งานเขียน 'รงค์ วงษ์สวรรค์ >> วานปีศาจเขียน  
 


วานปีศาจเขียน
'รงค์ วงษ์สวรรค์
(ตีพิมพ์ในรวมเล่ม "สวัสดีลมร้อน" นำขบวนโดย ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช)

       ทำไมคนเราจะต้องทำงานจนเหน็ดเหนื่อย? ด้วยความหิวในเงิน? ด้วยความหิวในเกียรติยศ? ด้วยความหิวในความรัก... ก็รักตัวเองน่ะซิ กระนั้นหรือ?
       เสาร์ ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๑
       กาแฟไม่มี ห่...คงกินไก่ในโลกตายหมด ไม่มีไข่กิน
       น้ำไม่ไหลในบ้านของคนกลางทุ่ง มันไหลย้อนขึ้นบนแฝล็ทของผู้ดีเท่านั้นละโว้ย
       ลมพัดเย็นเหมือนวันวาน และศตวรรษก่อน
       แต่มันปลิวฝุ่นขี้ตีนคนและรถยนตร์มาเกาะ
       ใบไม้หมอง น่าสงสารใบไม้
       ปรงริมสระน้ำดูเหมือนมันป่วย เป็นโรคคิดถึงมือบอบบาง ที่อุ้มมันจากลำประโดงมาปลูกไว้
       แฉกใบของหนามแดงสวยซื่อ
       มันแซงก้านและแทงดอกก่ายกันระเนน ดอกของมันมีกลีบเดียวห่อเกสรเหลืองนวล ไว้ข้างในแล้ว...
       บรรจงบิดเรียวดอกของมันนั้นเป็นเกลียวขนดมองเหมือนลึงค์สุกร แต่ผิวเกลีบมันช้ำเป็นสีน้ำตาลไหม้
       หอมดอกกระถินรวยรื่น
       คำถามหล่นลงในหัวใจ ทำไมคนเราจะต้องทำงานจนเหน็ดเหนื่อย?
       ด้วยความหิวในเงิน? ด้วยความหิวในเกียรติยศ? ด้วยความหิวในความรัก...ก็รักตัวเองน่ะซิ กะนั้นหรือ?
       บางคนอยากเป็นเศรษฐี
       แต่นักเขียนจะเป็นเศรษฐีไม่ได้ ถ้าไม่เขียนหนังสือบ้าง และร่วมประเวณีกับแม่ม่ายรวยมาก ใครก็ไม่รู้มันพูดไว้อย่างนั้น
       ผู้คนในกรุงเทพฯ พ.ศ. นี้ยังมีสิทธิจะเพ้อฝันถึงการเป็นเศรษฐีได้เสมอ
       อำนาจใดไม่บังอาจจะแย่งสิทธินี้ของเราได้
       และบางคนได้เป็นแล้วเพราะมีมือนุ่มนวลลอกหนังตีนเอาไปปะไว้บนหนังหน้า
       อย่าอิจฉามัน
       โฉมตรูโทรศัพท์บอกว่าจะมาหา
       นั่นหมายถึงเหล้าสรละมุน ดนตรีรื่นทวาร และกวีบนปลายลิ้นหล่อน
       คนว่างเมียเพราะเมียทิ้ง หรือทิ้งเมีย หรือยังคร้านจะมีเมีย ควรโกหกตัวเองบ้าง เป็นหนเป็นที
       โดยออกกินข้าวแพงนอกบ้านกับโสเภณีทางโทรศัพท์ ชมสีสันปานรวีกลางคืนของกรุงเทพ? ปรารภถึงค่าครองชีพ หรือรัฐธรรมนูญกับหล่อนดื่มบรั่นดีอังผะผ่าวของอุ้งมือ และสูบบุหรี่ฉุนจวนเข้าไคล แล้วแต่งจริตชวนหล่อนกลับบ้าน สมมติเอาอย่างหน้าเซ่อว่าหล่อนเป็นเมียยอดรักยอดสะดิ้งของเราในคืนนั้น...หรือคืนไหน
       หลังจากตรากตรำ กับงานผู้ชาย ควรจะกำนัลความสุขให้ตัวเองอย่างจุใจ
       อาจินต์ ปัญจพรรค์ เคยพูดไว้อย่างนั้นในความเปลี่ยวของห้อง ในซอก พญาไทของเขา
       แต่เขาดูเหมือนจะแต่งงานกับงาน และความเมา... เมียไม่มีอสุจิ ทั้งสองของเขานั้น หึงหวง ไม่ให้เขาเพลิดหาอ้อมกอดของผู้หญิงอื่นบ่อยหน แผนกกับผู้พันธุ์ ริยำผู้นั่งตรอมอยู่ลำพังริมเฉลียงบ้านบางซ่อนแล้ววาน ปีศาจเขียนหนังสือให้
       เข็มนาฬิกาแห่งอารมณ์มันเดินบ้างวิ่งบ้างโขยกบ้างกระดอดบ้างจนสองทุ่มกว่า
       ทุด-โฉมตรูผิดนัก หล่อนคงดูดดอมมเมือกชื่นแห่งการรสบนเนื้อยวงของผู้ชายคนอื่น
       นรก! ขี้! กลีบชบาโรยจากขั้วเน่าของมัน
       เตะโทสะที่มันกีดขวางทางแล้วถลันหาผู้คนแห่งกรุงเทพฯในยุคที่เชื่อคำทำนายของปีศาจ และบูชาเงิน ดูเหมือนเขามัวเมากันอยู่ในแสงเรืองไรของไนท์คลับ และดนตรีแสบทวาร เขาหัวเรากราวเมื่อ ยินนักร้องสวยพร่างคนนั้นชวนให้เด็ดมะเขือพวงในตาหล่อน เปรยเปรียบ และหมายถึง อัณฑะ

       หล่อนหมายถึงเพียงอวัยะนั้น มิว่าจะร้องถึงเงาะ ลิ้นจี่ หรือลำใย หรือมังคุด ช่างน่าอิจฉาทุกผู้ทุกเมียผู้ปริ่มสัปโดกสุขในคืนนั้นและแม้แต่ขอทานยืนพิงเงาหม่นของชงโคริมถนน
ขอทานผู้นั้นถ่มน้ำลาย รดเหรียญสลึง ที่ใครบัดซบคนนั้นโยนให้
       เหรียญสลึงมันหมดค่าน้ำเงินไม่ว่าแก่ขอทาน หรือนักบวชหรือโจร ในกรุงเทพฯ พ.ศ. ๒๕๑๑
       ใครที่ถ่มน้ำลายได้อย่างองอาจน่าอิจฉาทุกคน
       อาทิตย์ ๑๘ มีนาคม ๒๕๑๑
       ยินสองคนมันวิวาทกันอึงอล อัปรีย์หนึ่งคือเขา และอีกอัปรีย์หนึ่งมันก็คือเขา
       "คุณโกรธเหล้าหรือ แล้วทะลึ่งกินมันทำไม?"
       "เปล่า-ผมรักมัน"
       "แต่ผมได้ยินคุณสบถหยาบบรรลัย"
       "ผมสบถด่าตัวผม"
       "คุณด่าน้ำที่มันไม่ไหล"
       "ผมรักน้ำนิ่งในสระ"
       "คุณเกลียดหนู"
      
"ผมรักปลาและไส้เดือน"
       "คุณเอียนอดีต..."
       "ปัจจุบันผมก็เอียน"
       "กินกาแฟถอนเมาไหม?"
       "ห่...ไม่มีจะกิน"
       "นั่งนิ่งอยู่ทำไม?"
       "ก็ผมยังไม่อยากสวดมนต์"
       "ทำงานซิ"
       "หิว"
       "ถ้าคุณไม่ทำงานคุณก็หนีไม่พ้นความหิว"
       "ริยำ! ถ้าผมจะทำงานก็เพราะกระสันต์อยากทำมันเท่านั้น ไม่ใช่ด้วยเหตุอื่น ผมเคยเห็นคนคลั่งทำงาน เพื่อเอาชนะความหิว ลงนรกหมกไหม้แล้วหลายคน..."
       และเขาก็ทนทำงาน ในขณะที่ความหิว บรรเลงดนตรีแสบทำนองอยู่ในลำไส้ ดูเหมือนเขาจะเป็นบ้าในช่วงเวลานั้น ทำงานแต่บ่ายโมงจนถึงห้าทุ่ม ไม่เขยื่อนขยับจากที่นั่ง นานถึงสิบโมง คืนนั้นนอนหลับฝันดีจนอยากร้องไห้ ฝันว่าได้ร่วมประเวณี กับ งู ปลาพยูน ช้างเม่น โซเฟีย ลอเร็น ดอดพยอม และกับตึกสูงสิบชั้น และกับตอม่อสะพาน
       จันทร์ ๑๙ มีนาคม ๒๕๑๑
       ลมพัดเย็นเหมือนวันวาน และศตวรรษก่อน
       อิจฉาตัวละครที่นอนอยู่ใต้ร่มชมภู่ในนวนิยายของ รัตนะ ยาวะประภาษ
       ความหิวมันกรรโชกคำราม
       เขาอ่านเรื่องสั้น-แม่ยังไม่กลับมา ของมนัส จรรยงค์ สีแดงแสดพรายตา...มันเป็นสีกระโปรง ของแม่ของดอก เข็มพวง และของความหิว แล้วเขาสะอื้น
       พยายามอ่าน-อาหารกลางวันเปลือยของ วิลเลียม เอส. เบอร์โรจส์ ให้รากเหียร หรือจะเขียนเองให้สบอารมณ์ แต่อารมณ์ของเขามันแห้ง ผากหรือถ่มน้ำลายรดหินกลางแดด
       โฉมตรูมาหาเวลาเที่ยง
       "ดิฉันรู้สึกผิดกลิ่น" หล่อนย่นจมูก
       "ผมไม่เคยเอาหนูเน่ามาขึ้นเตียง" ยิ้มของหล่อนซุกซน "เขียง หรือเตียง"
       "ถ้าเป็นเขียง มีดของผมก็กับไว้คมไม่มีสนิม เนื้อคุณจะไม่ช้ำ"
       "จองหอง" หล่อนขโมยท่าของมารดาถนอมทารกเอื้อมมืออังหน้าผาก
       "ร้อนอย่างกับเป็นไข้ ตาคุณโรยเหมือนเดินหลงทางเข้าไปในดงแม่ม่าย...จริงนะ ดิฉันว่าได้กลิ่นเปรี้ยว ๆ ของน้ำหอมค้างคืนหมาดอยู่บนเนื้อคุณ
       "นรก! ผมนอนคนเดียวถึงสองคืน"
       "โกหก" หล่อนตวาดในกิริยาของหยอกเยิน
       "รู้ไหม..." เขาชะอ้อน "คืนว่านผมฝันว่านอนกับงู กับช้าง กับตึกสูงสิบชั้น กับต่อม่อสะพานและกับอะไรต่ออะไรล้วนแต่น่านอนด้วยทั้งนั้น..."
       "หยาบคาย" หล่อนแนมเล็บบนริมฝีปากหนวด "จูบดิฉันซิคะ ว้าย...กอดของคุณเปลี้ยเหลือเกิน"
       "ผมหิวนี่หว่า"
       "ให้กินขมเอาไหม"
       โฉมตรู-เนื้อเนียนของหล่อนแพงสมค่าน้ำเงิน ดูดบุหรี่ดับคาว กินน้ำเย็น และถ่มน้ำลายขอบใจนรกคนพันธุ์ ริยำได้คิดว่า-หลังจากร่วมประเวณีทั้งอย่างอยากหรือไม่อยาก โลกนี้มันเป็นทุกข์น่าอยู่กว่าวันวาน

^ TOP
Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2003-2006 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด นั้นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง
โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ลอกเลียน ทำซ้ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต