นักเลงโกเมน >> แนะนำแก็งบลู การ์ดิเนีย


แนะนำแก็งบลู การ์ดิเนีย

ฝนเดือนสิงหาคม พุดซ้อน นำเงิน ผู้อาวุโสหงุดหงิดคำราม
        "ห่า ฝนระยำ!"
        วางสายตาแนบนิ่งกับเถ้าบุหรี่บนปลายไฟ
        มันเหลือราวครึ่งมวนในหว่างนิ้ว เขายกขึ้นดูดระมัดระวังไม่ให้เถ้านั้นหล่น
         และมองมันครุ่นคิด
        นรกเท่านั้นรู้ว่าความคิดของเขายอกย้อนเพียงไหน
        รายรอบเขานั่งบนเก้าอี้โครงเหล็กบุฟองนำหุ้มหนังเทียมรองก้น ล้อมโต๊ะไม้ยาวขวางห้อง กลางนวลแสงไฟ ๑๕๐ แรงเทียน เปลือยหลอดฝ้าห้อยลงมาตามสายดำจากเพดาน
        เคน บุนกอง
        นิล วิหค (ตีนผี)
        และชายหนุ่มผิวบางผู้รู้จักกันในนาม เรือง โกเมน
        บานหน้าต่างด้านหันเห็นถนนเพียงแต่แย้มไว้ อากาศในห้องบนชั้น ๒ ค่อนข้างชื้นละอองฝน และอบอ้าว
        บางคราวลมกรรโชกมาได้กลิ่นเหม็นจากในรูท่อข้างถนน
        "เหม็นเหมือนมดลูกเน่า"
        นิล วิหค ปาดท่อนแขนบนหน้าผากเปียกเหงื่อ ใบหน้าราวย้อมด้วยฝาดยางไม้ เกรียมและฟกชำ
        "กูไม่เห็นได้กลิ่น"
        เคน บุนกอง ยิ้มขณะสาวคำพูดไปถึงกระหรี่เน่าๆ ตามห้องแถวในตรอกสกปรก
        "จมูกเลว ๆ ของมึงจะเคยได้กลิ่นอะไร"
        "ก็กูไม่เคยก้มลงดมอะไรที่มันไม่ควรดม"
        "ไอ้ห่าเคน! เดี๋ยวกูถีบหำพัง"
        ทั้งสองหัวร่อรื่นให้กัน
        นิล วิหค รื่นเริงเสมอในเวลาเล่นไพ่ เขาไม่เคยเบื่อพูดสัปดน
        "ไอ้เรืองก็คงไม่ได้กลิ่นเหมือนกัน"
        ผู้ถูกกล่าวถึงในทีสัพยอกนิ่ง
        "มันเป็นหวัด ระวังโว้ย! เชื้อหวัดคราวนี้มันแรงลงไปถึงตีน

 

ไพ่ใบแรกในมือ เคน บุนกอง ๔ ดอกจิก เขาพยายามแล่บใบที่สองจนพบ เอ. โพดำ
        แล้วยิ้มอย่างไม่เคยซ่อนความรู้สึกไว้ใต้ผิวหนัง
        เขาปลอบโยนตัวเองว่าไพ่ใบที่สามไม่น่าแคล้วจาก ๖ หรือ ๗ ห่าอะไรก็เอาทั้งนั้น
        โพแดง โพดำ หรือข้าวหลามตัด
        เว้นแต่ดอกจิก
        เขาลอบมองในพริบตาเห็น ๗ ดอกจิกเป็นของนิล วิหค ผู้เป็นเจ้ามือ
        แม่มึง! หวังว่าอีกใบคงไม่ใช่ ๓ หรือ ๔
        หรือ ๙
        คนทั้งสามเล่นไพ่ฆ่าเวลา
        เดิมพันกันในราคาขยะ ๒ บาท ๕ บาท อย่างหรูไม่เกิน ๑๐ บาท เขาเชื่อว่าไพ่ยี่สิบเอ็ดไวกว่าเกมอื่น มันเป็นการติดตามการเดินทางของตัวเลขไม่สลับซับซ้อนนัก ผิดกับรัมมี่ ซึ่งต้องคาดคะเนและกักไพ่กันอย่างทรหด และมันยุ่งยากบัดซบตอนคิดเงินได้เสียจากจำนวนแต้ม
        กบดำกบแดง ไพ่กระหรี่
        ซาเซียน มันหน้าด้านอย่างไม่มีชั้นเชิงบ้างเลย
        โปเก้อร์ ห่า! สุภาพและเชื่องช้าเหมือนผู้ดีไม่เคยโดนหนามตำตีน ลุกขึ้นถีบกันสนุกกว่า
        เผ เป็นกฎเกณฑ์เขียนไว้ในหัวใจว่าไม่ควรเล่นกันในหมู่เพื่อน
        บริดจ์ พวกเขาสงสัยว่าถ้าไม่ใช่ชื่อผงซักฟอกชิดใหม่ (แถมกระโถนเยี่ยว)มันก็คงเป็นยาขับระดู
        ยี่สิบเอ็ด ไม่สุขุม ไม่นุ่มนวล แต่มันตื่นเต้นพอประมาณสำหรับคนที่หาความตื่นเต้นได้ในทุกกรณี ไม่ว่าในวงไพ่ ในช่องสังวาสหรือในขณะมือถือปืน
        "ลูกอีดอก"
        นิล วิหค สับสันมือข้างที่ว่างกับขอบโต๊ะ
        เขาถือ ๗ ดอกจิก กับ ๔ ข้าวหลามตัด
        สถานการณ์บังคับให้เรียกไพ่สองใบ หมายความว่าถ้าพลาด รูป ๑๐ ทุกหน้า ตั้งแต่หน้าเลขจนถึงแจ๊ค ควีน คิง และเอศ แต่สองใบหลังนั้นอาจเป็น ๘ กับ ๒ หรือ ๕ กับ ๕ หรือ (บัดซบ!) นับรวมกันได้ถึง ๒๑ ย่อมไม่มีใครรู้
        มันเป็นลีลาของเขาจะแช่งด่า สบถ ชวนให้ผู้อื่นไขว้เขวว่าไพ่ในมือแต้มดีหรือเลว
        นิล วิหค ไม่เคยพุดนวลรูหูกับไพ่หรือกับคน

 

ไซเร็นครวญแหวกเสียงฝนเข้ามาทางรอยแย้มบานหน้าต่าง ไม่มีใครในห้องสนใจ มันเป็นเหตุการณ์ธรรมดา ถ้ารถพยาบาลฉุกเฉินบรรทุกคนป่วยวิ่ง ผ่านมาบนถนนคืนละหลายหน อาจเป็นคนเมาโดนนักเลงเจ้าถิ่นสั่งสอนด้วยกำปั้นหุ้มสนับทองเหลือง กะลาสีเรือสินค้าตัวโตน้องยักษ์โดนแทงไส้ฉีก หรือคนงานก่อสร้างแย่งผู้หญิงดอกทองกันตามเงาถนนก้นตรอก ฯลฯ มันย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นหลังจากคนเราคิดว่าเก่งกาจเหนือคนอื่น
        พุดซ้อน นำเงิน ชำเลืองในวงไพ่อย่างอ่านได้ว่ายังโดนกักขังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิด แล้วเบือนกลับไปยังบานหน้าต่าง
        ลมหายใจหอบซ่านขณะสายตาไต่ผนังไปหยุดตรงบานประตูห้องและลุกขึ้นเดินงุ่นง่าน
        รู้กันบนถนนนักเลงว่าเป็นเจ้าของ บลู การ์ดีเนีย ไนท์คลับสำส่อนริมถนนสายนี้ แต่เขาจะเป็นเจ้าของเพียงในนาม หรือมีใครชักใยเบื้องหลัง ผู้ติดตามเขากระชั้นชิดราวกับเงายังไม่มีใครรู้
        อายุ ๔๕ เป้นคนร่างทะมึนบนความสูงขาดครึ่งนิ้วถึง ๖ ฟุท อ้วนเหมือนหมีในสวนสัตว์โดนขุนด้วยปลาสด ดุร้าย และอารมณ์ขุ่นมัวเกือบทุกนาฑี เป็นความระยำเหนือกว่าความระยำที่ค้นพบในเงาบาป
        ความระยำนั้นหมายถึงความคดเคี้ยว โลภ และหัวใจแห้งผาก และเชื่อว่าการหักหลังในทุกกรณ๊เป็ฯพรที่ตนได้รับจากใครบางคนเบื้องบน แม้ว่าเขาไม่เคยนับถือศาสดาองค์ไหน
        ในตาแวววามของสัตว์มีแผลระแวงป่า
        คิ้วดกหนา และจมูกงุ้มแบบเล็บเหยี่ยว
        ริมฝีปากหนา มันบอกถึงความกักขฬะได้ชัดเจนกว่าอวัยวะชิ้นอื่นบนใบหน้า และถ้าไม่สบถถึงรูเรี้ยวของสำสัตว์ ริมฝีปากนั้นเม้มแน่น
        และมือที่เคยฆ่าคนมีบุหรี่คีบไว้ในหว่างนิ้วเกือบตลอดเวลา
        ชื่อของพุดซ้อน นำเงิน ยอมรับกันว่าเป็นอันตราย
        เขาพลิกข้อมือดูนาฬิกาหลายหน
        "สองทุ่มสิบห้า มันนัดกูไว้สองทุ่มสิบห้า แม่มันทำไมยังไม่มา"
        เขาถ่มบุหรี่จากปากแล้วขยี้ใต้ส้นเกือก
        "ไอ้เชินเป็นคนตรงเวลาเสมอ" นิล วิหค หยิบไพ่ของ เคน บุนกองขึ้นอ่าน แล้วตวัดมือข้างเดียวกันหยิบเงินก่อนพูดให้ฟังขบขัน "มันตรงเวลาต่อการผิดนัด"
        "ห่า!"
        สบถนั้นหล่นจากริมฝีปากพุดซ้อน นำเงิน
        "มึงถือไพ่สี่ใบ" ฝ่ายนั้นสงสัย "มึงแดกกูหรือ?"
        "ทำไมกูแดกมึงไม่ได้" เจ้ามือฉีกรอยยิ้มบนใบหน้าฟกชำ "มึงตาย"
        "มึงไม่ตายหรือ?"
        "แหกตาดูเอาเองโว้ย!"
        เขาสลัดไพ่หงายหน้า
        นับแต้มรวมกัน ๒๑ ตำแหน่งสูงเป็ฯที่ ๔ ในเกมนี้รองจากน่อบ้วน ป๊อก และก่วน
        "ดวงดีหรือมึงโกง" ผู้แพ้คำราม
        นิล วิหค พูดบนรอยยิ้ม
        "ระวังปากของมึงไอ้เคน! กูจะเอาขี้ป้ายให้เหลืองเป็นทองทา"
        "ระยำ! พวกมึงจะเล่นไพ่หรือจะกัดกัน"
        ชายผู้ยืนอยู่บนความทะมึนเฉียด ๖ ฟุทตวาด
        "ถ้าจำเป็นก้ต้องกัดกัน น้าซ้อน"
        นิล วิหค โยคสายตาไปยังไพ่มือถัดกันอย่างเชื่อมั่น
        และพบสายยตามองตอบมาไม่สะทกสะท้าน ชายหนุ่มผิวบาง ผู้รู้จักกันในนาม เรือง โกเมน ดูเหมือนไม่สนใจกับไพ่ในมือของตนนัก
        เขาว่า
        "พูดตามจริงน้าซ้อน ผมเกลียดไอ้เชิน"
        "แต่เราจำเป็นต้องใช้มัน"
        คำตอบนั้นสวนมาทันที
        ไพ่ในมือของเขาสองใบแรกนับได้ ๑๑ แต้มเหมือนกัน และมันก็เหมือนกับทุกรอบที่ผ่านมาในคืนนี้ นรก! ใบที่สามเขาได้ ๔ แล้วตามต่อมาจึงเป็น ๑๐ เขาขุ่นเคือง หากไม่มีความรู้สึกนั้นย้อมบนใบหน้าให้คนอื่นเห็น
        เขามักโชคร้ายในการพนัน (บางคนคิด) แต่เรือง โกเมน คนเดียวเท่านั้นรู้ว่าเขาต้องการชัยชนะรุนแรง ไม่ว่าในเกมพนัน หรือในทุกลีลาของชีวิต
