"นวนิยายเรื่องนี้เคยตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารจักรวาล
เมื่อปี 2515 แล้วรวมเล่มครั้งแรกในปีเดียวกันนั้น หลังจากนั้น
30 ปี ยังไม่เคยพิมพ์ใหม่เลย เข้าใจว่าประมาณต้นเดือนตุลาคม
คงจะออกมา เรื่อง"นักเลงโกเมน" ไม่มีอะไรก็เพื่อนผม
พนมเทียน เป็นเพื่อนรักกัน เกิดปีเดียวกัน พนมเทียนชอบเขียนเรื่องที่คนไทยเรืยกว่า
เรื่องบู๊ แล้วก็เขียน "เพชรพระอุมา" ชิ้นสำคัญที่สุด
ซึ่งผมคิดว่า ยาวที่สุดในโลกเลย ไม่รู้ว่าเขียนมาได้อย่างไร
พนมเทียนเขาบอกว่า ให้ผมเขียนเรื่องนักเลงลงในนิตยสารรายสัปดาห์
จักรวาล ในยุคนั้น ผมก็บอกว่า ผมเขียนไม่เป็น ผมเขียนแต่เรื่องที่มันเกิดขึ้นแถวหน้าบาร์เหล้า
แถวโรงแรม หรือนั่งอยู่หน้าบาร์แล้วมีผู้หญิงมาทักทาย แล้วจะไปจบที่ไหนก็ว่ากันไป
ผมถนัดแต่เรื่องแบบนี้
"เขาก็บอกว่า ลองเขียนดู เขียนได้ ผมก็บอกว่าผมจะเขียนในแนวทางของผมคือ
เขียนคล้ายๆ กับบทภาพยนตร์ฝรั่ง ผมเขียนอย่างนี้ไม่เป็น ที่บอกว่ายิงปืนแล้วมีเสียงดัง
ปัง! แล้ว ปังมาอยู่บนหน้ากระดาษ ผมก็บอกว่า ไอ้ปัง นี่ไม่ใช่เสียงปืน
เรานักเลงปืนด้วยกัน เล่นปืนมาด้วยกัน ปืนมันดังปังที่ไหน มันดังอยู่บนหน้ากระดาษเท่านั้น
ดัง กร๊อด แล้วก็ระเบิด ตูม มันไม่ใช่เสียงของปืน แต่เสียงที่แท้จริงมันคือเสียงของคอมิกส์คือ
การ์ตูน นั้นเป็นภาษาการ์ตูน ที่จะให้ผมเขียนนวนิยายบู๊ล้างผลาญ
นวนิยายผมจะไม่มีเสียงปืน พนมเทียนตกลง ผมก็เขียนโดยตั้งตัวละครขึ้นมา
แล้วให้พนมเทียนเป็นคนติดอาวุธให้กับตัวละคร ผมยังไม่สันทัดปืนในช่วงนั้น
ตัวละครพวกนี้จะใช้ปืนอะไรแล้วยิงยังไง ต้องสอนผมด้วย ผมจะได้เขียนถูก
รับรองว่า เสียง ปัง ไม่มีเลย ในหนังสือพันกว่าหน้ากระดาษ นี่ก็คือนวนิยายนักเลงที่ผมคิดว่า
ความจริงควรจะเป็นอย่างนั้น
| 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เล่าไว้ในงานเสวนาเมื่อปี
2545 ชมและอ่าน เรื่องและภาพของงานนี้
| |