| ดงดอกเลา - เงาแดด -
และปีกนกสีสวย เราสวนทางกับรถบรรทุกมันสำปะหลัง และบรรทุกระเบิด
ผิวถนนราบเรียบฉีกผ่านไปบนลาดเนิน
และมองเห็นภูเขาเป็นสีเขียวเยือกเย็น ราคาของมันคงกิโลเมตรละหลายล้านบาท
แต่ถึงอย่างไรมันไม่แพงถ้าเปรียบมันเป็นเส้นเลือดของสงคราม ความแพงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากพูดถึงกันแล้ว
มันน่าเบื่อหน่าย !
และมันเป็นถนนย่อมไม่มีใครเกลียดชัง
นักขับรถยนต์ผู้คลั่งไคล้ความเร็วท้าทายความตายถึคงกับอุทานว่ามันน่ารักกว่าพ้าร์ทเนอร์บางคนตามบาร์
ดงดอกเลาสวยแปลบปลาบในความรู้สึกจนบางคนพูดเหมือนปรารภกับตัวเองว่า
"ผมไม่เข้าใจ ทำไมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์สักคนไม่สนใจโลเคชั่นแถบนี้บ้าง
ดูซิ! ผมไม่เคยเห็นดอกเลาที่ไหนสวยและมากมายเหมือนที่นี่ มองไปทางไหนก็ไม่พ้นตา"
เราผ่านเนินโมก
และอีกไม่นานนาทีจวนถึงบ้านซากแง้ว
คำพูดของเขาไม่ผิด
ดงดอกเลาสีขาวราวกับปุยเงินสะท้อนแสงแดดบ่าย มันอ่อนโอนต้นหลีกทางให้ลมผ่าน
และมันโยกไหวกลับมาทันทีเมื่อลมสงบ แต่ในบริเวณที่มีภูเขา เงาแดด และหนองน้ำ
ลมมักหวนอย่างไม่มีทิศทาง เพื่อนร่วมงานหนึ่งในสองคนของข้าพเจ้าหล่นคำพูดจากริมฝีปากของเขาบ้าง
"
นโยบายที่ยังคงใช้ได้เสมอสำหรับต้นไม้
แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันยังเป็นไปได้ไหมในทางการเมือง..." เขาเว้นวรรค
"และในยุคที่ค็อมพิวเต้อร์มีบทบาทกับคนเรา"
แมลงปะทะบานกระจกหน้ารถยนต์เป็นฝ้าและมืดมัว
มันบินเข้ามาชนกับความตายโดยไม่มีใครผิดทั้งสองฝ่าย และเราต้องหยุดข้างทางเพื่อเช็ดศพของมันทิ้งก่อนออกเดินทางต่อไปบนช่วงทางอีกไม่ไกล
สวนกับรถแทร็คเตอร์หลายคัน
รถบรรทุกมันสำปะหลัง
และรถบรรทุกระเบิด
ชาวไร่เดินกลับบ้านย้อนทางกับแสงแดดคลายความร้อน
ในมือของเขาหิ้วพวงนกหลายตัว ปีกและขนของมันสวย เขาตักมันด้วยแร้วซ่อนไว้ในดงหญ้าริมหนองน้ำ
มันเป็นอาหารมื้อเย็นของเขา
"ผู้ชายเรามักฆ่าสิ่งที่สวยและน่ารักเสมอ"
มันเป็นคำพูดซึ่งข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้วว่าขโมยมาจากใคร
ความมืดโรยลงมารวดเร็วอย่างน่าเสียใจ
มันให้ความรู้สึกเหมือนม่านละครปิดลงกะทันหันก่อนฉากสุดท้านอวสาน
สัตหีบมองเห็นไม่ไกลข้างหน้า
ข้าพเจ้าถามตัวเองว่าจะเริ่มต้นทำงานอย่างไร ? และที่ไหน? "
มันก็ต้องเริ่มต้นที่ความสงสัย"
แล้วเพื่อนร่วมงานผู้นั้นรูดนิ้วบนสายกีตาร์เหมือนไม่เคยรู้จักความกังวล
<< บท 1 | บท 3 >>
|