จากสำนักพิมพ์
กรุงเทพฯ รจนา รวมพิมพ์เป็นเล่มครั้งแรกเมื่อปี 2516 โดยสำนักพิมพ์เรือใบ
(อันเป็นนามปากกาของ สนิท เอกชัย เจ้าของคอลัมน์ "เรือใบมุย"
ในเดลินิวส์ เกือบทุกวันในยุคนั้น) พิมพ์ที่โรงพิมพ์สนิทพันธ์การพิมพ์
โดย นางเสริมศรี เอกชัย (เจ้าของนามปากกา "สนทะเล"
คอมลัมน์นิสต์ ปากกาคม ในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน) วาดภาพลายเส้นหน้าปกรูปครึ่งตัวของผู้เขียน
โดย ช่วง มูลพินิจ ออกแบบปกโดย ม.ล.เฉลิมจิตต์ คะเนจร หัวหน้าฝ่ายศิลป์เดลินิวส์
(ผู้เขียนหัวคอลัมน์ทุกคอลัมน์ และมีเครื่องหมายสวัสดิกะของอดอล์ฟฮิตเลอร์เป็นสัญลักษณ์)
ขอบันทึกไว้ด้วยว่า รูปเล่มขนาดพ็อกเก๊ตบุ้คความหนา 264 หน้า
ราคา 10 บาท
'รงค์ วงษ์สวรรค์
ได้ตอบคำถามของขุนทอง อสุนีฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเดลินิวส์ว่า
"สนิทมาตั้งแต่สนิทเขาอยู่" และเรือใบได้เขียนถึง
'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไว้ในบางตอนของคำนำหนังสือเล่มนั้นว่า 'รงค์
วงษ์สวรรค์ ได้เข้ามาอยู่ในแวดวงแห่งความเป็นมิตรของ "เรือใบ"
ตั้งแต่ในสมัยที่เขายังไม่ได้ไปรู้จักกับใต้ถุนป่าคอนกรีท แซน
แฟรนซิสโก ด้วยความเป็นมิตรดังกล่าวนี้เอง ขณะเมื่อ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
มีชีวิตอยู่ด้วยตั๋วจำนำในเมืองนอก เขาจึงได้ส่งข้อเขียนของเขามาตีพิมพ์อยู่เป็นประจำใน
เดลินิวส์ ซึ่งมี "เรือใบ" เป็นกัปตันเป็นประจำไม่ขาดสาย
"และเมื่อเขาผละจากกลิ่นเนยกลับมาหาถ้วยน้ำพริกในเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง
เขาก็เริ่มต้นเขียน กรุงเทพฯ รจนา ในเดลินิวส์ ฉบับพิเศษวันอาทิตย์เป็นประจำ"
กรุงเทพฯ รจนา เมื่ออ่านในพ.ศ.นี้ หรือหลังจากที่มันถูกเขียนขึ้นเมื่อนานกว่ายี่สิบปีมาแล้ว
เป็นเสมือนการย้อนไปสู่อดีตของกรุงเทพฯ เมื่อปี 2511 จึงเป็นการอ่านบันทึกความเป็นไปของสังคมเมืองหลวงแห่งประเทศไทย
มองผ่านสายตาของนักเขียนคนหนึ่งที่ห่างเหินไปนานกว่า 4 ปี แล้วกลับมาพบเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
แล้วแสดงความรู้สึกออกมา ผ่านสายตาของนักเขียนที่เป็นนักสังเกตการปรากฏการณ์ของสังคมด้วย
(เสมือนคำนำ
โดยเรือใบ)
(ต่อ)
'รงค์ วงษ์สวรรค์ มิใช่แต่มีความแปลกกว่านักเขียนคนอื่นๆ ตรงที่ต้องมีคำว่า
(หนุ่ม) ใส่วงเว็บไว้ข้างท้ายนามของเขาเท่านั้น แต่ยังมีรูปแบบและสำนวนการเขียนของเขาไม่เหมือนใคร
และไม่มีใครเหมือน เป็นเอกลักษณ์สำคัญนั่นอีกด้วย
ก็ด้วยความไม่เหมือนใคร
าและไม่มีใครเหมือนนี่เองทำให้ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็น'รงค์ วงษ์สวรรค์ที่เดินอยู่อย่างอาจหาญและสง่าผ่าเผยบนถนนแห่งหนังสือในทุกวันนี้
ไม่มีคนอื่นที่จะเป็นแทน
รงษ์ วงษ์สวรรค์ได้ และ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ก็ไม่สามารถที่เป็นแทนคนอื่นได้
เรียกว่ามี
'รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่1 เท่านั้น ไม่มี 'รงค์ วงษ์สวรรค์ คนที่2
'รงค์ วงษ์สวรรค์
คนเดียวกันนี้เอง ได้เข้ามาอยู่ในแวดวงแห่งความเป็นมิตรของ "เรือใบ"
เริ่มแต่ในสมัยที่เขายังไม่ได้ไปรู้จักกับใต้ถุนคอนกรีท แซน
แฟรนซิสโก และไปเดินอยู่ในแสงแดดแอร่มแจ่มใสของลอสแองเจสิส ด้วยความเป็นมิตรดังกล่าวนี้เอง
ขณะเมื่อ'รงค์ วงษ์สวรรค์ มีชีวิตอยู่ด้วยตั๋วจำนำในเมืองนอก
เขาจึงได้ส่งข้อเขียนของเขามาตีพิมพ์อยู่เป็นประจำใน "เดลินิวส์"
ซึ่งมี "เรือใบ" เป็นกัปตันเป็นประจำไม่ขาดสาย
และเมื่อเขาผละจากกลิ่นเนยบินกลับมาหาถ้วยน้ำพริกในเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง
เขาก็เริ่มต้นเขียน "กรุงเทพฯ รจนา" ใน "เดลินิวส์"
ฉบับพิเศษวันอาทิตย์" เป็นประจำ
ข้อเขียนใน
"กรุงเทพฯ รจนา" เขาจึงเขียนขึ้นด้วยความรู้สึกอ่อนไหวในทัศนะของนักเขียนที่เพิ่งกลับมาจากดินแดนอารยธรรมใหม่ๆ
ปกติ, สายตาของนักเขียน ย่อมมองของสิ่งเดียวกันไม่เหมือนกับสายตาของคนอื่นอยู่แล้ว
เมื่อเขามามองกรุงเทพฯ ด้วยสายตาของนักเขียนที่เพิ่งพ้นกลิ่นเนย
และกลิ่นแหม่มมาใหม่ๆ จึงยิ่งมีความวิจิตรพิสดารไปกว่าคนอื่นๆ
อีกหลายสิบหลายร้อยเท่าตัว
ความรู้สึกที่ปรากฎออกมาเป็นตัวอักษรเหล่านี้
เราถือว่าเป็นของมีค่าควรจะรวบรวมมาอยู่ในที่เดียวกัน "แหล่งพิมพ์เรือใบ"
ผู้มีใจรักหนังสือและรักคนเขียนหนังสือ จึงได้รวบรวมมาพิมพ์ไว้ในพ๊อคเก็ตบุ๊คที่ท่านกำลังถืออยู่ในมือนี้
เมื่อท่านอ่านจบลงแล้ว
ท่านจะบอกตัวเองว่า มันมีค่ายิ่งกว่าราคาหนังสือที่ท่านต้องควักเงินออกมาซื้อหนังสือหลายสิบเท่า
ยังงั้นมิใช่หรือ
ท่านผู้เป็นแฟน "แหล่งพิมพ์เรือใบ" ที่รัก
"เรือใบ"
|