| ขุนนางป่า >> ความดิบหรือความจน |
ความดิบหรือความจน
ความเลวระยำของลูกและหลานนั้นเป็นความจริงที่ขัดแย้งกับภาษิตว่า :
สิบเถี่ยนหร้าบ่เท่าคมขวาน...หลานสิบคนบ่เท่าลูกเต้า...(มีดสิบเล่มไม่เทียบกับขวานในการฟันไม้และหลานสิบคนไม่เทียบกับลูกคนเดียวในการงาน)
อะไรเปลียนแปลงเขาเป็นคนโหดร้าย ? ความดิบ ? แต่เขาก็ไปวัดเสมอ สมภารของแรงซ่อมหลังคาศาลาเขาพากันไปอย่างพร้อมเพรียงพระและเณรขาดฟืนเขาช่วยตัดฟืน
บางคนแม้ไม่เคยบวชชีวิตของเขาก็ไม่ห่างวัดและเข้าวัดบ่อยกว่าคนในป่าคอนกรีท
(คำถามอันว้าวุ่นต่อมา) ความจน? แต่ผมก็ไม่อยากกล่าวหาความจนเป็นจำเลยในทุกกรณ๊ที่คนทำผิดบาป
แม้ว่าเป็นความจริวว่า คนจำนวนไม่น้อยในตำบลค่อนข้างจนเขาไม่มีความหวังกับการพึ่งพาคนอื่นในสังคมเดียวกันมากกว่าการขอรับจ้างทำงานแบบวันผ่านวัน
เดือนผ่านเดือนและโอกาสของการเป็นคนว่างงานนั้นง่ายกว่าการมีงานอย่างแน่นอน
เนื่องจากแรงงานของคนในบ้านเพียงพอบนผืนดินจำนวนไม่มากที่บุกเบิกบนดอย
และเป็นแรงงานไม่คิดราคาเป็นเงิน
นาและการเป็นเจ้าของนาถือว่าเป็นหลักทรัพย์อันล้ำค่า
คนที่ร่ำลือกันว่าฐานะร่ำรวยกว่าใครนั้นอาจมีนาเพียง
๕ ไร่ ได้รับมรดกสืบมาจากปู่ย่าตายาย และเขาปลูกข้าวเก็บเข้าเล้าไว้เป็นหลักประกันว่าถึงอย่างไรไม่อดตาย
ปูและปลาจับเอาในห้วย พริกและมะเขือปลูกไว้ริมรั้ว ผักและใบไม้เก็บในป่า
ขนมของเขาหมายถึงรวงผึ้งบนต้นไม้หรือในโพรงดิน ความต้องการเงินไม่มากนักในเวลาที่ผ่านมาจนถึงยุคของเส้นหมี่สำเร็จรูป
ปลากระป๋อง วิทยุแทรนซิสเตอร์และเพลงที่อัดลงในตลับ และขนมในถุงพลาสติกฉลากสวยกว่ารส
แว่นตากันแดด กางเกงยีนส์ และน้ำอัดลมสีสันประหลาดที่ลองกินแล้วก็เสพย์ติดลืมรสน้ำฝนเหตุผลเบ็ดเตล็ดต่อมาแต่กระทบกระเทือนหลายกระแสด้านจิตใจ
เขานับถือว่าน้ำบรรจุขวดขายบ่งบอกฐานะบางด้านเนื่องจากราคาแพง
ผมอธิบายว่าที่บ้านของผมที่กรุงเทพฯ
ไม่มีน้ำอะไรอย่างนั้น และคนในบ้านไม่ได้รับการยินยอมให้กิน...
เขามองตอบสายตาอย่างไม่เชื่อ !
แต่ไม่รุนแรงถึงกับปรักปรำว่าผมเป็นไอ้โกหก!
เขาเพียงแต่นึกว่าผมพูดเล่นเท่านั้น
นาหมายถึงการประเมินฐานะอันมั่นคงและเป็นหลักประกันของชีวิตแต่ผมก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการรับรู้บางเหตุการณ์น่าเศร้าว่า
คนเฒ่า ๗๔ บ้านไม่ไกลกันมีนา ๑ ไร่กว่า นานั้นน้ำห้วยไหล่ผ่านแต่ดินจืดปลูกข้าวไม่ได้เมล็ดมากเหมือนนาอื่น
แต่ถึงอย่างไรคนเฒ่าผู้นั้นพอเก็บเกี่ยวกินได้บ้างแลกกับเหล้ากินบ้าง
ทำนองนั้น เวลาไม่นานที่ผมรู้จักและคบเป็นเพื่อน คนเฒ่าปรารภแบบถามว่าอยากได้นาไหม
? อยากขายราคาไม่แพง ผมตอบว่าไม่อยากเพิ่มภาระ ผืนดินเท่าที่มีก็หนักหนาแทบจะฉีกตัวเป็นสองซีกแล้วกับการทำงาน
คนเฒ่าเงียบหลายนาฑีแล้วจากครื้มเหล้าจึงพูดต่อมาว่า ลูกบ่าว (ลูกชาย)
มันรบเร้าอยากให้ขายในราคา ๑๒,๐๐๐ บาท ถ้าผมเอาไว้อาจลดลงได้บ้าง ผมยืนยันความไม่ต้องการโดยอ้างเหตุผลประกอบ
เงินจำนวนนั้นถึงอย่างไรก็ไม่น้อย คืนแรกเราพูดกันแค่นั้นก่อนเมา...
นานและหลายวันต่อมาไม่เกินเดือน
คนเฒ่าหิ้วจิ๊นควาย ๕ เมด (๕ ขีด) ขอบกระด้งผ้าขี้ริ้วและน้ำดีครบขบวน
เอามาสับลาบกิน เหล้าซื้อมาเองสองขวด ขัดขืนคำขอร้องของผมว่าการมาเยี่ยมบ้านไม่ต้องเอาเหล้ามา
ผมซื้อไปจากตลาดแม่ริมราคาถูกกว่าและเพียงพอต้อนรับทุกคนที่ขึ้นบันไดมาพบกัน
คนเฒ่าใบหน้ายิ้มแย้มและพูดว่าอยากฉลองการขายนาได้แล้วตามราคา ขายให้กับคนในตำบลเดียวกันไม่ใช่คนอื่น
เขาวางแผนลงทุนปลูกแอสพารากัส (หน่อไม้ฝรั่ง) กับสตรอว์เบอร์รี่ ผลไม้เทศซึ่งกลายเป็นพื้นเมืองไปแล้วในตำบล
"ราคาเท่าไร?"
"เขาขอต่อหมื่นถ้วนผมว่าเขาเป็นคนดีก็เลยขาย..."
ลุงเอาเงินเก็บไว้ที่ไหนล่ะ?"
ผมติดปากเรียกคนเฒ่าผู้นี้ว่าลุงมากกว่าคำอื่นนับจากวันแรกรู้จักกัน
และขณะนั้นนึกถึงการนำเงินฝากออมสินสาขาหรืออะไรทำนองนั้น
"นี่ไงเงิน..."
คนเฒ่าควักธนบัตรสีม่วงออกมาคลี่เบื้องหน้า"
"ห้าร้อย! ทำไมห้าร้อยเท่านั้น?"
"ลูกบ่าวมันให้มาหกร้อยผมซื้อของมากินบ้างก็เหลือเท่านี้"
คนเฒ่าพูดว่ามีลูกบ่าวสองคน มันแบ่งเงินกันแล้วก็แยกย้ายกันไปบ้านของใครของคนนั้น
คนละตำบล (รายงานข่าวหลังจากวันนั้นว่ามันขกกันปากฉีกกับการถกเถียงว่าคนโตควรได้มากกว่าคนน้อง)
คนเฒ่ากลับบ้านคนเดียวแล้วมาเยี่ยมผมเพื่อการฉลองอย่างว่า และหลังจากกินเหล้าพลางสับเนื้อบนเขียง
คนเฒ่าถามว่าขอฝากเงินไว้กับผมได้ไหม?
แต่ผมปฏิเสธไม่อยากเกี่ยวข้อง
ผมบอกตัวเองว่าควรกำหนดขอบเขตความผูกพันบ้างความคิดนั้นในเวลาต่อมาผมรู้สึกเจ็บปวดกับการรับรู้ว่า
สองวันหลังจากนั้นไอ้ลูกชายคนโตย้อนกลับมาทวงเงิน ๕๐๐ บาทนั้นจากพ่อ
ผู้แทบว่าอยากซ่อนธนบัตรสีม่วงไว้ลึกในกระบอกไม้ไผ่หรือใส่ไหขุดหลุมฝังดินมันอ้างว่าพ่อแก่แล้วไม่ต้องใช้เงิน
มันหิ้วข้าว ๑ ถังกับปลาเค็มห่อใบตองกล้วยโยนมิ้งไว้ในครัว เดือนหลังจากนั้นไอ้ลูกชายคนน้องย้อนกลับมาเหมือนกัน
ถามไถ่และเกือบถึงบีบคอพ่อตายคามือและการพบคำตอบว่าคนเฒ่า ๗๔ ไม่มีเงินแล้วมันตวัดถุงข้าวพาดไหล่แล้วสั่งสอนว่า
"เอาไปให้ลูกหลานมันกินดีกว่ามันหลายคนด้วยกันพ่อปากเดียวกินน้อยหิวก็ไปขอที่บ้านปี้อ้ายเขากิน
เขาคงไม่หวง..."
|
| ^ TOP |
Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2003-2006 All rights reserved. Create and powered by
Tune-in People |
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย
หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด
นั้นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง
โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com
ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ลอกเลียน ทำซ้ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต |
|