งานเขียน 'รงค์ วงษ์สวรรค์ >> ประโยค วลี โวหาร พรรณนา เปรียบเปรย  

พจนานุกรม'รงค์ วงษ์สวรรค์ ฉบับอะเดย์ > ชื่อตัวละคร | วลีโวหาร | คำศัพท์เฉพาะ

ประโยค วลี โวหาร พรรณนา เปรียบเปรย

บทพรรณนา

โขยกในทำนองปะทุเหมือนปัสสาวะรดทรายในกระทะร้อนของดนตรี – เธอะ บีเทิ่ลล์

อพาร์ทเมนท์หลังนั้นเปิ่นและพิการผิดกว่าของใครอื่น-เลขที่อื่น มันไม่หันหน้าเห็นถนน แต่มันหันก้นให้อย่างเย่อหยิ่ง ประตูสายลายเหล็กโปร่งและถ่าง แต่ไม่ใช่ประตูบ้าน มันเป็นประตูรู เบียดอยู่ในขนาบของซอกตึก และเซาะลาดลงบนบันไดหินขรุขระหกขั้น เดินซวนกายอีกราวสิบแปดก้าวจะชนประตูครัว สลัดตีนถีบให้มันเปิดแล้วเดินอย่างสิ้นหวังเข้าไปในนั้นท่ามกลางกลิ่นสกปรกเน่า และเหม็นอย่างมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหล หนูเน่าตายอยู่ตรงนั้น มันตายด้วยความหิว ซากของมันเปื่อยจนแห้งและรัดเนื้อเรียวลงเหลือเท่าหัวแม่มือ ขนเกรียน และความเน่าเจาะในตาของมันเป็นโพรงลึกดำเหมือนกลางคืนที่โศกเศร้า...กลิ่นจานใช้แล้วซ้อนระเนนอยูในอ่างหอมทารุณ ชวนรากเหียน เพราะไม่มีใครมีบุญพอจะหยิบมันมาใช้นานกว่าสี่สิบแปดชั่วโมงแล้ว ถ้ายังมีเรี่ยวแรงพอและเหลือกำลังใจอยู่บ้างเอื้อมมือเปิดตู้เย็นซิ จะพบความว่างเปล่า น่าพรั่นพรึง-เป็นความว่างเปล่าที่มีเสียงดนตรีวิวาททำนองระหว่างความสวยของกลีบดอกไม้กับความอาวรณ์เหนือหลุมฝังศพ-เป็นความว่างเปล่าที่จิตรกรบางคนเคยเห็นขณะโดนความอาภัพมันรัดรึงเขาไว้ในโตรกทุเรศของชีวิต เพื่อรอลมหายใจเฮือกสุดท้ายยังมาไม่ถึง

น้ำเชื่อมหวานข้นจนเป็นวุ้นในโหลสองใบวางเคียงกัน ในใบหนึ่งขโมยสีเหลืองขรึมมาจากบุษราคัม และในอีกใบเขียวแสบหัวใจอย่างมรกต เขา-รินสีแรกลงในแก้วเปล่าขาวสะอาดจนเกือบเต็ม แล้วบรรจงหยาดสีที่สองลงเป็นเส้นตูมของหยดที่เนื่องกระชั้นกันบิดเกลียว เขียวหน่วงสีของมันเคล้ากับเหลืองที่ถดถอยหนีด้วยจริต และเริงระบำพิไรตามนิ่มทำนองเยือกเย็น เขาโลมลูบสายตาไว้กับมันแล้วกระถอกแดงเข้มของมณีจากหลอดสีน้ำหล่นลงในนั้น – มันละลายเชื่องช้าและอย่างเกียจคร้าน แล้วในหลายนาทีถัดมา ริ้วเลื่อมของสีทั้งหมดในแก้วในนั้นมองเหมือนพลอยเหลวที่โปรยตัวมันลงมาจากมือของนางฟ้าใจทราม

ริมฝีปากที่ซอนหาหล่อนคงจะเป็นคำตอบชัดถ้อยกว่าตวัดลิ้นพูด โฉมไพรำไม่เกลียดและไม่ชอบหล่อน ในนาฑีเร่าร้อนและชื้นชุ่มนั้น ไขว่มือตระโบมหารกชัฏบนเนินอุไร เบียดบดเกี่ยวมณีเม็ดงามแฝงร่มครื้นในโตรกชโลมริน กรายกลิ่นฉุนจ้านหยาดระคนเศร้าของการ์ดีเนีย และขบกัดงอนปลายคล้ำของสีหมากแห้งบนโนมเนื้อหล่อนอย่างหมาคันเขี้ยว

ความสวยบรรลัยของหล่อนที่บรรจงโกหกตัวเองไว้แนบเนียนเริ่มคืนคลาย น้ำตาที่พรากใบหน้าหล่อนคืนนั้นลบแป้งให้เห็นผิวซีดคล้ำและผื่นเสี้ยนตามร่องจมูกเทอะ ริมฝีปากหล่อนเชิดหนาและแตกพุเหมือนกลีบส้มโดนลม บัดซบ! ในเงาหม่นเขามองเห็นริ้วระแหงบนหน้าท้องหย่อนของหล่อน รกชัฏบนเนินร่มครื้นนั้นเปียกปรกเหม็นชื่น กรวยกลิ่นฉุนจ้านจากซอกแขนหยาดระคนเศร้าของการ์ดีเนียคลื่นเหียน..

ระวีถวิล – ใบหน้าของหล่อนราวกับขโมยความงามมาจากงานประติมากรรมของศิลปินแห่งศตวรรษก่อน แผกผันกับชีวิต – ชีวิตของหล่อนอึงอลเหมือนภาพเขียนแบบนามธรรมที่พยายามแสดงความดิ้นรนของวิญญาณ

รูบี้ - ผู้หญิงของรวีคนนั้นเรียกชื่อรูบี้หล่อนจะขาน เรือนกายโปร่งชวนให้นึกถึงป่าแล้งและแดด ในตาโรยบอกถึงความหวดผวา โนมเนื้อคล้อยหากตึงบดเบียด หล่อนเป็นผู้หญิงที่รูปสลักวีนัสจะเอี้ยวกายมองฉงน

หล่อนเหยียดกายนอนบนพื้น กางเกงในบิกินีพื้นสีขาวปรกขนประดับอวัยวะที่ลับกระหวัดแซมตามริมชายลูกไม้สานทอละเอียดบาง หล่อนนุ่งไว้เพียงเท่านั้นในคืนอบอ้าว โนมเนื้อสะทกระเนนบนลาดทรวง

จากตู้ดนตรีพื้นร้านโรยขี้เลื่อยชิ้นหยาบไว้หนาพอหยุ่นตีนไม่สวมเกือก และให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนทางปูลาดกลีบดอกไม้สู่ห้องนอนของหญิงแพศยา - ผู้นอนก่ายรอให้สัตว์ตัวผู้เปลื้องกำหนัดหล่อน

เราหลบความอึกทึกบนถนนเข้าหาอ้อมแขนกระหวัดอุ่นอกของร้านเบียร์ใต้ถุน

นักเรียนสองคนนั้นซบร่างกลืนกินกันอยู่ในซอก เบียดริมฝีปากและกระสันต์พันเงื่อนไว้ด้วยปลายลิ้นตวัดดิ้นแล้วแนบนานราวไม่มีพรุ่งนี้สำหรับสองเขาหล่อน

สีสันและท่วงทำนองในชมรมกัญชามันช่างไร้เดียงสาอย่างจะพูดพลางสบถได้ว่าไม่มารยาและโทสจิต ถ้าหากเราจะบ้าระห่ำกันบ้าง ก็บ้าอย่างอ้อยส้อย เพราะโลกของเรามันหมุนหนืดแช่มช้ากว่าโลกของผู้อื่น วันของเรานานกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง นาฑีของเรายาวเหมือนนาฑีของคนบาปหน้าเปลวไฟแห่งนรก แต่มันเป็นเปลวไฟที่เย็นชื่น

นักบินผู้ใช้ความเร็วจากเครื่องยนต์เจ็ทชั่วโมงละกว่าหกร้อยไมล์และเรียนรู้การเดินทางในอวกาศ แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนอวัยวะเพศของตนเข้าไปในโยนีซึ่งมีความลึกเพียงเจ็ดนิ้ว

นั่นเป็นความจริงที่ปลายศตวรรษ 20 ไม่อาจปฏิเสธ ผู้ใดหลายสังคมในช่งเวลานี้ของโลกมืดมนกับระยะทางเพียงหกนิ้วใต้ศูนย์สะดือของตน แต่สามารถพูดกันอย่างกระจ่างเกี่ยวกับความเป็นไปบนผิวพระจันทร์ซึ่งห่างกันด้วยระยะทางหลายแสนไมล์

แต่ผมทะลึ่งนุ่งเกือก นุ่งถุงเกือก นุ่งเชิร์ท นุ่งเน็คไท นุ่งกางเกงและนุ่งเสื้อชั้นนอกแบบ- ลอนดอนลุค นุ่งกางเกงในไหมอิแทเลียน และไขว้พวงคุยหฐานไว้ด้านซ้ายอย่างเรียบร้อย

แต่ความปรกติอาจเป็นความผิดปรกติในสายตาพนักงานเพศอิตถีลึงค์ ปุลลึงค์ และ นปุงสกลึงค์ของวัง

กับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่โดนความมั่งคั่งละลายไขมันขังไว้หนาบนหน้าท้อง กลายเป็นตัวตลกการ์ตูนที่เขียนด้วยปลายพู่กันแห่งความฟุ้งเฟ้อ ปราศจากความเพียงพอ

ถ้าแกกลัวข้าตกนรกละก็อย่าเป็นห่วง แกจะขึ้นสวรรค์หรือไปไหนที่มันไม่มีกินละก็ แกกับข้าคงไม่พบกัน ข้าอยากลงนรกที่อิ่มว่ะ

 

เปรียบเปรย

มันเป็นการเดินทางจากบ้านไปสู่โบสถ์ที่ทันสมัยจนนรกอาย

สำเนียงกระด้างแบบลิ้นเปื้อนเนยและผูกไวยากรณ์วกวนเหมือนไม่ใช่เกิดจากมดลูกของแม่คนไทย

ผมจึงเสียใจมากถึงนาฑีนี้ที่ถูกข่มขืนความคิดให้บ้วนสำเนียงเหน่อออกจากปากเพื่อเป็นคนกรุงเทพฯ

นายพลเขาลงทุนให้มันตั้งสถานบริหารลดความอ้วน นิจจังทุกขัง! คนหิวกันแทบกัดเนื้อตัวเองกิน แต่ผู้ดีมีเงินเอาเหงื่อออกให้ผอม

ร้านกาแฟนั้นสำหรับนั่งในเวลากลางวัน แต่ค๊อฟฟี่ช้อพ เป็นอวัยวะชิ้นใหม่ของกลางคืน

ชีวิตของเขาในเดือนนี้มันช่างเศร้าจนแดดเป็นสีเทาหม่นและดอกไม้ทุกดอกเป็นสีดำ

เขารู้ได้อย่างไรว่าฤดูร้อนเดินทางมาถึงกรุงเทพแล้ว
“ถ้าน้ำประปามันไหลอ้อยอิ่งเหมือนปัสสาวะของคนเป็นโกโนเรีย ผมรู้ทันทีว่าเป็นเดือนเมษายน”

ถนนสายนั้นพูดกันว่าการจราจรของโกโนเรียและซิฟิลิสค่อนข้างสับสน

เงียบจนได้ยินเสียงความดีกับความชั่วกำลังขับเคี่ยวกันอยู่ในมโนธรรม

เขาพูดปรามาสให้ร้ายได้รื่นหูราวกับเป็นถ้อยคำภาวนาของนักพรตผู้วางเฉย

เบาะนุ่มสบายเหมือนนั่งตักโซเฟีย ลอเรนซ์

เขาหวาดกลัวความยากจนเสียยิ่งกว่าน้ำค้างถูกแสงแดด

หัวตกเหมือนมันเป็นอวัยวะที่บังเอิญวางอยู่บนไหล่ทั้งสอง ยืนอยู่อย่างสงบเงียบราวกับรูปปั้นเทพธิดา

รัสเซีย ขนาดของประเทศไม่ใช่ปลายดินสอดำวงจุดพิทุบนผืนจีวรนักบวช แต่เป็นการรินหมึกแดงจากขวดราดสีสันบนแผนที่โลก!

ใบหน้าของเขาชื่นเหมือนเพิ่งเสร็จจากอาบน้ำในคลอง

ปัจจุบันอันบริบูรณ์ของหล่อนยังหวังอะไรมากกว่านี้อีกหรือในอนาคต!

ความยะโสค้นพบได้ในมนุษย์ทุกมุมโลก แต่เราจะเห็นได้ชัดเจนกว่าในนิวยอร์ค

ยิปซีไม่ขโมยด้วยความผิดปรกติทางอารมณ์ เราขโมยเพราะไม่คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างควรจะเป็นของใครคนหนึ่งคนใดเท่านั้น

กระโปรงมินิก้มลงเลือกโกศลในกระถางบนบาทวิถีรั้งให้เห็นแก้มสะโพกพงางอน

หล่อนมีความรู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นคนหลายคนที่อาศัยใช้อวัยวะชุดเดียวกัน คนเหล่านั้นเป็นทั้งซาตาน นักบุญ ปราชญ์และไอ้งั่ง

เยิ่นและนานราวนาฑีวิวาทของซาตานกับนักบุญ

ใบหน้าหล่อนเศร้า และราวกับขโมยความเศร้ามาจากต้นไม้ในฤดูผลัดใบที่หนาวเย็น

ในตาเขียวปนน้ำเงินจางเหมือนไม่มีชีวิต หรือเหมือนศพดองที่เคลื่อนไหวได้ด้วยมายาศาสตร์ เปรยเปรียบได้ถึงเพียงนั้น

ยากจะคะเนว่าโกสุมนอนหลับคดคู้หรือกางเขี้ยวเล็บรอคอยอย่างชะมดต้องแร้ว

ถนนในฝรั่งเศสไม่ราบเรียบเหมือนขาอ่อนนางระบำที่โกนขน

เดินโอนเอนเหมือนขาโดนถอดกระดูก

นอนหลับให้สบายเหมือนนอนในหลุมฝังศพ

เงียบให้เหมือนสากกะเบือตากน้ำค้าง

ผมนอนหลับสบายเหมือนก้อนหินในความเงียบโนน้ำค้าง

ความพยาบาทนั้นมันมีพิษสงเหมือนน้ำกรดที่กัดรอนหัวใจ

ข้าพเจ้าคงต้องขโมยเวลาของตัวเองหลายวันถ้าจะเขียนนวนิยายเกี่ยวกับเด็กคนนี้

สุ้มเสียงของเขาเยือกเย็นเหมืนเพลงขลุ่ยแผ่วมากับลมชำแรกแดด

ดอกของมันเป็นพวงเหมือนมีผู้มาร้อยไข่มุกไว้ทั่วใต้ทะเลดอกหิน

กัลปังหาทั้งขาวดำงอกกิ่งก้านของมันออกมาเหมือนตะโกดัดในราชวัง

 

ปรัชญาดิบ

มาริฮ์วาน่า ในทัศนะของเขามันคือพืชมีคุณอเนกประการ มันคือสมุนไพรที่แหย่งรากลงบนผืนดินของมุทิตา แล้วผลิดอกแห่งความกรุณา

ความโลภมันกระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนหนังตาของทุกคน จนมองไม่เห็นความวอดวายที่ยืนรออยู่อย่างหิวกระหาย

ช่องว่างระหว่างฐานะของบุคคลย่อมจะมีอยู่เสมอ ไม่ว่าในแห่งหนไหน (เราคิดอย่างนั้น) และเราจึงไม่เป็นทาสแห่งโมหจริตโดยมีปมด้อยเป็นฝ่ายยุยง

การกังวลมันก็เหมือนกับนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก คุณรู้สึกว่ากำลังเคลื่อนไหว แต่มันไม่เคยพาคุณไปถึงไหนได้เลย

การมองเข้าไปในความหลังก็เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือที่ยังไม่ได้เขียน
ศัตรูที่มีคุณธรรมมีค่ามากกว่าเพื่อนสับปลับ

นักเขียนไม่มีสิทธิ์เป็นคนแปลกหน้ากับผู้อ่าน

บาร์เท็นเดอร์ไม่มีสิทธิ์เป็นคนแปลกหน้ากับคนกินเหล้า

ความโกรธเป็นลมพัดไฟในตะเกียงความคิดดับ !

พรุ่งนี้มันเป็นคำแก้ตัวดีที่สุดของคนเกียจคร้าน มันเป็นความหวังของคนที่เดินทางผ่านวันวานมาอย่างสะเพร่า

เวลา มันหาได้มีสาระมากไปกว่าเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ยืนรออยู่อย่างหิวกระหายเพื่อให้ผู้คนได้บรรจุเหตุการณ์ลงในมัน

เวลามันไม่เคยมีอาวุธไว้ป้องกันตัวเองจากความโหดร้าย

บทบาทของความเปลี่ยนแปลงมันเพ่นพ่านราวกับมันมีตีนที่ไม่เคยเหน็ดเหนื่อย

ข้าพเจ้าจึงอยากไปไหนสักแห่งหนในวันนั้นแทนการนอนอย่างเกียจคร้านให้เวลามันฆ่า

ผมเดินไปบนขาข้างขวา และแทนที่ความว่างเปล่าของขาข้างซ้ายด้วยความภาคภูมิ

ความเมตตาเป็นอาวุธเพียงชนิดเดียวในการเข่นฆ่าความจน

การบรรจุความอลหม่านเข้าในรูหู จริง มันเป็นอีกโฉมของการแสวงหาความบันเทิงให้กับชีวิต

เราโลภจะมีมัน เพื่อในที่สุดเราจะพิสูจน์ได้ว่าความไม่มีกับความมีมันหาได้แตกต่างกัน

แต่โลกที่หมุนรอบตัวเองตามอัตราที่มนุษย์กำหนดให้ว่ารอบละเท่านั้นชั่วโมงเท่านั้นนาฑี เป็นโลกที่ไม่มีตีนจะเดินขึ้นเตียงนอนกับใครได้เลย

เมื่อเด็กวิ่งไปบนความรื่นเริง นั้นเป็นความบริสุทธิ์ที่ผู้ใหญ่จะต้องซ่อนความละอายไว้ในความอิจฉา

ความขุ่นหมอง มันเริ่มต้นจากความวังเวงราวกับหัวใจโดนแขวนไว้กับเส้นด้ายเปื่อยในเวิ้งว้างของโพรงอก

ศัตรูที่ร้ายกาจของคนก็คือคนด้วยกัน

เวลามันเป็นเพียงชะลอมที่วางท้าทายให้ผู้คนเอาความโง่เขลาของตนเติมลงไปแทนน้ำ

เวลามันเป็นกับดักที่ขึงขวางไว้ระหว่างการเกิดกับความตาย

ความจนกับความจริงใจเป็นมือขวาและมือซ้ายของกันและกัน

กลางคืนยาวนานเพื่อให้เรามีโอกาสเรียนรู้ถึงวันพรุ่งนี้

คนเราสูงเท่ากันเสมอบนเตียงนอนและในหลุมศพ

ยากเหลือเกินที่คนเราจะหนีความเหงา มันร้ายยิ่งกว่าเงาหรือเจ้าหนี้

 

ผู้หญิง

ชีวิตข้างจานกระหรี่มันเป็นอย่างนั้น มันซ่านมันเสียว มันซบมันซุก มันเร่งเร้าให้เขารู้สึกเหมือนเรือนกายตระหง่าน ราวลำตาลโดดเด่นกลางทุ่งโดนพายุโหมหักราน

“ผู้หญิงสวยขนาดนี้มีค่ากว่าเพชรบนเรือนแหวน”
“คะ? แต่ถ้าคุณทำเหรียญสลึงหล่นหายในความมืด แสงเพชรยี่สิบกะรัตก็ส่องหาไม่พบ ไม้ขีดก้านเดียวสว่างกว่าค่ะ”

ผมไม่พยายามมองผู้หญิงด้วยสายตาของคมมีดในมือช่างปั้นเพื่อจะเฉือนและกลึงหล่อนเอาตามอารมณ์

หล่อนรินไวน์ลงในแก้วยื่นลงมาในท่าเอี้ยวแขนและเอว หมาจิ้งจอกกรุงเทพฯ แบบผมหรือหมาจิ้งจอกลอนดอน ใครก็ไม่ควรเอื้อมมือลูบในร่องก้นหล่อนเล่นโดยถือว่าความเสียวซ่านที่ได้รับจากการฉกฉวยนั้นเป็นบางส่วนของบริการ

แล้วพอถึงคราวที่เราจะแต่งงาน เราอาจไม่รักผู้หญิงมากกว่าถือว่าหล่อนเป็นหนามสำหรับบ่งความกดดันทางกาม ถ้าเราเบื่อหล่อน เราจะหย่าร้างแล้วมองหาหนามอื่น

หยดของความบริสุทธิ์นั้นยังชีวิตได้ด้วยความเน่าเหม็น

แนมไม่เคยนอกใจเมีย เพียงแต่นอกกายบ้างกับผู้หญิงอื่น

หล่อนกระพริบตาเหมือนขมิบซ่อนความรัญจวนไว้ในเปลือกตา
หล่อนจะไม่ปฏิเสธการนอนหลังอาหารมื้อกลางวันอันผาดแผลง ราววานรบนต้นไม้

หล่อนพยายามซ่อนเสน่ห์ไว้ในกิริยาอ่อนโยนและวงหน้าสุขุม เป็นการเสแสร้งจนดูค่อนข้างทื่อเหมือนหินลาวาจากภูเขาไฟใกล้เย็นจวนแข็ง

หล่อนเป็นผู้หญิงที่รูปสลักหินวีนัสจะเอี้ยวกายมองฉงน

ความรักของเขากับหล่อนเป็นนวนิยายอื้อฉาวที่ถูกเขียนขึ้นด้วยน้ำลายบนผ้าปูเตียงของสังคม

เนียนหน้าท้องหล่อนกระตอดเผยออย่างคลื่นบ้าทะเลและถอนใจเปียกปริ่มสุข

เม็ดมณีของหล่อนนุ่มละมุนกว่าหัวเทียนรถยนตร์ หล่อนควรจะมีทะเบียนบ้าง เพื่ออย่างน้อยเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมีผัวเป็นตัวตน

ผู้หญิงบางคนสยิวเหมือนคนอยากเล่นคลื่นแต่กลัวเปียก บางหล่อนวางหน้าราวกับว่าน้ำอสุจิกระฉูดลงในผนังคอ

เส้นขนดำวะวาวขนดสยายปรกรกบนเนินเนื้อนั้นสวยราวแสงจันทร์แรม คลี่ลงห่มพงอ้อและปลายแขมบนสันทรายริมแม่น้ำไหลริน

ตัณหาของผู้ชายคนนี้รุนแรงนัก ทั้งในส่วนที่เป็นความเย้ายวนของเงินอำนาจและเฉลาโฉมแห่งอิสตรี

แหวนเพชรสองกะรัตยังไม่ไสวพอสำหรับนักร้องเสียงสวาทผู้มีรอยยิ้มบนแก้มสะโพก

เขาย่อมจะใช้ความชำนาญกามกรีฑาประเมินว่าราคาของหล่อนจะเท่าไหร่ เพื่อจะคลี่หล่อนจากเปลือกห่อแห่งความใคร่จะได้

เขามองหล่อนพินิจสองสามสี่ห้าหกนาฑีในพายุของความขุ่นเคืองและยินเสียงคลื่นพ้อหาดมาเบื้องไกล

หล่อนเป็นรอยแผลที่ยังมีลมหายใจ

บัวตึงบนทรวงหล่อน เขาอยากแช่งให้เป็นมะเร็ง

กิริยายักเยื้องของหล่อนเสมือนสายลมอ่อนโชยชวยกระทบถึงใจ

ผู้ชายที่น่ารักไม่สนใจว่าผู้หญิงเป็นใครมาจากไหนสวรรค์หรือนรก !

ความน่ารักและอีห่าในผู้หญิงคนเดียวกัน

หล่อนวาบหวิวและรู้สึกตัวเบาเหมือนขนนกขณะแหย่งตีนข้างหนึ่งลงบนพื้น

หล่อนเป็นสัตว์ดุร้ายบนเตียงนอนถ้าได้รับการเร่งเร้าให้ป่วนกระสัน

เขาจูบหล่อนอย่างดูดดื่มยิ่งกว่าภมรชื่นชมความหวานจากเกสรดอกไม้

หล่อนหลบตาลงในกิริยาขวยเขิน หล่อนเรียนรู้จริตจากเวลาผ่านมาของนกสอนบินถึงเวลาซึ่งลมฟ้าและอากาศเป็นปีกของหล่อน

 

วลี โวหาร

ผู้ยังหมาดกลิ่นแดดแคลิฟอร์เนีย

อิริยาบทของเขาเฉาเหมือนใบไม้สลดแดด

หน้าอ่อนราวหยกเหลว

ลมหายใจของปอดที่สาม

ปรัชญาดิบห่อกางเกงชั้นใน

เคลื่อนไหวแช่มช้อยราวกระดูกทำด้วยวุ้น

พรายแชมเพญดิ้นพล่านในแก้วโฉมอรชร

ความสุขที่มีรสคันอยู่ในบางซอกในหัวใจ และเอื้อมมือเกาไม่ถึง

หล่อนอยู่ในอิริยาบถเสแสร้งห่มความไร้เดียงสาไว้บนร่างเปลือย

มันเป็นนรกที่ยมบาลยังวางอำนาจมาไม่ถึง

ความเมาเป็นอนาคตของการกินเหล้า

ขี้เป็นอนาคตของการกิน

โรงจำนำเดินทางบนลายมือของคุณ

คนกินเหล้าฉุดรั้งความยุ่งยากระยำของตัวเองด้วยมือที่เปิดขวดเหล้า !

คนแคระเวลาเมาก็มีสิทธิ์คิดว่าตัวเองเป็นยักษ์ !

แน่นอน-การกินเหล้าหมายถึงกินเงิน...แต่มันเป็นเงินที่น่ากิน ...!

ผมไม่เคยเกลียดตีนที่มันพาเดินเข้าบาร์

คนดีเกลี้ยงเกลาราวกับทารกขนยังไม่ขึ้น

งูของผมมันหวงแหนไข่และอนุญาตให้เฉพาะผู้หญิงที่เป็นความรักของผมเท่านั้น

เหตุผลต่อมาผมไม่คิดว่าในการกินเหล้าคนเราจำเป็นต้องห่มธงชาติ !

เมียของเราพยายามเคี่ยวผัวด้วยสายตาตัดพ้อจนเหลว

เราไม่ควรลืมเพื่อนอีกคนผู้เดินส่ายเอวและปรารถนาดีกับทุกคนในอ้อมแขนของความเมา

ผลงานค้นคว้าของบาร์เท็นเดอร์อเมริกันผู้ไม่มีการเมืองในความเมา

Water เป็นผลการสังวาสระหว่างไฮโดรเจนกับอ๊อกซิเจน

พวงถันของหล่อนชะโงกล้นจากคอเสื้อแพร

ขอแสดงความยินดีกับอสุจิทุกตัวที่พ่ายแพ้ในกลีบมดลูก

เหมือนกับคำรามของโตรกเขาโดนพายุถล่ม

กลางคืนที่ไม่มีความรื่นเริงรอฉกกัดอยู่ในความมืด

ผมเตลิดเตลิงแบบหมาสวมปลอกคอให้กับตัวเอง

ความเศร้าผาดผ่านมาเหมือนเรือนกายเป็นเหล็กเหลวโดนเคี่ยวอยู่ในเบ้า

เขารักผู้หญิงคนนั้นน้อยกว่ารักตัวเองเพียงครึ่งมิลลิกาม

เขาไม่รู้ว่าข้าพเจ้าขี้เกียจบัดซบ ขี้เกียจกว่าความขี้เกียจของจักจั่นกับความขี้เกียจของหอยรวมกัน ใบไม้มันขยันร่วงกว่า

ชีวิตผมคืนนี้มันไม่เหลือราคา เบายิ่งกว่าขนเปื่อยๆ ที่นางหงส์สลัดทิ้งให้ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ

ในเวลากลางคืนเขาแหงนมองดาวด้วยความรู้สึกว่าน่าจะเอื้อมมือหยิบมาลูบชมเล่นได้

ไฝดำเม็ดเท่าเพชรสองกะรัตแฝงไว้ในความดำวะวาวนั้น

เขาครวญเร่าพลางมีความรู้สึกอยากเป็นสัตว์เลื้อยในรูดิน

วินาฑีและวินาฑีถัดมาถี่กระชั้นราวกับถอนใจของจักรวาลกับความประพฤติทุราจารของกลุ่มดาว

เอกศิลปินค่อนข้างขรึม แต่ก็ไม่พยายามถ่อมตนจนให้เห็นว่ากำลังวางกับดักคำสรรเสริญ

แต่ความไสวมันจุดอยู่บนรอยยิ้มของศิลปินบางคนผู้ซึ่งเพิ่งเสร็จจากการทำงานบนผืนผ้าใบ

เขาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ของความเศร้าด้วยความเผอเรอ

เจ้าหนี้ผู้เป็นเจ้าของฟาร์มดอกเบี้ยย่อมมีความสุขหลังแก้วเหล้า

ปุ่มสวิทช์ที่เพียงแต่ถีบมันด้วยปลายนิ้วและสำรากผ่านรวงโลหะที่ขึงอยู่ในกรอบ

เขารู้สึกเป็นทุกข์และกระวน และป่วนในเนื้อกาย

ท่วงทีเคลื่อนไหวน่าจะเป็นสถุลผู้เดินเรี่ยไรเถื่อนไปตามถนนมากกว่าจะเป็นนักธุรกิจในวงการศาสนา

หล่อนเป็นนายหน้าขายที่ดินผู้แสวงหาความร่ำรวยบนความตลบตะแลงและปราศจากหิริโอตัปปะ

เก้าอี้บุหนังราคาแพงราวถลกมาจากหนังวัวตัวที่เลี้ยงให้เติบโตด้วยยอดหญ้าระบัดสวรรค์

ในตาเหมือนเหยี่ยวถาโถมลงขโมยปลาใส่เกลือตากแดดที่เจ้าของเผลอ

ผมกำลังเหนื่อยจนหัวใจมันขี้เกียจเต้น

ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนั้น ถ้าแข้งของหล่อนสวยเพียงพอจะมองไม่บึกบึนจนน่ากลัวเหมือนแข้งนักมวยหรือทู่เหมือนสาก

บางคนผิวขาวนวลราวย้อมด้วยฝาดของรัศมีดาวในคืนแรม

อำนาจร้ายกาจของความโลภที่จำแลงมาในรูปของความขยัน

ท่าเดินส่ายเอวหลบเงาตัวเอง

ไฝแดงแกมเขียวเม็ดเท่ามดลูกแมลงวัน

ความถือดีจับเป็นคราบอยู่บนฟันผุมากกว่าสิบซี่

เปลวไฟช่วงอยู่ในดวงตาของเพริด เทียบทอง มันช่างน่ากลัวยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่ 3

ต้มยำเผ็ดจัดและเปรี้ยวจนตอแหล

การจราจรกะละแมบนท้องถนน

เขาจะโดนตัดเงินเดือนเหี้ยน ผมบอกตัวเองว่ามันคงทรมานจิตใจปานกับการหนีบไข่กับหว่างขาแล้วเดินแข่งกัน

ผมเกือบยัดแก้วเหล้าใส่ปากเคี้ยวกิน

ผมโกรธจนผายลมคำราม

เสียงผมคงกัมปนาทยิ่งกว่าจัมโบ้เจ๊ท

ผู้หญิงปากจัดยิ่งกว่าโดนตำแยตบปาก

มันรักหลานเหมือนกับมันทำของมันเอง แล้วเอาไปยัดใส่ท้องเมียคนอื่น

พาสส์ปอร์ทไปนิพพาน

ผมน่าจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มของกรุงเทพฯ ผู้มีอนาคตเหลืองราวกับขนุนน้ำขังยวง

หัดยิ้มให้มีเสน่ห์หยาดเยิ้มจนเสือโคร่งตัวยาวสิบเอ็ดศอกนึกรัก

อยากกินอะไรเปรี้ยวๆ เป็นเพื่อนคอ

คนดุขนาดปากว่าตีนถึง

น้ำลายเป็นเครดิตที่น่าเชื่อถือที่สุดถ้ามีคนเชื่อ

ผมอิจฉาเขาจนอยากกระโดดเตะสองตีน

แล้วเราก็ลงมือกินมันแบบส้วมซึม คือ กินเหล้าเปล่าๆ

ผมแทบจะเคี้ยวคำพูดนั้นให้หล่นจากริมฝีปากทีละคำ

ถึงผมคุณมันจะสวยน่าหวียังไง ก็ไม่น่าจะหวีกันยืดเยื้อเป็นนวนิยายถึงเพียงนั้น

เขาใฝ่ฝันจะเป็นผู้บำเรอหญิงหม้ายให้หล่อนมีความสุขจนกระฉอกออกมาเป็นเงิน

ความไม่เอาไหนมีตีนอันรวดเร็ว

เขาผลุนผลันเข้าหาเสื้อและกางเกง

อะไรจะรับใช้คนได้วิเศษไปกว่าความชั่วล่ะ

สำคัญกว่าผู้หญิงเสียอีก ผมนัดไว้กับตัวเอง

เราเป็นคนพรรค์อย่างไหน? ลมแห่งปัญญาจะพัดพาเราไปทางไหน?

นั่นเขาจะหนีไปจากห้องทดลองชีวิตของเราจริงหรือ

นานๆ ลมแวบมาจึงหยดไหลพริ้วบนหลังคาสังกะสีเหมือนรัวนิ้วคาดไปบนคีย์เปียโน

แดดกับฝนกำลังชิงกันเป็นเจ้าของเวลากลางวัน

อารมณ์ถวิลชวนข้าพเจ้าออกจากรุงเทพ ฯ

ผู้คนต่างพากันชื่นชมในความเปลี่ยนแปลงที่เดินทางมาถึงอย่างรีบร้อน

หัวใจของมันเป็นหนอน มันจึงตายอย่างหนอน

ตีนข้างซ้ายของเขาเหยียบอยู่บนนรก ตีนข้างขวาตะกายสวรรค์

ฝนหล่นลงมาเหมือนกับฟ้าร้องไห้

รักเสียจนปลาช่อนของแทบเขามันกระโจนหนีออกมาจากกางเกง

หนุ่มสังคมผู้ใช้ความสวยข่มแม่ม่ายให้ซาบซ่านในกลีบดอกเนื้อ

เคน บุนกองเหมือนเคี้ยวคำพูด และหาได้หมายความตามที่พูดนั้นมันเป็นความตกใจเคลือบในกังวานครูดออกมาจากผนังคอ

เขาปล่อยชีวิตเคว้งคว้างไปบนความมั่งคั่ง

นรกมันยืนถ่างขารออยู่ทุกมมุมถนนพร้อมกับรอยยิ้มของซาตาน

เขาพูดราวจะสำเร็จความใคร่บนริมฝีปากเปื้อนน้ำลาย

ซื่ออดคดรวย

ซื่อกินหมดคดกินเพลิน

รู้สึกเหมือนหยั่งตีนลึกลงในหลุมฝังศพ

ทำไมผมจะต้องโกหกให้เสนียดปาก

คุณเป็นเรือนใจของฉัน

พรายฟองมันละเอียดเหมือนหวอดปลากัดไต่ระริกปริ่มขอบแก้ว

สำหรับคนบนถนนเดียวกัน หูของพวกเขาไวเหมือนผี จมูกเหมือนมดได้กลิ่นน้ำ

มันร้อนพร่านเหมือนปัสสาวะราดลงบนทรายคั่วในกระทะร้อน

ไอ้หน้าบากผัวมันดุยิ่งกว่าหมาเฝ้าสวนทุเรียน

อำนาจอันเร้นลับราวกับราดสีดำลงบนเวลากลางคืน

เขาบินหนีความเย็นเปียกชุ่มของฝนเข้าไปซุกใต้ปีกของหล่อน

เขาและหล่อนมีความแตกต่างกันราวกับดอกไม้กับความร้อนของแสงแดดเวลาเที่ยง

ยิงปืนอวดผู้หญิงหรือเพื่อข่มคนอื่นแบบลาขโมยหนังราชสีห์มาห่ม

บนความล้มละลายแห่งความดีงาม

สภาพจิตใจอันวิปริตได้ขโมยความอ่อนโยนไปหมดสิ้นจากชีวิต

ผู้คนซึ่งไม่รู้ว่าจะได้รับพวงมาลัยดอกไม้เป็นรางวัลชีวิตหรือจะได้รับพวงหรีด

เขายิงหล่อนในร่องกลีบสวาท

มันดิ้นร่านไปถึงปลายนิ้วและปลายอวัยวะสืบพันธุ์

สะโพกขนาดนั้นมันก็เหมือนกินเนื้อชิ้นโตในจานใบโต

ผ่านความมั่งคั่งและเริงรมย์ในวัยก่อนมีขนในร่มผ้าผลิสาว

งานของหล่อนเป็นงานดอกทองมีระดับ

ดอกทอง ทำไมเขาจึงพลาดหล่อน พลาดทั้งบนเตียงนอนและบนความตาย

ต๊าย ! เงียบเหมือนคนไม่มีตีน

ถ้ามดมันไม่กัดปลวกรั่วมึงก็คงไม่เป็นตัว

เนื้อตัวของฉันคือดาบของฉัน

ฉันมันก็แค่กะหรี่ราคาถูกกว่าเหล้าแก้วเดียวในบาร์

ผมอยากได้ไว้เป็นที่ระลึกว่าโดนข่มขืนอย่างมีความสุขบรรลัย

ความโง่เขลาคือตีนถีบประตูให้ความตายเดินเข้ามา

ผมอยากเตะเข้าไปในรูก้นคุณด้วยความรัก

ในรูสังวาสซิฟิลิสกร่อนกินของกระหรี่ราคาถูกและความเมา

โดยเฉพาะผู้หญิงที่โดนข่มขืนตั้งแต่นมยังไม่เป็นพวง

ในบางทรรศนะผู้หญิงเป็นเพียงมดลูกหรือเป็นโรงงานผลิตพันธุ์

เงินไม่ใช่พระเจ้าองค์ที่สองเหมือนการเปรียบเปรย

ความต้องการผู้คนนั่นแหละคือลมหายใจของเรา

เขาเคยเชื่อว่านรกยืนถ่างขารออยู่ทุกมุมถนนพร้อมกับรอยยิ้มของซาตาน

ตักตวงผลประโยชน์บนเตียงนอนมาบำเรอแมงดายอดรัก

อกใจเขาเต้นระรัวเช่นดนตรีที่ให้ภาพพจน์ของพายุกรรโชกแรงจัดห่มโหมต้นไม้ในป่าให้ระเนนไปทั่ว

ถ้าหล่อนจะเศร้าเสียใจบ้างก็เช่นเดียวกับเจ้าสาวที่รำพึงถึงชั่วโมงก่อนหน้าที่จะสูญเสียพรมจารีย์

เหนียวน้ำลายในปากอยากจะพูด

จะขอขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง ทั้งบนสวรรค์และในนรก

ชายที่เคร่งราวนักพรตและประณามว่ากามารมณ์เป็นอาหารที่เลวทราม

สุภาพอ่อนโยนราวแสงพระจันทร์ในคืนเมฆจับกลีบ และสายลมเคล้ากลิ่นหอมดอกไม้ชวยมาอ่อนๆ ลูบไล้เย็นซ่าน

น้ำย่อยอาหารถูกขับออกมาม้วนเป็นสายอยู่ในลำไส้-เขานึกหิวเล็กน้อย

หล่อนก้าวเท้าสอดเรือนกายเข้าในนั้น (เสื้อ)

มองไกลไม่เกินสองก้าวเหมือนนักบวชผู้สำรวมในการกระทำ

หล่อนร้องเหมือนนางกวางต้องเจ็บปวด

ความคิดเหล่านี้ทำให้รู้สึกเหมือนนั่งทับอยู่บนหนามไหน่

น้ำเสียงหล่อนตัดพ้อราวหยดน้ำจากซอกหินหล่นกระทบผืนสระแห่งความหมองหม่น

นึกรำคาญเสียงดอกยางบดเบียดผิวถนน-ฟังเหมือนสัตว์ดุร้ายที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามเงามืดเพื่อคอยตะครุบเหยื่อผู้อ่อนแอ

ชะงักอารมณ์ระรื่นเหมือนเส้นไหมที่พุ่งเร็วออกจากกระสวยแล้วขาดผึง-ความเย็นเข้ามาแทนที่ในพลัน

ความคลางแคลงในใจเขาพลุ่งพล่านทันที เหมือนฝีสุกจัดรอรอยเล็บแกะให้หนองแตก

หล่อนซุกกอดเขาไว้แน่นเหมือนตัวเสฉวนที่อาศัยเปลือดหอยเป็นเรือนอาศัย

ใจคนนั้นก็เหมือนหยดน้ำกลิ้งกลอกอยู่บนใบบอนสะเทือนไหวตามแรงอารมณ์

เขารู้สึกรักหล่อนอย่างเหลือพรรณาได้ยิ่งกว่ากลีบกุหลาบรักน้ำค้างหรือนกรักท้องฟ้า

หล่อนสะอื้นไห้แล้วกอดเขาไว้แน่นเหมือนเด็กสาวกลับบ้านผิดเวลาและได้สูญเสียพรหมจรรย์ด้วยความคะนอง

เหมือนนกน้อยกำบังลมอยู่ในรังบนชะง่อนผาสูง

เขาปล่อยให้ความรางเลือนเข้ามาเคลือบคลุมอดีตของคืนรัก-นึกเสียว่าได้ทำกับก้อนเนื้อก้อนหนึ่งไม่มีชีวิต

อนุญาตให้ตัวเองอิจฉาตัวเองได้

ประกายตาของเขาแวววับแบบขุ่นมัวเหมือนฟอสฟอรัสข้างกลักไม้ขีดไฟเปียกน้ำ

ขวดไวน์นับไม่ถ้วนบนหิ้งกระทบกันเกรียวกราวเหมือนกำลังมัวตัวเองกันอลหม่าน

ปรุงรสตามหัวใจบนปลายลิ้น

สีชมภูช้ำเหมือนกลีบกุหลาบโดนขยี้

ความร่ำรวยใกล้มือคุณยิ่งกว่าปากใกล้กับรูจมูก

กระทืบก้นบนเก้าอี้

ความเงียบถลันเข้าเบียดเสียดเต็มห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า

คนทั้งสี่ล้วนเดินเซซังออกำมาจากอดีตอันใสแจ่ม

ถ้าความทุกข์นับได้เป็นเงินตรา ตูข้าคือมหาเศรษฐี (โว้ย)

ลานนาฬิกาในก้อนสมองอาจคลายขดวงแล้วดีดเส้นเลือดแตกพินาศ

บางคนจูงเมียตาบอดด้วยกันเดินงมไปในม่านมืดแห่งชีวิต

คนบ้าเดินอุ้มความบ้าของเขามารำไร

สืด-สืด-สืด-สืด-ฉมหวานเอียนอย่างขยอกกลืน

รถประจำทางบนความเร็วกราดเกรี้ยวคันนั้นโยนผมไว้ริมถนนเปลี่ยว

ผู้ผลิตออกมาจากโรงงานมดลูกในห้องนอนเศรษฐีพันธุ์ถ่อยสถุล

เหตุการณ์ 14 ตุลาคมเป็นการถมช่องว่างระหว่างอุดมการณ์กับความเป็นจริงในเรื่องสิทธิเสรีภาพ

เงินขว้างผมข้ามทวีปไปเรียนในต่างประเทศ

รื่นมองพรายโซดาเริงระบำกับก้อนน้ำแข็งแล้วผ่านสายตาบนใบหน้าผม

นมซึ่งไม่แน่นอนเปลบราเซียร์สสะเทิ้นไหว

บิกินีปลิวบนผืนทราย ผู้หญิงนอนหงายเคล้าแดดบนผืนแบล็งเก็ท

รูคอฉันกำลังโดนไฟไหม้

สงครามเป็นธุรกิจแห่งบาป

ความตายและความร่ำรวยเป็นทั้งการลงทุนและผลกำไรของมัน

เมนูของคุณหญิงคืนนี้ฆาตกรรมก้นครัวทั้งนั้น

ฝอยทองได้โอนสัญชาติเป็นไทยแล้วโดยสมบูรณ์ค่ะ

กรุงเทพฯ มีเสน่ห์สำหรับคนไม่รู้จักกรุงเทพฯเสมอ

เปลบอยเป็นพวกเจ้าชู้เผลอเป็นเอาไม่เลือกหน้า ลูบตูดไม่มีหางเป็นแหย่หอก

หล่อนหล่นอีกหลายประโยคจากริมฝีปากเคลือบลิพสติคและเคลือบความหยาบคาย

ระบบการศึกษาล้าหลังและความเฉี่อยชาของรัฐบาลซึ่งผมอยากพูดว่าเป็นการคุมกำเนิดทางความคิดและปัญญา

แกรู้ว่าเงินเป็นสิ่งมีชีวิต และมันจะตายทันทีถ้าโดนทอดทิ้ง

สังขารของหล่อนไม่มีวิญญาณครอง

ศักดินาดอลลาร์ถือเป็นบาปถึงขั้นอนันตริยากรรม

เขาสามารถแก้ผ้าให้นางแบบด้วยวาจาได้รวดเร็วกว่าหล่อนด้วยมือระทวย

นักท่องเที่ยวสถุลพากันพิศวงและรื่นเริงในอาการของทารกถูกผู้ปกครองพาเที่ยวสวนสัตว์

เปลือย! ผมและขนของหล่อนทุกเส้นไม่มากพอจะทอให้เป็นผืนปกปิดโยนี ดูเหมือนหัวจะถ่วงน้ำหนักลงมาก่อนตีน...ทิ่มลงบนพื้นถนน


^ TOP
Contact us : info@tuneingarden.com
Tune in Garden.com 2003-2006 All rights reserved. Create and powered by Tune-in People
:: ต้องการเสนอแนะ,ให้ข้อมูล,แจ้งแก้ไขข้อมูล,ข้อผิดพลาด,ลิงค์เสีย หรือต้องการนำเสนอบทความ,ค้นคว้า,ข้อมูลต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด นั้นถือเป็นเกียรติแก่ทีมงานของเราทุกคนอย่างสูงยิ่ง
โปรดติดต่อเราโดยตรงได้ที่ info@tuneingarden.com ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ลอกเลียน ทำซ้ำ เผยแพร่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใดในเว็บไซต์นี้โดยมิได้รับอนุญาต