Rong Wongsawan
แดง รวี >> สร้อยบท

สร้อยบท

ความมั่งคั่งจะทำให้ผู้ชายบางคนมีความสุขก็หาไม่ (จริงหรือ?) และดังนั้น ชื่อของคำนวร บำรู จึงหล่นบรรทัดในคอลัมน์ข่าวสังคมกรุงเทพฯ เป็นเวลานานกว่าสิบแปดเดือน หลังจากการบรรจุศพอุไรเรือง บำรู เมียรัก วิทยาการแพทย์คงจะอธิบายได้หลายสิบหน้ากระดาษถึงโรคร้ายที่พรากชีวิตหล่อน สำหรับเขา เพียงประโยคเดียวเท่านั้น -- หล่อนตรอมใจ เพราะคำนวร บำรู เป็นผัวริยำหาไหนไม่เหมือน (หรือเลวไม่มีที่ติ) เขาห่างเหินหล่อนและสำส่อน ตัณหาของผู้ชายคนนี้รุนแรงนัก ทั้งส่วนที่เป็นความเย้ายวนของเงิน อำนาจและเฉลาโฉมแห่งอิสตรี เขาเป็นคนพันธุ์นั้น ยี่สิบปีก่อนไม่เคยมีใครรู้จักคำนวร บำรูเป็นใคร? หมาหรือคน? เขาฟาดฟันกับความยากจนและความทะเยอทะยานมาแสนสาหัส กว่าจะขึ้นมายืนกระทบไหล่เศรษฐีในฐานะเดียวกันกับเขา (หรือกับมัน) ความสำเร็จของเขาประกอบด้วยความเพียรและอธรรม เพราะเขาจะหักเหลี่ยมและหักหลังคนทุกคนที่กีดขวาง ขโมยจากทุกคนด้วยอุบายแห่งพาณิชย์และอย่างปราศจากเมตตา หิริโอตัปปะไม่เคยมีอยู่ในความคิดตลอดเวลาเหล่านั้น คำนวร บำรูเป็นคนน่ากลัวมากที่สุดในเกือบทุกวงการ เป็นเจ้าของคำนวร แอนด์ บำรู คัมปนี ลิมิเต็ดที่ดำเนินการหากำไรมหาศาล ธุรกิจในเถาเครือของเขาทอดยอดไปไกล และอย่างสะพรั่งใบแข็งแรงงดงาม กิจการเดินรถประจำทางกว่ายี่สิบจังหวัด (ตลบมาจากนายเอิบ พ่อตาผู้แก่เกินกว่าจะชิงไหวชิงพริบกับศัตรูทุกคน และคำนวร บำรูได้เปรียบผู้อื่นเพราะเป็นศัตรูที่ใกล้ชิดกว่า) กิจการค้าแร่และยาง (ใช้กระแสสะพัดของเงินและอิทธิพลทางการเมืองบีบบังคับให้เจ้าของเดิมจำนน) กิจการภาพยนตร์ (เพราะนักสร้างผู้มีความสามารถมักจะสลบด้วยกลิ่นหอมร้ายกาจของเกสรดอกเบี้ย) กิจการหนังสือพิมพ์ประเภทบันเทิงธุรกิจและแฟชั่น (เพราะคนหนุ่มมักกระตือรือร้นในการทำงานและเกียรติยศ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์เท่าที่ตนควรจะได้ ดังนั้นโอกาสสวยหรูย่อมเป็นของคำนวร บำรูผู้ละโมบ) กิจการจัดสรรที่ดิน (จากความอยากได้ใคร่ดีของผู้คนที่ไม่เคยมีบ้านมีที่ดินส่วนตน) และเขายังมีกิจการอื่นอีกมาก (ในการเป็นผู้รับใช้ที่ดีของเงินและเงิน เพื่อเงิน) คำนวร บำรูจะซื้อทุกอย่างด้วยเงินเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือผู้คน ตามความเชื่อที่ว่า คนทุกคนย่อมมีราคา ถ้าเดือนละหนึ่งหมื่นบาทน้อยไปสำหรับคนที่เปรื่องในวิชาชีพและมีความจำเป็นต้องใช้คนผู้นั้น เขาจะเพิ่มอีกจนเหนือกว่าผู้รับคิดว่าควรจะได้รับ ถ้าแหวนเพชรสองกะรัตยังไม่ไสวพอสำหรับนักร้องเสียงสวาทผู้มีรอยยิ่มบนแก้มสะโพก เขาย่อมจะใช้ความชำนาญกามกรีฑาประเมินว่าราคาของหล่อนจะเท่าไร เพื่อจะคลี่หล่อนจากเปลือกห่อแห่งความใคร่ได้ ตามความเชื่อนั้นเขาจึงหยิบสิ่งที่เรียกว่าชัยชนะมาไว้ได้ทุกหนด้วยความรู้สึกกระหยิ่มใจและทะนงยิ่งนัก ฯลฯ จะมีใครก็มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เขาซื้อไม่ได้ คือพ่อกับแม่ ท่านทั้งสองปฏิเสธความช่วยเหลือด้วยประการทั้งปวง และครองชีวิตอย่างยึดมั่นในความดีงาม สุขและสันโดษ และรังเกียจเงินสกปรก

       ความวุ่นวายสับสนตามวิถีธุรกิจ ประยุกต์มาจากไพรัชประเทศที่บรรจุความเจริญในทางอุตสาหกรรม (และบูชาวัตถุ) นั้นทำให้คำนวร บำรูไม่มีเวลาเป็นของตัวเองมากนัก กว่าเขาจะเริ่มสงสัยว่ามนุษย์คืออะไร? หรืออะไรคือชีวิต มันก็เกือบจะสายเสียแล้ว อนิจจา- เริ่มต้นด้วยอุไรเรือง บำรู ของหย่าร้าง (ในขณะที่เขากำลังเพ้อคลั่งกับโครงการของนักธุรกิจหนุ่มบางคนจากสหรัฐฯ เสนอให้พิจารณางานสร้างศูนย์การค้าที่ผนวกโรงแรม โรงละคร โบว์ลิ่ง ค้อฟฟี่ช้อฟ แกลเลอรี่ และ ฯลฯ ไว้ด้วยกัน) ศาลบัญชาให้หล่อนเป็นผู้พิทักษ์ลูกสาวอายุหน้าขวบของเขา คำนวร บำรูในนาฑีนั้นยักไหล่ เขาไม่เคยคิดว่ามีจิตผูกพันกับสายโลหิตของตนมากนัก จนเมื่อทราบข่าวว่าเธอมีอุบัติเหตุจมน้ำตายที่น้ำตกสาริกา ตามต่อมาคือความตายของแม่- ด้วยโรคชรา แล้วพ่อละเพศฆราวาสเข่าสู่อาณาจักรแห่งธรรม เที่ยวจาริกแสวงบุญไปยังหนไหนไม่เคยได้รู้บ้าง ความตายเป็นสิ่งที่คำนวร บำรูไม่เคยคิดถึงมาก่อน จนเมื่อวันที่มองเห็นริ้วรอยของอายุสี่สิบหกบนใบหน้าอันเหน็ดเหนื่อย ความโทมนัสเริ่มรบกวนทันทีจากนั้น ตามต่อมาอีด - เขาเจียนจะตกเป็นผู้ต้องหาคดีข่มขืนเยาวนารี ตามแผนของกลุ่มศัตรูในวงพาณิชย์ บังเอิญอำนาจเงินช่วยไว้ได้ทันตามเคย ผู้หญิงและผู้หญิงอีกหลายคนทำให้เกียรติยศ (ที่ซื้อมา) แปดเปื้อน เขาได้รับความผิดหวังจากผู้หญิงอีกหน หล่อนสวยและเป็นผู้หญิงที่เขาหมายใจจะร่วมชีวิตด้วยอย่างแท้จริง ทว่าราคาของหล่อนถูกเหลือเกิน หล่อนปรารถนาเพียงเดือนละสองพันกว่าบาท และเงินจำนวนเท่านั้นเป็นของพนักงานหนุ่มบางคนในธุรกิจของเขา สองคนนั้นแต่งงานกันในทันทีเมื่อแว่วว่าเขาจะเอื้อมมือเข้าไปพราก เหมือนที่เคยทำกับผู้หญิงคนอื่น ทุด! เขาโกรธแทบว่าจะฉีกสองคนนั้นให้เป็นชิ้น และคำนวร บำรูเริ่มได้คิดบ้างว่าเงินหาได้มีอำนาจเหนือคนบางคน
       พร้อมกับสงสัยในความรัก
       คำนวร บำรูได้รับความโทมนัสอีกมากมายจากนั้น มีชีวิตอยู่อย่างไร้ญาติขาดเพื่อน ดังนั้นหลังจากการบรรจุศพอุไรเรือง บำรูเมื่อผู้ซึ่งกว่าเขาจะรู้ว่ารักและต้องการหล่อนอย่างที่สุดก็ต่อเมื่อความตายช่วงชิงไปก่อน เขาจึงหลีกหนีสังคมมาอยู่บ้านพักชายทะเลสงัด (กับคนใช้ที่พ่อเลี้ยงไว้ให้เป็นเพื่อนเล่นแต่เยาว์วัย และคำนวร บำรูไม่เคยถือว่าเป็นเสมือนเพื่อน) ธุรกิจทุกแขนงวางคนไว้ตามตำแหน่งอย่างรัดกุมดีแล้ว ไม่มีที่จะต้องวิตกกังวลและเขาไม่อยากวิตกกังวลเช่นกัน เขาเคยคิดอย่างฉงน ถ้าบางคนคิดว่าตนเป็นเหยื่อของความยากจน ใครคนนั้นคงมารู้ละว่าไอ้คำนวร บำรูเป็นเหยื่อของความมั่งคั่งที่โหดร้ายปานกัน เขาจึงใคร่อยู่อย่างว่า ปิดประตูบ้านไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ฟังวิทยุ ไม่ดูโทรทัศน์และไม่ติดต่อกับผู้ใดทั้งสิ้น ดื่มจัด และใช้ชีวิตแต่ละวันให้หมดไปกับการเล่นเรือ ตกปลา นอนเกลือกบนหาดทราย หรือบางคราวขึ้นไปยิงสัตว์บนภูเขาหลังบ้าน ใช่- พยายามหลีกหนีชีวิตที่หมายถึงเงิน การทรยศหักหลัง อำนาจ ความโทมนัส และผู้หญิง หรืออีกนัย คำนวร บำรูพยายามจะปฏิเสธความทุกข์ลักษณะของ คำนวร บำรู

...................................

นานกว่าสิบแปดเดือน เย็นวานเขากลับจากตกปลา เห็นรถยนต์แบบสปอร์ทเทียบหน้าบ้าน แล้วได้กลิ่นผิดจมูกทันทีเมื่อก้าวเข้าในห้องนั่งเล่น นั้นหมายถึงคนใช้ได้ขัดคำสั่งของเขาเป็นครั้งแรกที่ยินยอมให้ผู้หญิงเข้ามาวุ่น
       “ผาน” เขาตะเบ็งเกือบตะโกน “ไอ้นรกผาน!”
       “เขาขึ้นไปบนภูเขาค่ะ” หล่อนเยี่ยมหน้าออกมาทางประตูด้านติดกับห้องครัว “เห็นว่าจะไปตัดหน่อไม้รวกมาให้คุณ”
       “เราเป็นใคร?” คำนวร บำรูเกือบหลุดคำสบถ “คุณ...?”
       “แดง รวี” หล่อนขานชื่อและนามสกุล “ดิฉันเป็นดาราในสังกัดคำนวร ภาพยนตร์ของคุณ”
       “ใครใช้ให้มาเพ่นพ่านที่นี่?” เขาไม่คิดว่าจำเป็นต้องสุภาพกับผู้บุกรุกเข้ามารบกวน
       “เปล่า” หล่อนหลบสายตากราดเกรี้ยว “ดิฉันเคยผ่านมาทางนี้หลายหนและทราบว่าคุณอยู่ที่นี่ก็... ก็เลยอยากรู้ขึ้นมาว่าอะไรทำให้คุณหนีผู้คนมาอยู่ลำพัง กิตติศัพท์ที่เคยได้ยิน และ...และตามความรู้สึกของดิฉันคุณไม่น่าจะเป็นผู้ชายแบบนี้ได้เลย”
       “สาระแน” เขาตวาด หล่อนจะเป็นใครก็ตาม ดาราหรือฝุ่นละอองหรือกะหรี่คราวละห้าสิบบาทที่แผนกค้นหาจับมาขัดฉวีจนนวลผ่อง หรือครูโรงเรียนตามชนบทที่ถูกพบว่ามีคุณสมบัติเด่นในการแสดง หรือแม้ผู้หญิงที่เคยได้ยินว่าเขาชอบให้แหวนเพชเป็นกำนัลกับทุกคนที่หมั่นปรนนิบัติให้สบในกามรส และหล่อนใคร่ได้บ้าง
       หล่อนจะเป็นใครก็ตาม โทสะเผาคำนวร บำรูจนมือเทิ้มสั่น แล้วเหวี่ยงพวงปลาที่ตกมาได้เย็นนั้นทั้งลงบนพื้น
       “ถ้าความสาระแนของดิฉันทำให้คุณไม่พอใจจนหน้าย่น...” แดง รวีผ่อนเสียงเครือและเงยหน้ามองอย่างขอโทษเต็มความหมายของในตา “ดิฉันจะกลับเดี๋ยวนี้ค่ะ”
       เขามองหล่อนพินิจสองสามสี่ห้าหกนาฑีในพายุของความขุ่นเคือง และยินเสียงคลื่นพ้อหาดมาเบื้องไกล และราวว่าโดนสะกดด้วยอาคมเร้นลับฉุดใจให้คลายคืน เขามองเห็นสายน้ำอ่อนพลิ้วเยียบเย็นแห่งลำธารในดวงตาซื่อของหล่อน วงหน้าผุดผาดที่มีรอยเสงี่ยมเจียมตน ริมฝีปากเหยียดบางอย่างว่าเชื่อมั่นในความคิด และจมูกดื้อรั้น กิริยายักเยื้องของหล่อนเหมือนสายลมอ่อนโชยชวยกระทบถึงหัวใจ