        ความต้องการนั้นมันรบเร้าจนกลายเป็นความหิวกระหายของนักเดินทางบนทะเลทราย หากเขาอนมันไว้แนบเนียนใต้ผิวหนัง
        เป็นคนเรือนกายสันทัดจนเกือบดูบอบบาง ในตาฝังอยู่ใต้คิ้วเรียวงอน ใบหน้าค่อนข้างสวยจนขัดแย้งกับอดีตและปัจจุบันแห่งความเป็นเขา
        เรือง โก เมน น่าจะเป็นนายแบบสำอางบนถนนแฟชั่น
        หรือน่าจะเป็นหนุ่มสังคมผู้ใช้ความสวยข่มแม่ม่ายให้ซาบซ่านในกลีบดอกเนื้อ แล้วเร่งเร้าให้พาขึ้นวิมานบนเบาะหลังรถยนตร์ในความเครียดหรือบนเก้าาอี้นายพรานในโรงแรม
        เขาน่าจะใช้ความสวยบันดาลให้เป็นใครก็ได้นอกจาก เรือง โกเมน ผู้เดินเฉียดอยู่ระหว่างความหิวกับความตาย
        แต่เขาไม่อาจปฏิเสธความเป็น เรือง โกเมน
        การเคลื่อนไหวอ่อนโอนหากฉับไว
        ในตาคู่นั้นของเขาแฝงแววประหลาด คนที่เคยมองตอบเท่านั้นจะบอกได้ว่าในขณะที่เขามองแน่วนิ่งอย่างค้นหาด้วยในตาข้างขวา ในตาข้างซ้ายมันสอดส่ายรอบข้าง มันกราดจากเส้นผมจนถึงตีน เรือง โกเมน ให้ความรู้สึกอย่างนั้นในการมองเพื่อน และศัตรู
        และมองดอกไม้
        เขามีความเชื่อมั่นครึ่งหนึ่ง ระแวงครึ่งหนึ่ง และมอบให้เป็นหน้าที่ของในตาสองข้างนั้นตัดสิน
        "ไอ้เชินมันเปื่อย" เขาปัดไพ่พ้นจากหน้า "ผมคงดูคนไม่ผิดน้าซ้อน ความเปื่อยของมันจะทำพิษพวกเราสักวัน"
        "กันรู้" พุดซ้อน นำเงิน ผู้อาวุโสกว่าทุกคนในห้องมองเข็มนาฬิกาอย่างจะแผดเผา "มันจะเป็นคนห่าพันธ์ไหน แต่มันยังไม่เคยพลาด และมันเป็นเพื่อนขอเรา"
        "น้าซ้อนคิดยังงั้น?"
        "ใช่ กันคิด เรือง แกอย่าลืมอีกอย่าง นอกจากความเป็นเพื่อนไม่มีอะไรให้สงสัยมันเป็นคนที่ถูกส่งมา"
        "ใครส่งมันมา?"
        "จำเป็นว่ากันต้องตอบบด้วยหรือ"
        "นรก!"
        "ถ้ามันมาจากนรกมันจะดีกว่าน่ะซี"
        เขาพลิกข้อมือนาฬิกาดูอีกหน
        เคน บุนกอง วาง ๑๐ บาท สำหรับยี่สิบเอ็ดรอบใหม่
        เรือง โกเมน บอกตัวเองว่าฆ่าเวลานานพอแล้วจนน่าเบื่อหน่าย
        "ถ้าผมอยากพูดอะไรบ้าง" เขาสลัดคอไล่ความเมื่อยขบกับไหล่ "น้าซ้อนจะทนฟังได้ไหม?"
        "ว่ามา..."
        นิ้วเคาะบนพื้นโต๊ะไม่ชัดเจนในจังหวะไหน มันเป็นเพียงการรินอารมณ์ลงบนปลายนิ้วเท่านั้น เขาพูด
        "ผมไม่ไว้ใจไอ้เชิน"
        "ทำไม?"
        "ผมไม่เคยไว้ใจขโมย"
        ความเงียบบรรจุเข้ามาในพลัน
        ใครทุกคนในห้องดูเหมือนไม่อยากได้ยินคำนี้กันเลย มันแสลงใจถ้าเขาเริ่มงานกันมาจากระดับขโมยก่อนจะไต่ขึ้นมาถือปืน
        พุดซ้อน นำเงิน คำรามดุร้าย เขาเชื่อว่าเขาโดนถากถาง
        บนถนนนักเลงรู้กันว่าเขาเคยเป็นหัวหน้าแก็งขโมย ผู้เคยทำให้กรุงเทพฯ นอนไม่หลับมาก่อนในอดีตของวัยหนุ่ม
กังวาลของเขาขลุกขลักระคนตวาด
        "แปลกอะไรหรือถ้ามันเป็นขโมย"
        "และมันเป็นแมงดา" เรือง โกเมน พูดราบเรียบไม่บ่งบอกประหวั่นพรั่นพรึง "ผมไม่เคยไว้ใจแมงดา"
        พุดซ้อน นำเงิน สำรอกหัวเราะจากผนังตอหนาทึบ
        "เรือง กันว่าแกยังไม่รู้จักไอ้เชินดีนัก แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับว่าแกยังไม่รู้ว่าแกยืนอยู่ที่ไหน? แกกำลังทำอะไร? และแกเป็นใคร? ห่า แกยังจะต้องด้รับบทเรียนอีกมากมายนัก มันอาจแพงจนแกนึกไม่ถึง"
        "ใช่ ก่อนเดินทางถึงหลุมฝังศพ" นิล วิหค เย้ยหยันขณะแจกไพ่ และตัดมือผีก่อนแจกให้ตัวเอง เขารู้ว่าเป็น เอ. โพแดงจากสัมผัสแผ่วบางบนรอยตำหนิ
        เคน บุนกองเงยหน้าพูด
        "เรือง เชื่อน้าซ้อนซี ไอ้เชินเป็นคนใช้ได้ มันคุมกระหรี่ทางโทรศัพท์ มันจิกแดกอยู่บนหลังนักร้องตามบาร์ ใครก็รู้ว่ามันเป็นคนห่ายังงั้น แต่เป็นอาชีพบังหน้าของมันต่างหาก ไม่มีใครรู้ว่ามันทำงานให้น้าซ้อน"
        "มันเป็นคนหลายหน้า" นิล วิหค คิดว่าเขาควรพูดบ้าง "มันจะซุกอยู่ในรูไหน แต่พอมันโผล่ออกมามันเป็นหนุ่มสังคม มันมีนัดกินเหล้ากับเพื่อนแถวเพลินจิตแถวสยามเกือบทุกคืน แล้วมันก็อาศัยไอ้เพื่อนพวกนั้นเป็นบัตรเชิญตัวเองเข้าไปถึงไหนต่อไหนที่มึงหรือกูไปไม่ถึง"
        ชายหนุ่มผิวบางสาดไพ่ควำหน้าลงบนธนบัตรราคา ๑๐ บาท เขาเกลียดเชิน อำพันและเขารู้ว่าทุกคนในขบวนของ พุดซ้อน นำเงิน รู้ถึงความเกลียดของเขา
        "ไอ้เชินเป็นใคร?" เขาไม่ตวาด แต่กังวาน มันฟังได้ความรู้สึกนั้น แล้วตามประโยคต่อมาช้าและชัดเจนราวกับมีช่องว่างในระหว่างคำพูด "มันมาจากขุมไหน? กูไม่รู้ และไม่อยากรู้ แต่กูรู้ว่าถ้าถึงคราวไอ้เชินจะเป็นคนแรกที่เปิดปาก ถ้าใครทำให้มันเจ็บสักเท่ามดกัดบนปลายเดือย"
        "กูแดกเรียบ"
        นิล วิหค โยนไพ่รูปเอ.โพแดงกับควีน.ดอกจิกให้เห็นพร้อมกับรวบเงิน
        "ถ้ามันยังไม่มาในสิบนาที" เขาหันทางพุดซ้อน นำเงิน "ผมกลับ"
        "มึงยังเลื้อยคลายไปไหนไม่ได้!"
        "คำสั่งหรือ?"
        "แล้วแต่มึงจะเข้าใจ ถ้าในสมองมึงมีแต่ขี้เลื่อยก็เอาหัวแม่ตีนคิด"
        นักเลงอาวุโสสบถตามมาหลายวลี
        เรือง โกเมนยักไหล่

 

ในหลายวาระเขาไม่ชอบการถกเถียง เคน บุนกองมองคนทั้งสองในทีหวาดและกังวล ขณะนิล วิหคไม่แยแสกับควมรู้สึกของใคร ยิ้มบนใบหน้าเกรียม รวบไพ่แล้วนับเงินกำไรช้าๆ ในมาดเย้ยหยันคนพ้
        มันมีคำถามมานานเดือนในหัวใจของนักเลงขบวนนี้ ซึ่งจะต้องได้คำตอบแน่นอนในวันหนึ่งวันใดข้างหน้า และคงไม่นาน
        พุดซ้อน นำเงิน หรือเรือง โกเมน?
        ใครจะเป็นนายเหนือ?
        "ผมจะรออีกสิบนาที"
        ชายหนุ่มผิวบางยืนยัน
        ทุกคนรู้ว่าเขาหมายความตามนั้นเคร่งครัด
        เขามองผ่านแย้มหน้าต่างผ่านสีสันเปื้อนฝนของกลางคืน
        "สองทุ่มสี่สิบห้า" นิล วิหค อ่านเวลาจากนาฬิกาบนผนัง ผู้มีฉายา - ตีนผี - จากฝีตีนกระทืบบนคันเร่งนำมันรถยนตร์ในอัตราความเร็วท้าความตาย กรีดไพ่เล่น "น้าซ้อน ผมสงสัยว่ามันยังนอนสลบอยู่ในอ้อมขาอีคนไหนก็ไม่รู้"
        "ห่า!"
        "กูเหลืออีกแปดสิบ ตัดไพ่คนละใบหงายแดกกันเลย ดีไหม?"
        เคน บุนกองผิดหวังในโชคของตัวเองแล้วพาลโกรธ
        "อย่า! กูกลัวรวย"
        "มึงกลัวจนต่างหาก"
        "แต่กูไม่กลัวตาย"
        "ถุย! มึงน่ะหรือไม่กลัวตาย"
        เคน บุนกอง ผู้แรมไกลมาจากเมืองบนที่ราบสูง ผ่านความแห้งแล้งบนผืนดินและในนำใจของผู้คนมาอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เรียนรู้ว่าใครเป็นคนกล้าใครเป็นคนขลาดจากความหิวและความขมขื่น
        เขาไม่เคยถามตัวเองถึงวันพรุ่งนี้ เขาจึงไม่มีคำตอบในกรณีของความตาย
        เขาคิดว่าถ้ามันมายืนประจันหน้าเขาจะต้อนรับมันอย่างเยือกเย็น แต่คนพันธุ์นิล วิหคเขาจะเชื่อว่าจะหันหลังหนี มันเป็นความเชื่อของเขาโดยไม่ระแวง เขามีความจริงใจจนเกินกว่าจะรู้จักความระแวง
        นิล วิหคมองมาอย่างชิงชัง
        "หุบปากหมาของมึงทั้งสองคน"
        พุดซ้อน นำเงินควักบุหรี่ซองเขียวชอุ่มจากกระเป่าเสื้อ มันเป็นบุหรี่มวนยาวและพิเศษ และไม่เคยผลิตจากโรงงานแถวซอยกล้วยนำไท มันเป็นส่วนผสมระหว่างใบยาเวอร์จิเนียทางภาคเหนือ เมนธ็อลและใบไม้ที่เรียกกันให้ฟังรื่นหูว่าอเมริกาชัญ
        อารมณ์ค่อยสงบบ้างหลังจากดูดกลืนควันหอมเอียน
        เชิน อำพัน ถลันเข้ามาในนาทีนั้น
        "ขอโทษ" เขาละลำละลัก "ขอโทษได้ไหม หรือน้าซ้อนจะเตะจิกดากผมออกมาดูเล่นก็ยอม"
        "มึงบอกสองทุ่มสิบห้า"
        ผู้มาสายรู้ว่าการไม่พูดเป็นนคำตอบดีที่สุดในสถานการณ์นี้ เชิน อำพัน ผู้บอกตัวเองอย่างภาคภูมิเสมอว่าเขาผ่านการศึกษาถึงมัธยมปลายย่อมเหนือกว่าใครทุกคนในห้องบนชั้น ๒ ของบลู การ์ดีเนีย มันไม่เป็นการยากอย่างไรเลยถ้าเขาจะหาเหตุผลมาแอบอ้างเพื่อให้พ้นจากอารมณ์กราดเกรี้ยวของฝ่ายถูกรอนานกว่า ๓๐ นาที
        แต่คนพวกนี้ (เขาคิด) กำลังอยากฉีกเขาให้เป็นชิ้นอยู่แล้ว มันจึงไม่มีประโยชน์อะไรจะพูดกันถึงเหตุผลแม้ว่าเขาจะโกหกได้แนบเนียนอย่างไร แต่มันก็คงได้ผลไม่แตกต่างกับการราดนำมันราคาแพงลงบนกองไฟผ้าขี้ริ้ว เปลวมันสวยวูบวาบไม่นานก็หม่นอยู่ในสีของควัน
        ทุกคนมองเขาเหมือนอยากเคี้ยวกิน
        พุดซ้อน นำเงินคำราม
        เคน บุนกองแช่งในนำเสียงที่เขาฟังไม่ออก
        นิล วิหคย่นจมูกเหมือนได้กลิ่นมดลูกเน่า
        เรือง โกเมนขยับคอเสียดกับไหล่ ประกายแห่งความเกลียดชังปะทุอยู่ในตาทั้งสองและไม่มีคำพูดหล่นจากริมฝีปาก
        ลมกรรโชกปลิวละอองฝนเข้ามาทางแย้มบานหน้าต่าง
        แสงแปลบปลาบทะลักตามมา และหลังจากนั้นโครมครืนของฟ้าผ่า
        "ให้รากเลือด!" พุดซ้อน นำเงินทำลายความนิ่งงัน "กูไม่เคยเห็นฝนทะลึ่งตกเป็นบ้าเหมือนคืนนี้"
        เชิน อำพัน ขยับเชิ้ร์ทปกกว้าง ๕ นิ้วครึ่ง ผ้าซีธรูจากสวิสส์เนื้อนุ่มนวลสีชมพู เขารู้ว่ามีสายตามองเขม้นบอกความเกลียดชังความหรูหราของเขา แต่มันช่วยไม่ได้ (เขาคิดเย่อหยิ่ง) ถ้ารสนิยมของเขาวิไลกว่าคนอื่นจากปลายขาบานของกางเกงผ้าเนื้อหยาบสีขาวริ้วดำถึงกำไลข้อมือทองที่คล้องข้อมือแทนนาฬิกา และจริตอื่นอีกแพรวพราวตามทิศทางของแฟชั่น
        และมันเป็นการข่มกันในทีในเชิง เขาชอบแต่งตัวแพง กินเหล้าแพง ทำงานราคาแพง ความกระสันสุขของเขาวางไว้บนความแพง
        พุดซ้อน นำเงินสบถหลายวลีก่อนถาม
        "มีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม?"
        "ผมรอฟังข่าวจนถึงทุ่มสามสิบ" เขาตอบ "แต่ไม่มีข่าว ก็ต้องหมายความว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"
        "ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"
        "ใช่ น้าซ้อนไม่ต้องห่วง"
        "ก็ไม่อยากห่วง แต่เราต้องรอบคอบไว้ก่อน"
        รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าเชิน อำพัน
        "ผมระมัดระวังเสมอ แต่น้าซ้อนก็รู้เหมือนผมรู้ ขอโทษ! เรายังไม่เคยพลาด"
        "แต่ถ้าพลาด..."
        "มันก็คงยุ่งยากไปถึงบนโน้น"
        "เฮ้ย!" นิล วิหคเหมือนพูดกับบตัวเองหลังอุทาน "นี่เราจะทำให้พระเจ้าเดือดร้อนด้วยเชียวหรือ"
        "ระยำ! หน้าที่ของมึงคือฟัง" พุดซ้อน นำเงินจุดบุหรี่มวนยาวและพิเศษจากซองเขียวชอุ่ม แล้วถามร้อนรน
        "ไม่มีใครจากคุณหลวงมาพบ?"
        เชิน อำพันสั่นหน้าแทนคำตอบ
        "โทรศัพท์?"
        "น้าซ้อนก็รู้ว่า คุณหลวงไม่ชอบติดต่อทางโทรศัพท์ถ้าไม่จำเป็น"
        รอยครุ่นคิดฉาบบนใบหน้าลบรอยบึ้งขึง นักเลงอายุ ๔๕ มองไฟลามแช่มช้าบนปลายบุหรี่
        "ขอบใจโว้ย! พูดเรื่องงานของเรากันที"

 


 

^ TOP
Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2003-2006 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด นั้นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง
โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ลอกเลียน ทำซ้ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต