| สร้อยบท
ความมั่งคั่งจะทำให้ผู้ชายบางคนมีความสุขก็หาไม่ (จริงหรือ?)
และดังนั้น ชื่อของคำนวร บำรู จึงหล่นบรรทัดในคอลัมน์ข่าวสังคมกรุงเทพฯ
เป็นเวลานานกว่าสิบแปดเดือน หลังจากการบรรจุศพอุไรเรือง บำรู เมียรัก
วิทยาการแพทย์คงจะอธิบายได้หลายสิบหน้ากระดาษถึงโรคร้ายที่พรากชีวิตหล่อน
สำหรับเขา เพียงประโยคเดียวเท่านั้น -- หล่อนตรอมใจ เพราะคำนวร บำรู
เป็นผัวริยำหาไหนไม่เหมือน (หรือเลวไม่มีที่ติ) เขาห่างเหินหล่อนและสำส่อน
ตัณหาของผู้ชายคนนี้รุนแรงนัก ทั้งส่วนที่เป็นความเย้ายวนของเงิน อำนาจและเฉลาโฉมแห่งอิสตรี
เขาเป็นคนพันธุ์นั้น ยี่สิบปีก่อนไม่เคยมีใครรู้จักคำนวร บำรูเป็นใคร?
หมาหรือคน? เขาฟาดฟันกับความยากจนและความทะเยอทะยานมาแสนสาหัส กว่าจะขึ้นมายืนกระทบไหล่เศรษฐีในฐานะเดียวกันกับเขา
(หรือกับมัน) ความสำเร็จของเขาประกอบด้วยความเพียรและอธรรม เพราะเขาจะหักเหลี่ยมและหักหลังคนทุกคนที่กีดขวาง
ขโมยจากทุกคนด้วยอุบายแห่งพาณิชย์และอย่างปราศจากเมตตา หิริโอตัปปะไม่เคยมีอยู่ในความคิดตลอดเวลาเหล่านั้น
คำนวร บำรูเป็นคนน่ากลัวมากที่สุดในเกือบทุกวงการ เป็นเจ้าของคำนวร
แอนด์ บำรู คัมปนี ลิมิเต็ดที่ดำเนินการหากำไรมหาศาล ธุรกิจในเถาเครือของเขาทอดยอดไปไกล
และอย่างสะพรั่งใบแข็งแรงงดงาม กิจการเดินรถประจำทางกว่ายี่สิบจังหวัด
(ตลบมาจากนายเอิบ พ่อตาผู้แก่เกินกว่าจะชิงไหวชิงพริบกับศัตรูทุกคน
และคำนวร บำรูได้เปรียบผู้อื่นเพราะเป็นศัตรูที่ใกล้ชิดกว่า) กิจการค้าแร่และยาง
(ใช้กระแสสะพัดของเงินและอิทธิพลทางการเมืองบีบบังคับให้เจ้าของเดิมจำนน)
กิจการภาพยนตร์ (เพราะนักสร้างผู้มีความสามารถมักจะสลบด้วยกลิ่นหอมร้ายกาจของเกสรดอกเบี้ย)
กิจการหนังสือพิมพ์ประเภทบันเทิงธุรกิจและแฟชั่น (เพราะคนหนุ่มมักกระตือรือร้นในการทำงานและเกียรติยศ
โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์เท่าที่ตนควรจะได้ ดังนั้นโอกาสสวยหรูย่อมเป็นของคำนวร
บำรูผู้ละโมบ) กิจการจัดสรรที่ดิน (จากความอยากได้ใคร่ดีของผู้คนที่ไม่เคยมีบ้านมีที่ดินส่วนตน)
และเขายังมีกิจการอื่นอีกมาก (ในการเป็นผู้รับใช้ที่ดีของเงินและเงิน
เพื่อเงิน) คำนวร บำรูจะซื้อทุกอย่างด้วยเงินเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือผู้คน
ตามความเชื่อที่ว่า คนทุกคนย่อมมีราคา ถ้าเดือนละหนึ่งหมื่นบาทน้อยไปสำหรับคนที่เปรื่องในวิชาชีพและมีความจำเป็นต้องใช้คนผู้นั้น
เขาจะเพิ่มอีกจนเหนือกว่าผู้รับคิดว่าควรจะได้รับ ถ้าแหวนเพชรสองกะรัตยังไม่ไสวพอสำหรับนักร้องเสียงสวาทผู้มีรอยยิ่มบนแก้มสะโพก
เขาย่อมจะใช้ความชำนาญกามกรีฑาประเมินว่าราคาของหล่อนจะเท่าไร เพื่อจะคลี่หล่อนจากเปลือกห่อแห่งความใคร่ได้
ตามความเชื่อนั้นเขาจึงหยิบสิ่งที่เรียกว่าชัยชนะมาไว้ได้ทุกหนด้วยความรู้สึกกระหยิ่มใจและทะนงยิ่งนัก
ฯลฯ จะมีใครก็มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เขาซื้อไม่ได้ คือพ่อกับแม่ ท่านทั้งสองปฏิเสธความช่วยเหลือด้วยประการทั้งปวง
และครองชีวิตอย่างยึดมั่นในความดีงาม สุขและสันโดษ และรังเกียจเงินสกปรก
ความวุ่นวายสับสนตามวิถีธุรกิจ
ประยุกต์มาจากไพรัชประเทศที่บรรจุความเจริญในทางอุตสาหกรรม (และบูชาวัตถุ)
นั้นทำให้คำนวร บำรูไม่มีเวลาเป็นของตัวเองมากนัก กว่าเขาจะเริ่มสงสัยว่ามนุษย์คืออะไร?
หรืออะไรคือชีวิต มันก็เกือบจะสายเสียแล้ว อนิจจา- เริ่มต้นด้วยอุไรเรือง
บำรู ของหย่าร้าง (ในขณะที่เขากำลังเพ้อคลั่งกับโครงการของนักธุรกิจหนุ่มบางคนจากสหรัฐฯ
เสนอให้พิจารณางานสร้างศูนย์การค้าที่ผนวกโรงแรม โรงละคร โบว์ลิ่ง
ค้อฟฟี่ช้อฟ แกลเลอรี่ และ ฯลฯ ไว้ด้วยกัน) ศาลบัญชาให้หล่อนเป็นผู้พิทักษ์ลูกสาวอายุหน้าขวบของเขา
คำนวร บำรูในนาฑีนั้นยักไหล่ เขาไม่เคยคิดว่ามีจิตผูกพันกับสายโลหิตของตนมากนัก
จนเมื่อทราบข่าวว่าเธอมีอุบัติเหตุจมน้ำตายที่น้ำตกสาริกา ตามต่อมาคือความตายของแม่-
ด้วยโรคชรา แล้วพ่อละเพศฆราวาสเข่าสู่อาณาจักรแห่งธรรม เที่ยวจาริกแสวงบุญไปยังหนไหนไม่เคยได้รู้บ้าง
ความตายเป็นสิ่งที่คำนวร บำรูไม่เคยคิดถึงมาก่อน จนเมื่อวันที่มองเห็นริ้วรอยของอายุสี่สิบหกบนใบหน้าอันเหน็ดเหนื่อย
ความโทมนัสเริ่มรบกวนทันทีจากนั้น ตามต่อมาอีด - เขาเจียนจะตกเป็นผู้ต้องหาคดีข่มขืนเยาวนารี
ตามแผนของกลุ่มศัตรูในวงพาณิชย์ บังเอิญอำนาจเงินช่วยไว้ได้ทันตามเคย
ผู้หญิงและผู้หญิงอีกหลายคนทำให้เกียรติยศ (ที่ซื้อมา) แปดเปื้อน เขาได้รับความผิดหวังจากผู้หญิงอีกหน
หล่อนสวยและเป็นผู้หญิงที่เขาหมายใจจะร่วมชีวิตด้วยอย่างแท้จริง ทว่าราคาของหล่อนถูกเหลือเกิน
หล่อนปรารถนาเพียงเดือนละสองพันกว่าบาท และเงินจำนวนเท่านั้นเป็นของพนักงานหนุ่มบางคนในธุรกิจของเขา
สองคนนั้นแต่งงานกันในทันทีเมื่อแว่วว่าเขาจะเอื้อมมือเข้าไปพราก เหมือนที่เคยทำกับผู้หญิงคนอื่น
ทุด! เขาโกรธแทบว่าจะฉีกสองคนนั้นให้เป็นชิ้น และคำนวร บำรูเริ่มได้คิดบ้างว่าเงินหาได้มีอำนาจเหนือคนบางคน
พร้อมกับสงสัยในความรัก
คำนวร บำรูได้รับความโทมนัสอีกมากมายจากนั้น
มีชีวิตอยู่อย่างไร้ญาติขาดเพื่อน ดังนั้นหลังจากการบรรจุศพอุไรเรือง
บำรูเมื่อผู้ซึ่งกว่าเขาจะรู้ว่ารักและต้องการหล่อนอย่างที่สุดก็ต่อเมื่อความตายช่วงชิงไปก่อน
เขาจึงหลีกหนีสังคมมาอยู่บ้านพักชายทะเลสงัด (กับคนใช้ที่พ่อเลี้ยงไว้ให้เป็นเพื่อนเล่นแต่เยาว์วัย
และคำนวร บำรูไม่เคยถือว่าเป็นเสมือนเพื่อน) ธุรกิจทุกแขนงวางคนไว้ตามตำแหน่งอย่างรัดกุมดีแล้ว
ไม่มีที่จะต้องวิตกกังวลและเขาไม่อยากวิตกกังวลเช่นกัน เขาเคยคิดอย่างฉงน
ถ้าบางคนคิดว่าตนเป็นเหยื่อของความยากจน ใครคนนั้นคงมารู้ละว่าไอ้คำนวร
บำรูเป็นเหยื่อของความมั่งคั่งที่โหดร้ายปานกัน เขาจึงใคร่อยู่อย่างว่า
ปิดประตูบ้านไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ฟังวิทยุ ไม่ดูโทรทัศน์และไม่ติดต่อกับผู้ใดทั้งสิ้น
ดื่มจัด และใช้ชีวิตแต่ละวันให้หมดไปกับการเล่นเรือ ตกปลา นอนเกลือกบนหาดทราย
หรือบางคราวขึ้นไปยิงสัตว์บนภูเขาหลังบ้าน ใช่- พยายามหลีกหนีชีวิตที่หมายถึงเงิน
การทรยศหักหลัง อำนาจ ความโทมนัส และผู้หญิง หรืออีกนัย คำนวร บำรูพยายามจะปฏิเสธความทุกข์ลักษณะของ
คำนวร บำรู
...................................
นานกว่าสิบแปดเดือน เย็นวานเขากลับจากตกปลา เห็นรถยนต์แบบสปอร์ทเทียบหน้าบ้าน
แล้วได้กลิ่นผิดจมูกทันทีเมื่อก้าวเข้าในห้องนั่งเล่น นั้นหมายถึงคนใช้ได้ขัดคำสั่งของเขาเป็นครั้งแรกที่ยินยอมให้ผู้หญิงเข้ามาวุ่น
ผาน เขาตะเบ็งเกือบตะโกน ไอ้นรกผาน!
เขาขึ้นไปบนภูเขาค่ะ หล่อนเยี่ยมหน้าออกมาทางประตูด้านติดกับห้องครัว
เห็นว่าจะไปตัดหน่อไม้รวกมาให้คุณ
เราเป็นใคร? คำนวร บำรูเกือบหลุดคำสบถ
คุณ...?
แดง รวี หล่อนขานชื่อและนามสกุล
ดิฉันเป็นดาราในสังกัดคำนวร ภาพยนตร์ของคุณ
ใครใช้ให้มาเพ่นพ่านที่นี่?
เขาไม่คิดว่าจำเป็นต้องสุภาพกับผู้บุกรุกเข้ามารบกวน
เปล่า หล่อนหลบสายตากราดเกรี้ยว
ดิฉันเคยผ่านมาทางนี้หลายหนและทราบว่าคุณอยู่ที่นี่ก็... ก็เลยอยากรู้ขึ้นมาว่าอะไรทำให้คุณหนีผู้คนมาอยู่ลำพัง
กิตติศัพท์ที่เคยได้ยิน และ...และตามความรู้สึกของดิฉันคุณไม่น่าจะเป็นผู้ชายแบบนี้ได้เลย
สาระแน เขาตวาด หล่อนจะเป็นใครก็ตาม
ดาราหรือฝุ่นละอองหรือกะหรี่คราวละห้าสิบบาทที่แผนกค้นหาจับมาขัดฉวีจนนวลผ่อง
หรือครูโรงเรียนตามชนบทที่ถูกพบว่ามีคุณสมบัติเด่นในการแสดง หรือแม้ผู้หญิงที่เคยได้ยินว่าเขาชอบให้แหวนเพชเป็นกำนัลกับทุกคนที่หมั่นปรนนิบัติให้สบในกามรส
และหล่อนใคร่ได้บ้าง
หล่อนจะเป็นใครก็ตาม โทสะเผาคำนวร
บำรูจนมือเทิ้มสั่น แล้วเหวี่ยงพวงปลาที่ตกมาได้เย็นนั้นทั้งลงบนพื้น
ถ้าความสาระแนของดิฉันทำให้คุณไม่พอใจจนหน้าย่น...
แดง รวีผ่อนเสียงเครือและเงยหน้ามองอย่างขอโทษเต็มความหมายของในตา
ดิฉันจะกลับเดี๋ยวนี้ค่ะ
เขามองหล่อนพินิจสองสามสี่ห้าหกนาฑีในพายุของความขุ่นเคือง
และยินเสียงคลื่นพ้อหาดมาเบื้องไกล และราวว่าโดนสะกดด้วยอาคมเร้นลับฉุดใจให้คลายคืน
เขามองเห็นสายน้ำอ่อนพลิ้วเยียบเย็นแห่งลำธารในดวงตาซื่อของหล่อน วงหน้าผุดผาดที่มีรอยเสงี่ยมเจียมตน
ริมฝีปากเหยียดบางอย่างว่าเชื่อมั่นในความคิด และจมูกดื้อรั้น กิริยายักเยื้องของหล่อนเหมือนสายลมอ่อนโชยชวยกระทบถึงหัวใจ
หัวใจอาฆาตแค้นผู้คนของผู้ใช้เงินเป็นอาญาสิทธิ์
ห่... เขาออกปากชวนหล่อนให้อยู่กินข้าวมื้อเย็นด้วยกัน
และคำนวร บำรูผู้ยิ่งยงได้ทะลึ่งอนุญาตให้หล่อนอยู่ค้างแรมด้วยจนกว่าจะถึงรุ่งขึ้น
เพราะเกรงอันตรายของการเดินทางลำพังเวลากลางคืน
จวนค่อนดึก ก่อนเขาจะทันหลับด้วยพิษเหล้า
ปรือตามองเห็นหล่อน เดินเข้ามาในห้อง และกลิ่นกายจรุงหอม
เข้ามาทำไม? เขาถามในกังวานย้อมโทสะ
จะอาอะไร?
จะอาจเอื้อมเกินไปไหมคะ? หล่อนพูดสะท้านและว่า
ดิฉันอยากได้คืนนี้ที่มีคุณ
แดง รวี เขาขานชื่อหล่อนเป็นหนแรกตั้งแต่ชั่วโมงที่พบกัน
ห่...คำนวรภาพยนตร์เขาจ้างคุณไว้เท่าไร?
มากพอที่ดิฉันจะไม่รบกวนให้คุณสั่งจ่ายเช้คหรืออะไรทั้งนั้น...
หล่อนเอื้อนประโยคเหมือนยินคำสั่งผู้กำกับการแสดงตะโกนมาจากหลังกล้องถ่าย
ให้เติมความรู้สึกในคำพูด ที่คุณเคยให้ผู้หญิงอื่น
เขารู้สึกเลือดฉีดพลั่งทั่วเรือนกายในผ้าห่มแพรผืนบาง
หล่อนกรายมาจนทรวงอกแนบใบหน้า เงาของหล่อนบดยังทั้งหมดที่เขาจะมองเห็นในห้องนั้น
ริมฝีปากชื้นของหล่อน
คุณคนเหงา ยินหล่อนกระซิบบนแผ่นอกกำยำของชายอายุสี่สิบหกที่ยังไม่สึกกร่อนและเนื้อยังไม่ฟ่าม
ดิฉันไม่สวยมาก ไม่มากกว่าผู้หญิงคนอื่นของคุณ แต่ถ้าคุณจะมีความสุขบ้าง...ดิฉันชื่นใจ
ผม...
ไม่ - ไม่ต้องบอกค่ะ ดิฉันรู้
แน่นอน คำนวร บำรูกับหล่อนย่อมรู้ว่าจะเริ่มเล่นรักบทไหน
บนปลายลิ้นหรือบนโนมเนื้อบั้นไหน เขายินยอมให้เปลวไฟเสน่หาไหม้ลายเลียบนผิวปรกขน
และหล่อน...ได้ครวญ
แดง รวีจากไปก่อนเขาตื่น หล่อนไม่ทิ้งกางเกงในไว้ให้มีอารมณ์ถวิลเหมือนผู้หญิงคนอื่น
หรือไม่เขียนจดหมายลาในสำนวนคลื่นเหียน
.........................................
หัวใจของเขาทำหน้าที่ป่วนกระสัน หลังเวลากาแฟ คำนวร
บำรูสั่งให้ผานจัดของและเตรียมรถยนตร์กลับกรุงเทพฯ
ผู้หญิงคืนวานนั้น แดง รวี หล่อนจะเป็นใครก็ตาม
นรกขุมไหนส่งหล่อนมา การสาระแนของหล่อนทำให้เขาตระหนักว่าได้หนีชีวิตที่หมายถึงเงิน
การทรยศหักลัง ความโทมนัสและการประเวณีนานจนเกินเพียงพอแล้วละ... คนบางคนหนีความยากจนไม่พ้น
คนริยำบางคนจะหนีความมั่งคั่งและบาปไม่พ้นเช่นเดียวกัน และคำนวร บำรูไม่อาจปฏิเสธความทุกข์ลักษณะของคำนวร
บำรูได้เลย
ชายอายุสี่สิบหกในเบื้องที่สองของการกลับมาผจญชีวิต
ยังประพฤติการณ์ร้ายแรงจนแม้แต่เขารู้สึกตกใจกลัว...เขาทะลึ่งเชื่อว่าเขามีความรัก
เขาใช้เวลาเพียง 2 นาฑีตัดสินใจโทรศัพท์เรียกหล่อนจากแผนกภาพยนตร์และมอบหน้าที่การเป็นเมียให้
เขาหาได้มีสังหรณ์บ้างเลยว่า
2 นาฑีนั้นจะเป็นต้นขบวนของความยุ่งยาก
แต่มันก็เป็น 2 นาฑีที่มีประโยชน์เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งควรจะพึงมีพึงได้
............................................
กรุงเทพฯเริ่มมองไม่เห็นเขาอีกวาระ เขาขังตัวเองกับแดง
รวีไว้ในบ้านที่มีความรักเป็นลมหายใจ เพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้นเขาจะอนุญาตให้ผู้ใต้บงการในระดับบริหารของคำนวร
แอนด์ บำรู คัมปนี ลิมิเต็ดได้เข้าพบบ้าง และอย่างจำกัดเวลาเคร่งครัด
และ(เท่าที่จำเป็นเหมือนกัน) เขาสั่งงานทางโทรศัพท์ หรือโดยแถบบันทึกเสียง
คำนวร บำรูรู้สึกมีความสุขกับการเกียจคร้าน
เขาเคยระแวงหัวใจตนบ้างเหมือนกันในบางขณะที่เผลอนั่งมองแสงแดดห่อเวลากลาวันด้วยความหลงใหล
ในเวลากลางคืนเขาแหงนมองดาวด้วยความรู้สึกว่าน่าจะเอื้อมมือหยิบมาลูบชมเล่นได้
แดง รวี เขาแนบกายกับหล่อนพลางคิดว่า
กลีบเนื้อละไมเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่บางสภาวะของความรู้สึกเท่านั้น
ความเป็นแดง รวีแห่งแดง รวีนั้นต่างหากคือความปรารถนาที่เขาหมายถึงอย่างรางเลือนและยังด้นไปไม่ถึง
ความเป็นผู้ยิ่งยงของคำนวร บำรูจะสั่นสะเทือนด้วยความรู้สึกของคำนวร
บำรูหรือ?
...............................................
13 ธันวาคม 2512 มีความวิปริตทางร่างกาย แพทย์ไม่น้อยกว่าห้าคนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความสามารถในกาค้นหาความปรวนแปรในการทำงานแห่งกลไกเนื้อมนุษย์
ประชุมกันเคร่งเครียดก่อนลงความเห็นได้แน่นอนว่าคำนวร บำรูเป็นโรคใหม่ที่เพิ่งค้นพบได้เป็นรายแรกในกรุงเทพฯ
เป็นโรคไม่ติดต่อกันได้ด้วยเชื้อน้ำลายหรือการใช้อวัยวะเพศร่วมกัน
หรือไม่ระบาดโดยอาศัยความหิวเป็นพาหนะ โอกาสจะเป็นโรคนี้จึงมีได้แก่ทั้งบรมเศรษฐีและคนยากจน
เป็นโรคที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเป็น - ถ้าไอ้โรคนั้นมันอนุญาต แพทย์ถกเถียงกันรุนแรงว่าควรจะให้เกียรติแก่คณะของตนที่ค้นพบหรือจะให้กับคำนวร
บำรูผู้เป็นเจ้าของโรค
มันเป็นโรครักษาไม่หาย
ค็อมพิวเต้อร์จึงทำหน้าที่คำนวณหาวันตายให้คำนวร
บำรู
20 พฤษภาคม พ.ศ. 2513
ยังเหลือเวลาอีกหกเดือนเชียวหรือ?
ผู้ยิ่งยงอุทาน เขาต้อนรับกำหนดวันตายด้วยยิ้มขรึม ผานโว้ย! ไอ้นรกผาน!
เปิดแชมเพญมาแดกกัน
คนใช้ผู้ให้ความรักนายทั้งอย่างเป็นนายและเป็นเพื่อนรีบจัดแจงให้ตามบงการ
พาร์ตี้สมโภชกำหนดวันตายอย่างเป็นการภายในค่อนข้างวังเวง บางคนเหม็นคาวไข่ปลาคาเวียร์จนต้องบ้วนทิ้ง
- ทั้งที่วันวานเคยกินมันอย่างตะกลาม ทุกคนรู้สึกเศร้า เว้นไว้แต่เจ้าบ้านหรือเจ้าของวันตาย
ไม่มีใครเข้าใจความนึกคิดของเขา คำนวร บำรูหวิดเตะแดง รวี เพราะหล่อนร้องไห้ทุกนาฑี
มองเห็นน้ำตาพรากบนใบหน้าหล่อน
- แล้วเขาสงสัย
มันเป็นความสงสัยเดียวกันกับที่เคยมีหลังจากการตายของอุไรเรือง
บำรูเมียคนแรก เขาลืมความสงสัยนั้นแล้วหลังจากมีแดง รวี ครั้นมาถึงวาระที่รู้วันตายของตน
ความรู้สึกนั้นถลันกลับมาอีกและรุนแรงจนปวดร้าว
พรายแชมเพญดิ้นพล่านในแก้วโฉมอรชร
คำนวร บำรูสงสัยอย่างยิ่งว่าอะไรคือชีวิต?
เขาบ้วนน้ำลายลงในน้ำเหล้าราคาแพงบัดซบนั้น
นิ่งมองฟองมันแปรปนกับสีอำพันจางของรสฝาดแซมเปรี้ยวอย่างมีเสน่ห์ เบือนหน้ามองพรากน้ำตาบนใบหน้าหล่อน
เขาสาบานกับตัวเองว่าจะใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่ของชีวิตค้นหาว่าหล่อนเป็นใคร?
แดง รวี
|