       หัวใจอาฆาตแค้นผู้คนของผู้ใช้เงินเป็นอาญาสิทธิ์ ห่... เขาออกปากชวนหล่อนให้อยู่กินข้าวมื้อเย็นด้วยกัน
       และคำนวร บำรูผู้ยิ่งยงได้ทะลึ่งอนุญาตให้หล่อนอยู่ค้างแรมด้วยจนกว่าจะถึงรุ่งขึ้น เพราะเกรงอันตรายของการเดินทางลำพังเวลากลางคืน
       จวนค่อนดึก ก่อนเขาจะทันหลับด้วยพิษเหล้า ปรือตามองเห็นหล่อน เดินเข้ามาในห้อง และกลิ่นกายจรุงหอม
       “เข้ามาทำไม?” เขาถามในกังวานย้อมโทสะ “จะอาอะไร?”
       “จะอาจเอื้อมเกินไปไหมคะ?” หล่อนพูดสะท้านและว่า “ดิฉันอยากได้คืนนี้ที่มีคุณ”
       “แดง รวี” เขาขานชื่อหล่อนเป็นหนแรกตั้งแต่ชั่วโมงที่พบกัน “ห่...คำนวรภาพยนตร์เขาจ้างคุณไว้เท่าไร?”
       “มากพอที่ดิฉันจะไม่รบกวนให้คุณสั่งจ่ายเช้คหรืออะไรทั้งนั้น...” หล่อนเอื้อนประโยคเหมือนยินคำสั่งผู้กำกับการแสดงตะโกนมาจากหลังกล้องถ่าย ให้เติมความรู้สึกในคำพูด “ที่คุณเคยให้ผู้หญิงอื่น”
       เขารู้สึกเลือดฉีดพลั่งทั่วเรือนกายในผ้าห่มแพรผืนบาง หล่อนกรายมาจนทรวงอกแนบใบหน้า เงาของหล่อนบดยังทั้งหมดที่เขาจะมองเห็นในห้องนั้น
       ริมฝีปากชื้นของหล่อน
       “คุณคนเหงา” ยินหล่อนกระซิบบนแผ่นอกกำยำของชายอายุสี่สิบหกที่ยังไม่สึกกร่อนและเนื้อยังไม่ฟ่าม “ดิฉันไม่สวยมาก ไม่มากกว่าผู้หญิงคนอื่นของคุณ แต่ถ้าคุณจะมีความสุขบ้าง...ดิฉันชื่นใจ”
       “ผม...”
       “ไม่ - ไม่ต้องบอกค่ะ ดิฉันรู้”
       แน่นอน คำนวร บำรูกับหล่อนย่อมรู้ว่าจะเริ่มเล่นรักบทไหน บนปลายลิ้นหรือบนโนมเนื้อบั้นไหน เขายินยอมให้เปลวไฟเสน่หาไหม้ลายเลียบนผิวปรกขน
       และหล่อน...ได้ครวญ
       แดง รวีจากไปก่อนเขาตื่น หล่อนไม่ทิ้งกางเกงในไว้ให้มีอารมณ์ถวิลเหมือนผู้หญิงคนอื่น หรือไม่เขียนจดหมายลาในสำนวนคลื่นเหียน
.........................................

หัวใจของเขาทำหน้าที่ป่วนกระสัน หลังเวลากาแฟ คำนวร บำรูสั่งให้ผานจัดของและเตรียมรถยนตร์กลับกรุงเทพฯ
       ผู้หญิงคืนวานนั้น แดง รวี หล่อนจะเป็นใครก็ตาม นรกขุมไหนส่งหล่อนมา การสาระแนของหล่อนทำให้เขาตระหนักว่าได้หนีชีวิตที่หมายถึงเงิน การทรยศหักลัง ความโทมนัสและการประเวณีนานจนเกินเพียงพอแล้วละ... คนบางคนหนีความยากจนไม่พ้น คนริยำบางคนจะหนีความมั่งคั่งและบาปไม่พ้นเช่นเดียวกัน และคำนวร บำรูไม่อาจปฏิเสธความทุกข์ลักษณะของคำนวร บำรูได้เลย
       ชายอายุสี่สิบหกในเบื้องที่สองของการกลับมาผจญชีวิต ยังประพฤติการณ์ร้ายแรงจนแม้แต่เขารู้สึกตกใจกลัว...เขาทะลึ่งเชื่อว่าเขามีความรัก เขาใช้เวลาเพียง 2 นาฑีตัดสินใจโทรศัพท์เรียกหล่อนจากแผนกภาพยนตร์และมอบหน้าที่การเป็นเมียให้
       เขาหาได้มีสังหรณ์บ้างเลยว่า 2 นาฑีนั้นจะเป็นต้นขบวนของความยุ่งยาก
       แต่มันก็เป็น 2 นาฑีที่มีประโยชน์เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งควรจะพึงมีพึงได้
............................................

กรุงเทพฯเริ่มมองไม่เห็นเขาอีกวาระ เขาขังตัวเองกับแดง รวีไว้ในบ้านที่มีความรักเป็นลมหายใจ เพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้นเขาจะอนุญาตให้ผู้ใต้บงการในระดับบริหารของคำนวร แอนด์ บำรู คัมปนี ลิมิเต็ดได้เข้าพบบ้าง และอย่างจำกัดเวลาเคร่งครัด และ(เท่าที่จำเป็นเหมือนกัน) เขาสั่งงานทางโทรศัพท์ หรือโดยแถบบันทึกเสียง คำนวร บำรูรู้สึกมีความสุขกับการเกียจคร้าน
       เขาเคยระแวงหัวใจตนบ้างเหมือนกันในบางขณะที่เผลอนั่งมองแสงแดดห่อเวลากลาวันด้วยความหลงใหล
       ในเวลากลางคืนเขาแหงนมองดาวด้วยความรู้สึกว่าน่าจะเอื้อมมือหยิบมาลูบชมเล่นได้
       แดง รวี เขาแนบกายกับหล่อนพลางคิดว่า กลีบเนื้อละไมเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่บางสภาวะของความรู้สึกเท่านั้น ความเป็นแดง รวีแห่งแดง รวีนั้นต่างหากคือความปรารถนาที่เขาหมายถึงอย่างรางเลือนและยังด้นไปไม่ถึง
       ความเป็นผู้ยิ่งยงของคำนวร บำรูจะสั่นสะเทือนด้วยความรู้สึกของคำนวร บำรูหรือ?
...............................................

13 ธันวาคม 2512 มีความวิปริตทางร่างกาย แพทย์ไม่น้อยกว่าห้าคนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความสามารถในกาค้นหาความปรวนแปรในการทำงานแห่งกลไกเนื้อมนุษย์ ประชุมกันเคร่งเครียดก่อนลงความเห็นได้แน่นอนว่าคำนวร บำรูเป็นโรคใหม่ที่เพิ่งค้นพบได้เป็นรายแรกในกรุงเทพฯ เป็นโรคไม่ติดต่อกันได้ด้วยเชื้อน้ำลายหรือการใช้อวัยวะเพศร่วมกัน หรือไม่ระบาดโดยอาศัยความหิวเป็นพาหนะ โอกาสจะเป็นโรคนี้จึงมีได้แก่ทั้งบรมเศรษฐีและคนยากจน เป็นโรคที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเป็น - ถ้าไอ้โรคนั้นมันอนุญาต แพทย์ถกเถียงกันรุนแรงว่าควรจะให้เกียรติแก่คณะของตนที่ค้นพบหรือจะให้กับคำนวร บำรูผู้เป็นเจ้าของโรค
       มันเป็นโรครักษาไม่หาย
       ค็อมพิวเต้อร์จึงทำหน้าที่คำนวณหาวันตายให้คำนวร บำรู
       20 พฤษภาคม พ.ศ. 2513
       “ยังเหลือเวลาอีกหกเดือนเชียวหรือ?” ผู้ยิ่งยงอุทาน เขาต้อนรับกำหนดวันตายด้วยยิ้มขรึม “ผานโว้ย! ไอ้นรกผาน! เปิดแชมเพญมาแดกกัน”
       คนใช้ผู้ให้ความรักนายทั้งอย่างเป็นนายและเป็นเพื่อนรีบจัดแจงให้ตามบงการ พาร์ตี้สมโภชกำหนดวันตายอย่างเป็นการภายในค่อนข้างวังเวง บางคนเหม็นคาวไข่ปลาคาเวียร์จนต้องบ้วนทิ้ง - ทั้งที่วันวานเคยกินมันอย่างตะกลาม ทุกคนรู้สึกเศร้า เว้นไว้แต่เจ้าบ้านหรือเจ้าของวันตาย ไม่มีใครเข้าใจความนึกคิดของเขา คำนวร บำรูหวิดเตะแดง รวี เพราะหล่อนร้องไห้ทุกนาฑี
       มองเห็นน้ำตาพรากบนใบหน้าหล่อน - แล้วเขาสงสัย
       มันเป็นความสงสัยเดียวกันกับที่เคยมีหลังจากการตายของอุไรเรือง บำรูเมียคนแรก เขาลืมความสงสัยนั้นแล้วหลังจากมีแดง รวี ครั้นมาถึงวาระที่รู้วันตายของตน ความรู้สึกนั้นถลันกลับมาอีกและรุนแรงจนปวดร้าว
       พรายแชมเพญดิ้นพล่านในแก้วโฉมอรชร คำนวร บำรูสงสัยอย่างยิ่งว่าอะไรคือชีวิต?
       เขาบ้วนน้ำลายลงในน้ำเหล้าราคาแพงบัดซบนั้น นิ่งมองฟองมันแปรปนกับสีอำพันจางของรสฝาดแซมเปรี้ยวอย่างมีเสน่ห์ เบือนหน้ามองพรากน้ำตาบนใบหน้าหล่อน เขาสาบานกับตัวเองว่าจะใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่ของชีวิตค้นหาว่าหล่อนเป็นใคร?
       แดง รวี

 

 


 

^ TOP
Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2003-2006 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด นั้นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง
โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ลอกเลียน ทำซ้ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต