กรุงเทพฯ รจนา >> กรุงเทพรจนา บทที่ 12


กรุงเทพรจนา บทที่ 12


คนกรุงเทพฯ ที่ข้าพเจ้าคิดถึงอีกคน แถมสิน รัตนพันธุ์ หนุ่มสังคม หรืออาจจะเรียกว่าผู้สันทัดกรณีบุคคลในสังคม เพราะเขารายงานความเคลื่อนไหวและสีสันของผู้คนในกรุงเทพฯ มาเป็นเวลานานปีจากการทำแบบสมัครเล่นจนกลายเป็นงานอาชีพ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เห็นความจำเป็นจะต้องมีคอลัมน์ของเขา ซึ่งนั่นเป็นความรู้สึกของผู้อ่านเช่นเดียวกัน... เขาทำงานอย่างไรคงจะน่าพิศวงอยู่บ้าง ผู้อ่านเคยถามไถ่เสมอ บางคนมีอารมณ์ขันรุนแรงคิดว่าเขาเคลื่อนไหวสวยงามของกรุงเทพฯ แต่เขาก็มีตาและหูอย่างละสองเหมือนคนอื่น มีเวลาวันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากับของข้าพเจ้า และของผู้อ่านและของคนขายเนื้อ ทำไมเขาจึงฉับไวต่อข่าวของบุคคล? นั่นคงเป็นเรื่องของความชำนาญและสมรรถภาพบางประการที่จะบอกใครลำบากเหมือนกันกับบางคนเด็ดดอกเบี้ยได้เร็วกว่า บางคนสอยดอกแค หรือนักเขียนบางคนเขียนได้สัปดาห์ละแปดเรื่อง แต่บางคนเขียนได้เพียงวันละสิบบรรทัด
        เวลาและผลงานบอกถึงอาวุโส แถมสิน รัตนพันธุ์ แห่งกรุงเทพฯ น่าจะเทียบเคียงได้กับเอิร์ล วิลสัน แห่งนิวยอร์ค หรือ เฮิ้ร์พ เคน แห่ง แซน แฟรนซิสโก ซึ่งอู้อ่านที่นั่นไม่วายฉงนว่าทั้งสองได้เวลามาจากไหนเพื่อการสะกดรอยอย่างเงียบเชียบในสังคม และนำมาบรรเลงไว้บนหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์อย่างน่าสนใจและตื่นเต้น แต่ถึงอย่างไรข้าพเจ้าชอบอ่านความเคลื่อนไหวของคนกรุงเทพฯ มากว่าเพราะหลายคนที่ แถมสิน รัตนพันธุ์ เขียนถึง เป็นคนรุ้จักมักคุ้น แต่คนที่ แซน แฟรนซิสโก หรือนิวยอร์คหลายคนข้าพเจ้าไม่รู้จัก ไม่จำเป็นวต้องรู้จัก และหลายคนไม่น่ารู้จัก
        ไม่น่าเชื่อว่าเราไม่พบกันนานเดือน ราชดำเนินกับสี่พระยาห่างกันเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น ถ้าเดินไม่รีบร้อน เราจึงต้องอาศัยโทรศัพท์คุยกัน
        "กรุงเทพฯ รจนา ของคุณ" แถมสิน รัตนพันธุ์ เว้นวรรคสองวินาฑี "ผมอ่านทุกสัปดาห์"
        "ถ้าคุณไม่อ่านผมก็อ่าน" ข้าพเจ้าเล่นคารม
        "รู้สึกว่าคุณคิดถึงท้องฟ้าสีน้ำเงิน กับน้ำในสระมากเหลือเกิน" เขาออกความเห็น "คุณเป็นห่วงศีลธรรมของคนกรุงเทพฯ นักหรือ คุณเบื่อป่าคอนกรีท และคุณรักใบไม้ และ..."
        "คุณจะเอาอะไร?" ข้าพเจ้าเจ้าตวาดแกมสัพยอก
        เขาหัวเราะเยือก "ริมถนน ในค้อฟฟี่ช้อพ ในโมเทล และใน..."
        "หัวใจของคนที่นอนอยู่บนขาหยั่งทำแท้ง"

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าความคิดของเขาเข้าทีเหมือนกัน บ่ายวันนั้น จึงเดินเกียจคร้านไปตามถนน... ฉวดเฉียดโดนรถยนต์ชนตายห้าหรือหกหน เกือบสำลักกลิ่นเหม็นในท่อ ซึ่งใครไม่รู้มีหน้าที่รักษา
        "เขาบอกว่าเนื้อวัวนี่คะ"
        "มันอาจจะเป็นเนื้อม้าหรือช้างก็ได้ สามีรินวิสกี้พื้นเมืองลงในแก้ว และอย่างเยือกเย็น เขาพูด "และผมจะไม่แปลกใจเลย ถ้ามีคนบอกว่าเนื้อนั้นเป็นเนื้อคน"
        "ว้าย ! คุณทำให้ดิฉันตกใจ"
        เขายักไหล่ "ทำไม ? คุณคิดว่าคนจะกินเนื้อคนไม่ได้หรือ นาฑีนี้คุณก็ถูกกินอยู่แล้วละ เพียงแต่เขาไม่ได้เอามีดมาเฉือนคุณ แต่เขากินความรู้สึกของคุณ เขากินความหวังของคุณ และกินความดีงามในหัวใจของคุณ..."

 


 

^ TOP
Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2003-2006 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด นั้นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง
โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ลอกเลียน ทำซ้ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต