| สัตหีบยังไม่มีลาก่อน
ตาคลี - น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้
ถึงบทอวสานแล้วเมื่อวาน
มันเป็นอวสานบนหน้ากระดาษสังเกตการณ์สงครามแนวหลัง
แต่ไม่ใช่อวสานของชีวิตที่นั่นและเหตุการณ์ ความหวังในบางอย่างมันนอกเหนือการคาดคะเนในเกือบทุกกรณี
และหลังจากนั้นความหวังจะกลายเป็นความสิ้นหวังหรือมีความหมายอื่นกว้างไกลไปจนไม่มีขอบเขตอย่างไร
หากมันมีถนนหลายสายจะเดินผ่าน ในกรณีที่เรามีฐานทัพอเมริกาอยู่ในประเทศ
- หลังจากครุ่นคิดมาเป็นเวลานาน - ผู้เขียนมีเจตนารุนแรงอยากเดินทางไปในทุกแห่งหนเหล่านั้น
เพื่อการทำงาน
การทำงานในแบบที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการทำความเข้าใจ
ทำความเข้าใจ ทำความรู้จัก (ทั้งแก่ผู้เขียนและผู้อ่าน) ในสถานการณ์ไม่ห่างไกลจากตัวเรา
มองดูด้วยสายตาของคนเดินถนน พูดคุยกับผู้คนซึ่งต่างเดินมากันบนถนนหลายสาย
เพื่อจะเป็นนักธุรกิจบนขาอ่อน เมียเช่าพ้าร์ทเน่อร์ คนขายข้าวแกง บาร์เทนเด้อร์
หรือแม้แต่ขโมย ถ้าเป็นไปได้ชีวิตของผู้คนในแต่ละแขนงอาชีพไม่ใช่บทเรียนอันน่าใคร่ครวญเท่านั้น
หากยังมีความหมายต่อไปถึงความมั่นคงในบางอย่างซึ่งเราอาจเรียกได้ว่าคุณธรรม
และ ฯลฯ อื่นอีกของสังคม
มันอาจจำเป็นหรือไม่จำเป็น
แต่คงไม่สิ้นเปลืองเวลาอย่างไรเลยไม่ว่าผู้อ่านนั่งอยู่ในรถประจำทางเบียดเสียด
ในรถสามล้อเครื่องบนผิวถนนขรุขระ บนขบวนรถไฟลากน้ำหนักของมันไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้
และไม่ว่าผู้อ่านอยู่ที่ไหน บนถนนความคิดที่ไม่โดนกักขัง และโอกาสในการทำความเข้าใจกับสิ่งแวดล้อม
วันนี้ทำไมเราไม่เริ่มต้นกันจากกรุงเทพฯ สู่สัตหีบ
เราจะพบอะไรที่นั่นบ้าง?
ถึงว่าล่ะ! เราจะพบอะไรที่นั้นบ้าง ? นักธุรกิจบนขาอ่อนผู้หนึ่งหลังจากคุยกันจนรักน้ำใจ
ข้าพเจ้าพบว่าเขาจบการศึกษาขั้นปริญญา
"ผมเคยเป็นครู"
เขาว่า
"ทำไมคุณมาทำงานที่นี่
และแบบนี้ ?" เขายิ้ม
"ดีแล้วที่คุณถาม
ตั้งแต่คืนนี้ผมจะถามตัวเองบ้างว่าทำไม ?"
บท 2 >>
|