|
คืนวันที่ 32 พฤษภาคม 2512 กรุงเทพและฝาท่อที่เปิดทิ้งไว้ริมถนนมองเห็นชายผู้นั้นเดิมยืนพิงต้นมะม่วง
เขาถอนใจเศร้าราวกับเป็นการแสดงบนเวทีตามลีลาของตนตรีไร้ทำนอง และในบทบาทของผู้ผิดหวัง
ใช่ - เขาเป็นนักแสดงละคร
"วันนี้เป็นวันเกิดของผม"
เขาแหงนมองบอกนกโผบินบนอากาศ
"เป็นวันคล้ายวันเกิดต่างหาก"
เขาบอกขอทานหูหนวกผู้มีท่ายโสราวกับนักนิรุกติศาสตร์
"ถุย! มันเป็นวันที่ผมชิงหมามันเกิดออกมได้อย่างหวุดหวิดหรอกโว๊ย"
นักแสดงละครบอกกับหมาโซที่เดินผ่านมา "ขอโทษนะคุณ"
พลางถอนใจเศร้าอีกเยือก และคิดว่าควรจะทำอย่างไรบ้างในวันที่น่าจะเป็นมงคลอย่างวันนี้
เขาคิดว่าเขาน่าจะอาบน้ำ เพราะไม่เคยอาบมาถึงสองเดือนแล้ว แต่เขานึกรักคาบไคลที่จับอยู่ตามกกหูและเอ็นร้อยหวายเหลือเกิน
จึงเปลี่ยนใจ
หรือจะตัดผม? มันยาวสลวยประบนไหล่เหมือนน้ำตกบิดเกลียวฟอกโขดเขิน
เขาเปลี่ยนใจอีกหน มันผิดบาปอย่างไรหรือถ้าเขาจะไว้ผมยาวอย่างานั้น
ศาสดาบางองค์และปราชญ์หลายคนก็หาได้เคยตัดผม -- นี่หว่า แล้วเขาจึงเดินกรายผ่านร้ายตัดผมอย่างไม่ครั่นคร้ามกับสายตาของาช่างตัดผมที่มองมาอย่างคาดโทษ
อย่างเหยียดหยามราวเขาเป็นใส้เดือนที่บังเอิญมีตีน
"ผมควรจะทำอะไรกับวันบัดซบนี้บ้าง?"
เขาหันถามฝูงแมลงวันที่บินพรูขึ้นมาจากเปลือกทุเรียน
สองทุ่มสิบห้าของคืนวันที่ 32 พฤษภาคม 2512 นั้น นักแสดงละครเร้นกายเข้ามาในห้องคับแคบเหมือนโลงผีบนตึกชั้นที่สิบสาม
เขามองโทรศัพท์อย่างรวนเร
แล้วเขาจึงหมุนหมายเลขถึงเพื่อนบางคนที่เขาแน่ใจว่าจะไม่โดนตวาดย้อนกลับมา
เพื่อนและเพื่อนและเพื่อนที่เขารักและคิดถึง คนเหล่านั้นน่าจะได้มาร่วมในงานเถลิงวันเกิดของเขา
-- ไม่ใช่หรือ?
แล้วเขาเบือนสายตามองความมืดนอกบานหน้าต่าง และอย่างจะค้นหาอะไรบางอย่างในนั้น
ค้นหาอะไร?
"สิ่งที่มันไม่มี"
เขาบอกับจิ้งจกบนผนัง
ใช่ -- เขาหมายความตามนั้น เขาเพียรจะค้นหาสิ่งที่ไม่มี
มันเป็นกิริยาและความนึกคิดของคนบ้า แต่เขาคิดว่ามันเป็นปรัชญา เขาใคร่จะกระซิบบอกใครสักคนถึงความปรารถนานั้น
ใครคนนั้นควรจะเป็นหญิงคนรัก
เขารู้สึกเป็นสุขกับการค้นหาสิ่งที่ไม่มี
มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับเอื้อมมืองมหาความสุขบนเมฆก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นเมล็ดฝน
นาฑีนั้นเขาอยากร้องไห้
รินเหล้าแก้วแรกของคืน
งานเถลิงวันเกิดของเขาเริ่มต้นจากเหล้าแก้วนั้น
"มันช่างเหงาเหมือนกับในตาของนกหลงทาง..."
เขาบอกกับยุง
สองทุ่มห้าสิบเจ็ดนาฑีของคืนวันที่ 32 พฤษภาคม 2512 ผองเพื่อนต่างนำเอาความสุขมาให้
บางคนโยนมันไว้ในก้นขวดบรั่นดี บางคนห่อมากับเป็ดย่าง บางคนคลุกมากับมะยมดองและมะดัน
ความสุขที่เป็นรูปธรรมมันเป็นอย่างนั้น มันจำแลงอยู่ในน้ำเนื้อของเหล้าและบนจานอาหาร
และถ้อยสรรเสริญอันฟุ่มเฟือยความสุข ถุย! ความสุขของผู้คนในศตวรรษแห่งความศิวิไลซ์มันหมายถึงกางเกงในไนล่อนสำหรับผู้หญิงที่เพิ่งลวงมาจากหลังวัวในทุ่งนา
มันหมายถึงห้องกินข้าวที่ประดับผนังด้วยกระเบื้องปูส้วม - สำหรับเศรษฐีหน้าใหม่
มันหมายถึงรถยนตร์ราคาหนึงแสนเจ็ดหมื่นบาทกับสิบห้าสตางค์และการนั่งเหยียดตีนให้ช่างตัดเล็บ
- สำหรับโสเภณีราคาปานช้างลากซุงหนึ่งเชือก มันหมายถึงกาแฟดำผสมบรั่นดี
สำหรับสาวสังคมระดับค้อฟฟี่ช้อพ และหมายถึงตัวเลขแสดงฐานะทางการเงินในธนาคารที่ยิ่งทวีขึ้น
- สำหรับนายหน้าระดับทวีป
ใครบางคนคิดว่าความสุขของเขาคือการเป็นเจ้าของพระพุทธรูปอายุพันปี
โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักธรรมปรัชญาของเจ้าชายสิทธัตถะ
รูปธรรมของความสุขในศตวรรษนี้เป็นอย่างนั้น
นายหน้าขายที่ดินเชื่อว่าความสุขของหล่อนคือแหวนเพชรเม็ดโตเท่ามะพร้าวอ่อน
ความสุขของสัปเหร่ออยู่บนฟันเลี่ยมทองที่แคะออกจากปากผี
ความสุขของแม่ม่ายอยู่ในอ้อมแขนและขาของหนุ่มอายุสิบเจ็ด
ความสุขของนักธุรกิจรถยนตร์อยู่บนสถิติอุบัติเหตุแห่งถนน
เขารู้สึกเอียนกับรูปพรรณเหล่านั้นของความสุขจนเกือบอาเจียน
นักแสดงละครผู้เป็นเจ้าของวันเกิดดื่มเหล้าแก้วที่สอง วิญญาณที่เพริดไปคืนกลับมาสู่ตัวตน
เพื่อนทยอยกันมาในห้องคับแคบเหมือนโลงผีบนตึกชั้นที่สิบสามนั้นอีกหลายคน
ต่างนำความสุขมาให้ และแล้วก็แย่งเอาไปใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย เขานั่งมองดูด้วยหัวใจโสมนัส
เขาบอกตัวเองว่าเขาควรจะมีความสุขบาง และเขายิ้มเมื่อยินใครตะโกน
"ผมจะขึ้นไปบนพระจันทร์บ้างเหมือนกัน"
"คุณจะขึ้นไปหาห่... หรือ?"
"อยากกินข้าวมันส้มตำว่ะ
เขาว่ามะละกอบนนั้นลูกโตเท่าวัวแน่ะโว้ย!"
ใครอีกคนสบถต่อหน้าชามไข่จะละเม็ด
"หนอย! ทำไมไม่เอาไข่จิ้งจกให้ผมกิน?"
บางคนพูดถึงความกันดารน้ำในบางลำเนา
"ถึงต้องเอาดินมาตำคั้นเอาน้ำละคุณ"
ดาราภาพยนตร์สิบหกมิลลิเมตรควักขวดทิงเจอร์ขาวรินลงในแก้วเหล้า
"แคนธาริดิส ค้อคเทล"
เขาพูดภาคภูมิ
"ให้ดิฉันลองจิบบ้างได้ไหมคะ?"
นักร้องไน้ทคลับถาม
"ด้วยความยินดี"
เพื่อนผู้เป็นกวีบางคนบ่นว่าอยากจุมพิตแสงไฟสีนวล
เขาว่า "เมียผมปากเหม็นเหลือเกิน"
"แบ๊ด เบรธ" นักบริหารธุรกิจจากสหรัฐฯ
แซมด้วยภาษาอเมริกัน
ชาวสวนผู้เหม็นกลิ่นทุเรียนเล่าถึงการผจญภัยน่าตื่นเต้นในการนั่งเรือด่วน
จากท่าพระจันทร์ไปกินข้าวหมกไก่ที่ถนนตก
และศิลปินหนุ่มจากละแวกถนนหน้าพระลานรำพึง
"ผมอยากนั่งรถเมล์สองชั้นชมกรุงเทพฯ"
สุวรรณี สุคนธา พูดถึงเรื่องสั้นชื่อหรูของหล่อน
งูร้องไห้ดอกไม้ยิ้ม
และเรื่องยาว ความรักครั้งสุดท้าย
"ความรักครั้งสุดท้าย"
บางหนุ่มพิศวง "ใครมีความรักครั้งสุดท้าย คุณหรือ?"
หล่อนไม่ตอบ และไม่ค้อนควักสวมสอดจริตเหมือผู้หญิงอื่นเมื่ออยู่ในแวดวงเพื่อนชาย
ผ่านเหล้าขวดที่เท่าไรไม่มีใครสนใจนับมัน ความรื่นเริง ความทุกข์ ความสุข
มันเดินเข้ามาหาพร้อมกัน นักแสดงละครผู้เป็นเจ้าของวันเกิดรู้สึกชื่นถึงในหัวใจ
ขณะที่เพื่อนบางไอออกมาเป็นเลือก บางคนร้องไห้พลางถวิลถึงความหลัง
บางคนแก้ผ้า และบางคนล้มลงบนำพื้นในอาการของทารกหิวนม
กวีลุกขึ้นท้าเงาของตัวเองต่อย
คุณหลวง - เราให้สมญาเพื่อนหนุ่มบางคนว่าคุณหลวงรอบรู้ไม่จบ
- หวิดโดนเตะเพราะเดินซวนหล่นลงบนตักของเมียใครบางคนผู้โทโสร้ายกว่าวัวบ้า
นักเขียนล้วงจดหมายรักของผู้หญิงคนอื่นเขียนถึงชายคนอื่นมาอ่านอย่างเคลิบเคลิ้ม
และหลับ
ใครอีกคนอาเจียนฟังเหมือนแรดร้องแพลง
นักร้องผู้กินแคนธาริดิส ค้อคเทล
โดดถีบก้นดาราภาพยนตร์ในลีลางดงามของนางม้าเปรียว
บ้า! สนุกบรรลัย
เขา - นักแสดงละครผู้นั้น รู้สึกป่วนกระสันทนไม่ไหว
พยายามลุกขึ้นยืน เขาคิดว่าน่าจะกล่าวสุนทรวาจากับเพื่อนเหล่านั้น
แต่เปลี่ยนใจหันหลังออกวิ่งไปที่เฉลียง
และโจนลงไปจากตึกชั้นที่สิบสาม
หลังจากความสุขอันมีคุณค่าไม่แผกกับความทุกข์
อะไรย่อมเกิดขึ้นได้เสมอในคืนวันที่ 32 พฤษภาคมของทุกปี
ดูเหมือนข้าพเจ้าเขียนถ้อยความอันวิปลาสนั้นก่อนแล้วจงได้ความคิดจะเขียน
แดงรวี เป็นนวนิยาย มันเป็นความพยายามของนักเขียนคนหนึ่งซึ่งไม่เคยสงสัยในความเป็นนักเขียนของตน
หลังจากได้เถลิงวันคล้ายวันเกิดอายุ 28 มาหลายหน ความสงสัยนัยว่าเป็นเค้าเงื่อนของความยุ่งยาก
ถ้าข้าพเจ้าจะมีความยุ่งยากบ้างก็คงจะเนื่องจากสาเหตุอื่น ข้าพเจ้าทำงานอย่างมีสมาธิเดียงพอ
แม้อาจไม่สุขุมนัก ใครผู้ซึ่งได้รับความยุ่งยากอย่างยิ่งในกรณีนี้คือ
คำนวร บำรู ตัวละครแห่งนวนิยายบนความยาวเพียง 266 หน้าเขาเป็นคนซึ่งคัดค้านกับความเชื่อ
(ของบางคน) ว่าความไม่รู้จะไม่ทำร้าย แต่เขาโดนทำร้ายตลอดเวลาด้วยความไม่รู้ของเขาและดูเหมือนก็เพียงเท่านั้น
แดง รวี คงไม่บ่งบอกเงื่อนไขซับซ้อนอย่างไรของการมีชีวิต หลังจากเขียนถึงบทสุดท้ายจบลงอย่างบริบูรณ์
แล้วข้าพเจ้าก็เดินออกไปยืนมองตัวเองที่นั่งอยู่หลงแป้นพิมพ์ดีดด้วยความรู้สึกว่าเราเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน
มันมีช่องว่างอยู่ระหว่างข้าพเจ้าคนที่ 1 และข้าพเจ้าคนที่ 2 และเพราะช่องว่างนี้ข้าพเจ้าจึงพยายามบรรจุมันด้วยตัวหนังสือ
แต่มันไม่เคยแน่นหรือแคบเข้ามาบ้างเลย งานจึงยังเป็นความผูกพันรัดรึง
ในหลายวาระข้าพเจ้าไม่อยากถามตัวเองว่าเป็นใคร เพื่อนบางคนเย้ยหยันว่า
'รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นนักเล่นละคร ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่มีผู้อ่านเป็นผู้ชม
ข้าพเจ้าไม่อาจไม่นอบน้อมถ่อมตนนักในบางบทบาท แต่ข้าพเจ้ามีกตัญญูในวิญญาณ
ขอบใจผู้อ่านทุกคน
ขอบใจรัตนะ ยาวะประภาษ ผู้เร่งเร้าให้เขียนนวนิยายเรื่องนี้
และยุพา ส่งเสริมสวัสดิ์ หัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสาร สายฝน รายสัปดาห์
ผู้ให้โอกาสคำนวร บำรูกับคนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาทุกคนก่อนถึงวันที่
20 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 กำหนดวันตายของเขาโดยการคำนวณของคอมพิวเต้อร์
ขอบใจสุพล เตชะธาดา เพื่อนและเจ้าของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น
ผู้มีน้ำใจอารีกับข้าพเจ้ามาเฉียดยี่สิบปี ไม่ว่าจะหล่นลงในห้วงของความทุกข์
หรืออยู่บนปลายทางความรื่นเริง เราต่างมองเห็นกันและกัน
'รงค์ วงษ์สวรรค์
14 กรกฎาคม 2514
สำนักงานหนังสือพิมพ์ สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
อาคาร 6 ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ
|