เชื่อใคร และพยายามค้นหาเขาตลอดเวลาในฐานะเขาเป็นตัวละครสำคัญ
และเป็นเพื่อนของเรา
ผู้วิจารณ์บางคนมีความเห็นว่า
ข้าพเจ้าน่าจะติดตามประพฤติการณ์ของตัวละครทั้งหมดเมื่อเขากลับกรุงเทพฯ
กันแล้ว และนำมาเขียนเป็นภาคผนวกเป็นความเห็นน่าฟัง ในขณะที่เราจำเป็นต้องฟังสิ่งที่ไม่น่าฟังกันมากมาย
แต่ข้าพเจ้ายังไม่แน่ใจว่ามันจำเป็นหรือไม่เพียงไรในงานเขียนนวนิยาย
หรือพูดอีกอย่างข้าพเจ้าอาจทำไม่ได้ มันสับสนอลหม่านเกินไปสำหรับคนที่มีเวลาเพียงวันละ
๒๕ ชั่วโมงเท่านั้น นวนิยายเรื่องอื่นยังรออยู่อย่างเย้ยหยันเพราะข้าพเจ้ายังไม่มีโอกาสเขียนถึง
ในเบื้องประจิมของสหรัฐ ฯ หรือแคลิฟอร์เนีย แน่นอนว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงมากมายในแวดวงของคนไทยและนักเรียนไทย
ข้าพเจ้ายังเชื่อว่าในความรู้สึกของเขาเหล่านั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง
เขายังคงจะต้องได้พบกับลมฟ้าอากาศ บ้านเรือน อัธยาศัยของผู้คน และภาวะของสังคม
ซึ่งยากจะเข้าใจได้ถ่องแท้
และความไม่เข้าใจในอะไรก็ตามย่อมหมายถึงต้นทางแห่งความยุ่งยาก
ข้าพเจ้าได้รับจดหมายจากแซนแฟรนซิสโก
และล้อสแซนเจลิสเดือนละหลายฉบับ
จดหมายเหล่านั้นมีข้อความไม่แตกต่างกับจดหมายที่ข้าพเจ้าเคยเขียนถึงเพื่อนในกรุงเทพฯ
ขณะทุรัดทุรนอยู่ในประเทศนั้นคงจะไม่เป็นการสวมสอดจริตมากจนน่าคลื่นเหียน
ถ้าข้าพเจ้าจะพูดว่าก่อนเริ่มต้น ใต้ถุนป่าคอนกรีท ขบวน ๓ นี้ได้นั้น
ข้าพเจ้าได้บังอาจทำลายเวลา ๒๕ ชั่วโมงของวันหมดเปลืองไปนานหลายนาน
เพื่อการค้นสมุดบันทึก แฟ้มจดหมาย และถุงใส่เศษกระดาษยับยี่ ซึ่งได้จดเหตุการณ์ไว้ตามความรู้สึกในขนาดนั้นหางตั๋วภาพยนตร์
หรือแม้แต่กาตั๋วรถประจำทางมันก็ช่วยได้มากสำหรับจะชักชวนอารมณ์ให้ถวิลถึงอดีตอุปกรณ์ในการทำงานของข้าพเจ้าจึงยุ่งเหยิงจนบางคนเรียกมันได้ว่าเป็นขยะ
แต่มันมีคุณค่าเกินประมาณ
ข้าพเจ้านั่งอยู่ลำพังในความมืด
ข้าพเจ้าวิ่งเร่อเข้าไปหาสีสันจัดจ้าน ข้าพเจ้าบรรจุแผ่นกระดาษในแป้นพิมพ์ดีด
แต่มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากความเงียบบนความว่างเปล่า
กลางเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๔ เอื้อน
ขจี พยุง ตระวัน กับข้าพเจ้า นับเงินรวมกันได้ไม่มากพอจะถลุงในไนต์คลับได้เพียงค่อนคืน
แล้วเราขบรถยนต์ออกจากกรุงเทพ ฯ ผ่านโคราช เลยไปเลี้ยวบ้านไผ่เข้าบรบือ
มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เสลภูมิ ยโสธร บนช่วงทางนี้ก่อนถึงคำเขื่อนแก้ว
ดอกพะยอมกำลังบานหอมจรุงน่าหลงใหล เราจึงเดินทางกันไม่รีบร้อน จนถึงอุบล
วันพรุ่งเดินทางต่อไปพิบูลมังสาหารจนถึงต่อเขตลาว
เรานั่งกันอยู่บนชานร้านห้องแถวในอาณาของประเทศเพื่อนบ้าน
เอื้อน ขจี ถามว่า คุณยังไม่เขียน
ใต้ถุนป่าคอนกรีท ขบวนสามอีกหรือ ?
ข้าพเจ้ามองหาแชมเพญฝรั่งเศสสำหรับมาเปิดในงานคล้ายวันเกิดของผู้หญิงบางคน
และไม่ตอบคำถามนั้น
ขณะที่พยุง ตระวัน ถามไถ่ตัวเองว่าเราทำไมจึงเดินทางฝ่าความแล้งและร้อนไปที่นั่น
ฝุ่นคลุ้งจนเหมือนหมอกสีน้ำตาลปกคลุม
ทำไมไม่เขียน ? เขาถามมาอีก
ข้าพเจ้าเลือกซื้อบุหรี่เวอร์จิเนียรสกลมกล่อมมาฝาก
อุษณา เพลิงธรรม และยังไม่ตอบ
ใบหน้า เอื้อน ขจี เคืองใจ คุณไม่รู้หรือผมอยากอ่าน
ผมอยากรู้จักตัวเองบ้างนี่โว้ย !
เขาหมายความตามที่พูดนั้น เขามีตัณหา
และมันเป็นตัณหาเดียวกันกับของ รงค์ วงษ์สวรรค์
ข้าพเจ้าตรองใจว่าควรจะกินเหล้าโรงดอกกับรากไม้จากปากเซในเวลาบ่ายสองโมงดีไหม
และไม่พูดอะไรกับเขาอีกเลย
กลับถึงบ้านบางซ่อนในสองวันถัดมา
ข้าพเจ้าโทรศัพท์ถึงบรรณาธิการ
ผมกำลังเขียน ใต้ถุนป่าคอนกรีท
แล้วรีบวางหูก่อนจะได้ยินคำตอบเป็นเสียงตวาด หรือถ้อยสบถ
รงค์ วงษ์สวรรค์
๔ มีนาคม ๒๕๑๔
|
| ^ TOP |
Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2003-2006 All rights reserved. Create and powered by
Tune-in People |
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย
หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด
นั้นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง
โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com
ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ลอกเลียน ทำซ้ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต |
|